ReadyPlanet.com
dot
dot
dot
bulletMy History | ประวัติส้มไดอารี่
bulletGuestbook | ทักทายส้ม
dot
dot
bullet☼ Samui ☼ เดินทางไปสมุย
bullet☼ Samui ☼ ล่องเรือชมเกาะ
bulletครั้งหนึ่งที่ ธรรมกาญจนา
dot
dot
bulletJapan Trip 1 ตอน เดินทางวันแรก
bulletJapan Trip 2 มาทำความรู้จัก “ดินแดนอาทิตย์อุทัย” กันค่ะ
bulletJapan Trip 3 ตอน เที่ยวเกียวโต (1/2)
dot
dot
bulletScotland ตอน เริ่มเดินทาง
bulletStonehaven ปราสาทงามริมเล
bulletซื้อของเข้าบ้านที่ IKEA
dot
dot
bulletศิริวรรณ หอยทอด ม๊ะ? จัดไป!
dot
dot
bulletยังขี้เกียจอยู่


Somdiary Online Fan Page
Follow my instagram ja :)
Somdiary Online Channel


►ขอวีซ่านักเรียน+ระบุว่าแฟนอยู่อังกฤษ( by Me Myself & I) article

ขออนุญาติคุณ Me Myself and I ด้วยนะคะ พอดี เห็นว่าข้อมูลคุณมีประโยชน์ นานาประการ ลำพังส้มตัวคนเดียว คงไม่สามารถที่จะช่วยเหลือคนทุกคนในนี้ได้ ส้มเลยอยากจะขออนุญาตินำบทความดีๆที่คุณ ได้เขียนไว้ในเวปบอร์ดของเวปส้มไดอารี่ มาแปะไว้ที่นี่ค่ะ

อ้างอิงจากกระทู้

### กรี๊ดสลบ ได้วีซ่านักเรียน UK ซักที หลังจากหลอนมาเป็นเดือนๆ เพราะเคสนี้ใครก็ว่ายากส์ ### (Me Myself and I)

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

2007-09-28 08:07:30 56 3

เวพส้มได้ให้อะไรกับเรามากมายเกี่ยวกับการเตรียมเอกสารเพื่อทำวีซ่านักเรียน ส่วนเวพพันทิพก็ช่วยเราในครั้งก่อน ตอนที่เราขอวีซ่าไปเยี่ยมที่รักของเราที่อังกฤษ ตอนที่เราได้วีซ่าอังกฤษเราก็ตอบแทนเวพเค้าด้วยการโพสต์กระทู้นี้ไว้สำหรับคนที่จะขอวีซ่า Visiting คนต่อไป http://topicstock.pantip.com/klaibann/topicstock/2007/07/H5585244/H5585244.html

ส่วนวันนี้... ในที่สุดเรื่องไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น... เราได้วีซ่านักเรียน 1 ปีเพื่อไปเรียน Course ระยะสั้นที่ไม่ใช่คอร์สเรียนภาษาอังกฤษและไม่ใช่คอร์สเรียนโท แต่เป็น diploma ค่ะ...วันนี้ตอนรับวีซ่าร็สึกได้เลยว่าหัวใจมันกำลังจะกระเด็นออกมานอก Dhoom Dhoom Bra ของเรา... แต่ในที่สุดก็ได้มาแล้ว Go girl – Victory!! -

 เดี๋ยวนะ.. วันนั้นใครพูดว่าไม่ควรบอกว่ามีคนรู้จัก ให้โกหกไปเพราะเดี๋ยวไม่ได้วีซ่า ไม่จริงง่ะ -

เดี๋ยวนะ.. วันนั้นใครบอกว่ามีแฟนที่นั่นขอวีซ่านักเรียนไม่ได้ร็อกเพราะเค้ากลัวไม่กลับ ไม่จริงง่ะ -

เดี๋ยวนะ.. วันนั้นใครบอกว่าบัญชีออมทรัพย์พ่อแม่มีไม่ถึงล้านอย่าไปขอให้เมื่อยตุ้มเลย ไม่จริงง่ะ

ที่ผ่านมาเราหลอนไปเลย เพื่อนที่ดีก็ให้กำลังใจ คนที่เค้าไม่หวังดีก็บอกว่าเคสนี้เราไม่มีหวังที่จะได้วีซ่านักเรียน... แต่เราก็พิสูจน์แล้วว่าเราไม่ใช่คนในประเทศโลกที่สามที่ให้ใครมาจับเราแต่งงานในเวลาจำกัดแค่ 6 เดือนด้วยวีซ่าคู่หมั้นเพราะเราไม่ได้มาจากที่เพาะพันธุ์สัตว์

ไม่ชอบให้ใครมาบังคับ แต่เราต้องการไปหาแฟนเรา ได้ใช้เวลาศึกษาซึ่งกันและกันเป็นปีก่อนตัดสินใจ เราไปหาเค้ามาแล้ว 1 เดือนด้วยวีซ่าเยี่ยมเยือนและเราทั้งสองคนยอมรับว่ารักกันมาก แต่เราต้องการเรียนต่อเพราะว่าเราไม่ต้องการให้ใครพูดได้ว่าหญิงไทยต้องการไปแต่งกับฝรั่งเพราะต้องการความสบาย และแฟนเราถึงจะรักเรามากแต่เค้าก็ไม่ชอบวิธีที่ต้องมีใครจำกัดเวลาว่าอยู่ได้เท่านั้นเท่านี้แล้วต้องแต่งงานเช่นกัน..

สไตล์ไม่สวยก็ไม่สน..เลือกได้อะไรอย่างงี้ เพราะฉะนั้น.. วันนี้เราไม่สนใครเลยที่หัวเราะและร้องไห้เหมือนคนบ้าที่ได้วีซ่ามา.. (ถ้าใครเห็นผู้หญิงอ้วนที่กระโดดอยู่หน้า VFS จนสันเข็มหลุดก็เรานี่แหล่ะ รองเท้ารับน้ำหนักไม่ไหว) เพราะเราพิสูจน์ได้แล้วว่า แม้ว่าพ่อแม่เราจะไม่รวย.. แม้ว่าเราจะมีแฟนอยู่ที่โน่น... แต่ก็ไม่มีอะไรที่จะมาขัดขวางจุดยืนของเรา เราเชื่อว่าความรัก และการเรียนในอังกฤษไปด้วยกันได้... และเราก็ทำมันแล้วจริงๆ เราจะแชร์ประสบการณ์การขอวีซ่าของเราครั้งนี้.. หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยกับคนที่เป็นเหมือนเรา

คนที่ทำงานเงินเดือนไม่ถึง 25000 แต่อยากไปเรียนต่อ คนที่พ่อแม่มีเงินในบัญชีไม่ถึง 600 000 แต่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะไปเรียนต่อให้ได้ เอกสารเราความยาว 80 หน้าน่าจะได้ ใครว่าเราบ้าเราไม่สนใจ... ก็ในเวพเค้ามีบอกอยู่แล้วว่ามากที่กว่าน้อย...เราเลยอัดไปเต็มที่.. ผลสุดท้ายก็คือเรายื่นขอวีซ่าแล้วเราได้วีซ่าภายใน 2 วันโดยที่ไม่มีการเรียกสัมภาษณ์หรือโทรสัมภาษณ์ใดๆทั้งสิ้น...

ในกรณีของเรา เราไปดูที่เรียนมาด้วยตัวเองและ walk-in เข้าไปขอ inspect ห้องเรียนและขอรายละเอียดต่างๆเช่น Material ต่างๆมาด้วย เราไปมา 3 ที่และเราก็เลือกที่นี่เพราะมีคอร์สที่เราต้องการ อยู่ในเมืองเลย แล้วก็ค่าเรียนไม่แพง 1700 ปอนด์ต่อปีเท่านั้น ในกรณืที่คุณไม่มีโอกาสได้เข้าไปดูที่เรียนก่อนอย่างเรา เราแนะนำให้คุณถามเพื่อนที่ไปเรียนที่อังกฤษว่าเอเย่นท์ที่เค้าใช้ดีหรือไม่ดียังไง

การสมัครผ่านเอเย่นท์ก็สะดวกดีเพราะเค้าทำให้เราทุกอย่าง (ที่พูดนี่ไม่ได้ค่าสปอนเซอร์นะจ๊ะ) แต่ว่ามีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการซึ่งแพงกว่าสมัครเองแน่นอน ของเราเองก็งัดกันกับ principle office ไปหลายตลบกว่าจะได้ unconditional offer มา แต่ถ้าคุณพอมีความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษอยู่บ้างก็ไม่ใช่เรื่องยาก.. เมลล์ไปหรือโทรไปลุยเองเลยเพื่อให้ตัวคุณเองได้รับทั้ง Conditional offer และ unconditional offer เร็วขึ้น..

มาว่ากันเลยว่าเราเริ่มยังไงถึงได้มีวันนี้

- เราสมัครเรียนผ่านทางเวพของวิทยาลัยโดยตรง การสมัครเราต้องส่งเอกสารที่ทางวิทยาลัยต้องการไปให้ทางวิทยาลัยพิจารณา ปกติใช้เวลา 5-7 วัน แล้วเราก็จะได้รับตัว conditional offer เพื่อยันยืนว่าเราได้รับการตอบรับแล้ว แต่การสมัครจะเสร็จสมบูรณ์ได้ก็ต้องมีตัว unconditional offer ซึ่งตัวนี้แหล่ะ ใช้ประกอบกับใบเสร็จรับเงินจากทางสถาบันเพื่อใช้ในการยื่นขอวีซ่าค่ะ

- เราเลือกส่งเอกสารเช่น ใบ transcript, resume, introduction letter, recommendation letters, TOEIC score certificate ทั้งหมดนี้ทางเมลล์ตรงกับทางวิทยาลัยโดยใช้วิธีสแกนแล้วส่งไปในรูปของไฟล์ PDF 5 วันวิทยาลัยก็ตอบกลับมาหาเราว่าเรารับเธอนะ คุณสมบัติผ่าน โอนเงินมาให้ชั้นเร้ว

- เราโอนเงินใบแล้วเก็บใบเสร็จสำคัญเท่าชีวิต จากนั้นก็รอ unconditional offer จากวิทยาลัยทาง air mail ใช้เวลา 5 วัน ของเราเร็วเพราะเราโทรไปจิกๆๆๆจนสุดท้ายเลยทะเลาะกับอาจารย์ใหญ่ไปเลยเพราะเค้าโกหกว่าส่งมาแล้วแต่เราจับได้เพราะขอ tracking number พัสดุแล้วเค้าไม่มี อิอิอิ

- ได้ Unconditional offer + certificate of enrollment + receipt มาเรียบร้อย... ต่อไปก็ลุยเรื่องเอกสารทุกอย่างที่ต้องใช้ในการประกอบการสมัคร เอกสารเราทำน่าดูชมเหมือนดิกส์เลย เราแบ่งเป็น 3 ชุดหนีบตัวหนีบงดงาม หมวดแรกเราเรียกว่า...

- “About Student visa’s applicant”

ในหมวดนี้เอกสารทั้งหมดเกี่ยวกับ Me, myself and I เท่านั้น ซึ่งก็มี

+ใบผ่านงาน 3ที่
+ สลิบเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน
+ สำเนาพาสปอร์ตทั้งเล่มใหม่และเก่าและทุกหน้าที่มีวีซ่า
+ transcript ตัวจริงและสำเนา
+ คะแนน TOEIC ที่สอบมา 2 ครั้งได้ 780 กับ 800 ทั้งตัวจริงและสำเนา
+ สำเนาทะเบียนบ้าน
+ สำเนาบัตรประชาชน
+ ใบตรวจโครจาก IOM ทั้งตัวจริงและสำเนา
+ ใบเสร็จตัวจริงและสำเนาที่จ่ายค่าเรียน
+ Conditional offer, Unconditional offer and receipt และของเรามีแถมหน่อยๆคือ... จดหมายอธิบายว่าเรากลับมาแน่นอนแม้จะมีแฟนอยู่ที่นั่นก็เถอะ เพราะเรารักพ่อรักแม่มาก ในชีวิตมีแต่ตะแลดแต็ดไปไหนๆไม่เกิน 3 เดือนก็กลับมาตลอด... เขียนอธิบายว่าบุพการีอยู่นี่แล้วจะให้ชั้นไม่กลับล่ะไม่มี๊ สมบัติก็จะต้องกลับมาเอา... ลูกเลวฮ่าๆๆ

- “About Financial support and sponsor”

หมวดนี้เอกสารเกี่ยวกับป๊ะป๊าและมามิ๊ป๊ปโปะทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วย จดหมายระบุความสัมพันธ์และรับรองการเป็นสปอนเซอร์พร้อมลายเซ่นของท่านทั้งสอง
+ สำเนาบัตรประชาชนของท่าน
+ สำเนาทะเบียนบ้านของท่าน
+ สำเนาใบสมรสของท่าน
+ statement เงินออมทรัพย์แม่เกือบ 600 000 (เอง)
+ ใบรับรองเงินสะสมสำรองเลี้ยงชีพ 4 000 000
+ ใบหุ้น + โฉนดที่ดิน 2 ผืน
+ ใบรับรองการทำงานคุณพ่อ
+ สลิบเงินเดือนคุณพ่อย้อนหลัง 6 เดือน ซึ่งทั้งหมดนี้เราถ่ายเอกสารไปให้เรียบร้อยเช่นกัน

- “About Host of Accommodation”

หมวดนี้เป็นเรื่องหวานแหววเกี่ยวกับที่รักที่เราจะไปใช้ชีวิตด้วย เชื่อว่าท่านฑูตต้องอยากรู้อยู่แล้วว่าไปอยู่กับใคร รู้จักกันได้ยังไง แล้ว he สามารถจ่ายค่าเช่าได้จริงรึเปล่า เพราะฉะนั้นเอกสารที่เตรียมไปจึงประกอบไปด้วย จดหมายแสดงว่าเรารู้จักกันยังไง รักกันยังไง แต่เรื่องรักแบบ xxx ไม่ต้องนะคะเพราะนี่วีซ่านักเรียน.. ไม่ใช่วีซ่าแต่งงาน ไม่ต้องอธิบายขนาดนั้น

+แผนในอนาคตทำอะไรเมื่อเรียนจบ
+ สำเนาพาสปอร์ตและวีซ่าทุกหน้าของที่รัก
+ ใบรับรองการทำงานตัวจริง
+ อันนี้สำคัญมากคือเช่าบ้านเค้าอยู่ ต้องมีสำเนาสัญญาเช่า
+ สำเนาสลิปเงินเดือนย้อนไป 6 เดือน
+ statement ว่ามีเงินเข้าเงินออกย้อนไป 6 เดือน
+ และสุดท้ายอันนี้น่ารักมาก เราทำเอง... เราทำเอกสารที่เอารูปที่เราเคยถ่ายด้วยกันทั้งที่ไทยและที่อังกฤษเอามารวมๆกัน ใช้โประแกรม Illustrator แต่งออกมาดูน่ารักแถมมีเรื่องเล่าด้วย.. อันนี้ใครอยากได้ตัวอย่างไม่สงวนลิขสิทธิ์จ้า ขอมาได้ทางอีเมลล์ เราว่าดีกว่าเอารูปขนาดโปสกาสต์เป็นใบๆไปให้ดูเยอะมาก ท่านฑูตท่านหยิบจับลำบากเวลาพิจารณาเอกสารค่ะ

วิธียื่นยังไงคงไม่ต้องให้บอกเพราะในเวพนี่มีข้อมูลตรงนี้เยอะแล้ว สั้นๆก็ไปที่ตึก Regent House ไม่ใช่ Regent Horse นะจ๊ะอันนั้นสนามม้านางเลิ้งโน่น ไปที่ชั้น 2 ซื้อดร๊าฟท์ธนาคารทหารไทยชั้นล่าง.. ยื่นโลด..แล้วก็รอลุ้นกันนะจ๊ะ... ในฐานะคนไทยที่เคยได้วีซ่ายุโรปมา 3 หน... และอังกฤษ 2 หนครั้งนี้...โดยไม่เคยโดนสัมภาษณ์ แม้จะหลอนไปเลยก็ตามเพราะยอมรับว่าวีซ่าอังกฤษคือวีซ่าปราบเซียนของแท้...

อยากฝากบอกทุกคนว่า... ถ้าเห็นใครโดดร่มไม่ไปเรียน อยู่อย่างผิดกฏหมายในเมืองนอก ตักตวงผลประโยชน์ด้วยการทำงานหลบๆซ่อนๆ Home officer ให้คุณไปด้อมๆมอง ๆจงทำเนียนๆไว้แล้วโทรแจ้ง home office ให้มาจับตัวกลับไทยให้หมด อย่าคิดว่าเราอกตัญญูต่อคนไทยด้วยกันนะ คุณๆรู้เอาไว้เลยว่าเราต้องช่วยกันส่งคนแบบนี้กลับ เพราะคนเหล่านี้แหล่ะที่ทำให้การขอวีซ่าของคนไทยที่แต่ก่อนง่ายเหมือนเจียวไข่กลายเป็นยากเหมือนทำแกงเผ็ดปลาโลมา...

ถ้าคุณไม่อยากให้เพื่อน... คนที่คุณรัก.. หรือญาติพี่น้องคุณต้องลำบากมากขึ้นในการขอวีซ่าโดยไม่มีเหตุผลอะไรที่มัน Make sense เลย เราต้องช่วยกันนะทุกคน.. เราต้องไม่เป็นจากประเทศที่กำลังพัฒนาหรือ Under developing country เป็น “กำลัง” พัฒนามาสิปๆปีแล้วแต่มีเสร็จซักที... ขอเถอะอย่าคิดโดดร่มเลย บ้านเราไม่ได้รวยแต่ก็ไม่คิดโดดร่มให้เสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูลนะจ๊ะ โชคดีนะทุกๆคน สวัสดีจ้า

 

เรื่องราวโดย คุณ Me Myself and I Date 28-09-2007 20:57:53
 




Friend's Stories

►อีกด้านหนึ่งของอังกฤษ....โดย คนไกลบ้าน article
►เรียนปริญญาโทในอังกฤษ ต่างกับเยอรมนีอย่างไร โดย The Last Winter article
►อยากไปทำงานที่ UK มีกี่วิธีที่จะไปได้ และต้องทำอย่างไรบ้าง article
►ทำงานใน Home Care ที่ Sheffield ประสบการณ์ตรงโดย คนไกลบ้าน article
►เคยได้ยินบางคนบอกว่า “เป็นนักเรียนทำงานไม่ต้องเสียภาษี” ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรลองมาดูกัน article
►ไปตรวจร่างกายที่ IOM โดย หนูอัยย์ article
►ขั้นตอนการขอวีซ่าแบบใหม่ โดย knottotay article
►ตอน..การยื่นขอวีซ่า ((ในทัศนะของหนูอัยย์เจ้าค่ะ)) article
►เอกสารขอวีซ่าคนละนามสกุล และสกุลเดียวกัน โดย Knot และ กบ (2003) article
►สิ่งสำคัญสำหรับคนที่จะขอวีซ่านะครับ โดย ตี๋น้อย (UPDATE) article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.