ReadyPlanet.com
dot
dot
dot
bulletMy History | ประวัติส้มไดอารี่
bulletGuestbook | ทักทายส้ม
dot
dot
bullet☼ Samui ☼ เดินทางไปสมุย
bullet☼ Samui ☼ ล่องเรือชมเกาะ
bulletครั้งหนึ่งที่ ธรรมกาญจนา
dot
dot
bulletJapan Trip 1 ตอน เดินทางวันแรก
bulletJapan Trip 2 มาทำความรู้จัก “ดินแดนอาทิตย์อุทัย” กันค่ะ
bulletJapan Trip 3 ตอน เที่ยวเกียวโต (1/2)
dot
dot
bulletScotland ตอน เริ่มเดินทาง
bulletStonehaven ปราสาทงามริมเล
bulletซื้อของเข้าบ้านที่ IKEA
dot
dot
bulletศิริวรรณ หอยทอด ม๊ะ? จัดไป!
dot
dot
bulletยังขี้เกียจอยู่


Somdiary Online Fan Page
Follow my instagram ja :)
Somdiary Online Channel


Diary Repost: มาเรียนที่อังกฤษ ได้อย่างไรเนี่ยะ ตอน 2 article

       

หมายเหตุ: เนื้อหาในส้มไดอารี่ฉบับพิเศษนี้ ถูกบันทึกไว้ในช่วงปี ค.ศ. 2002 - 2006 

หลังจากเรียน Foundation Course คือคอร์สปรับพื้นฐาน ส้มก็เริ่มรู้จักคนไทยมากขึ้นค่ะ เพราะตอนเรียนแรกๆ ส้มแทบไม่มีโอกาสพูดภาษาไทยเลย สังคมรอบข้างไม่ใช่คนไทยแทบจะ 99% ส้มอยู่ลอนดอนก็จริง แต่ถ้าสังคมรอบข้าง แม้กระทั่งแฟลตเมทเป็นคนต่างชาติ จะจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ยังไงภาษาที่ใช้ในการสื่อสาร ก็คือภาษาอังกฤษ นั่นจะทำให้การเรียนรู้ภาษาของเราดีขึ้นมากๆ ทั้ง4ทักษะ ที่สำคัญ คือ ฟัง พูด อ่าน เขียน ส่วนมากทักษะที่ส้มจะได้คือ ฟัง กับพูด เพราะมันคือสิ่งที่ใช้ในชีวิตประจำวัน จะถูกหรือจะผิด ก็ไม่มีใครสนใจ เพราะคนที่เราสื่อสารด้วยก็คือเพื่อนร่วมชั้น ร่วมหอ และอาจารย์ทั้งหลาย แต่เรื่องการอ่าน และ เขียน นี่แหละ คือตัวที่ทำเอาส้มแทบกระอัก 

เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังว่ายังไง


 

 เนื่องจากการที่ส้มได้พูดภาษาอังกฤษมาตลอด 2 เดือนนั่นแหละ ทำให้ส้มเคยชินกับการ คิดเป็นภาษาอังกฤษ และพูดเป็นภาษาอังกฤษโดยอัตโนมัติ บอกให้นะ แค่ 2 เดือน!!! กับการมาใช้ชีวิตในอังกฤษ แทบจะไม่ได้ออกไปไหนเลย นอกจากหอพัก และมหาวิทยาลัย แต่สิ่งแวดล้อมหล่อหลอมให้เราหัดคิดเป็นภาษาอังกฤษ โดยอัตโนมัติค่ะ ทีนี้ พอส้มเริ่มจบคอร์สภาษาซึ่งไม่มีคนไทยในคลาสเลย ก็มาเริ่มเรียน Foundation Course ซึ่งทั้งคอร์สที่ส้มเรียน มีคนไทยมาเรียนด้วยเพียง 1 คน! แต่ในวันปฐมนิเทศ หรือ Orientation จะมีการรวมตัวกันกับเหล่าบรรดานักเรียนที่มาเรียนปริญญาตรี กับปริญญาโท ซึ่งที่ Brunei Gallery ของมหาวิทยาลัย SOAS นี่แหละ ทำให้ส้มเจอะเจอคนไทยประมาณ 2 – 3 คนที่นี่ค่ะ ก็เลยทำให้ส้มเผลอพูด เป็นภาษาอังกฤษในการตอบโต้ และหันไปพูดภาษาไทยกับคนต่างชาติ มึน งง กันอยู่พักใหญ่ เพราะสมองปรับไม่ทัน ได้แต่หัวเราะใส่กัน ส้มถึงเคยเกริ่นในเนท หรือในกระทู้ที่เข้ามาถามกันมากมายว่า แนะนำให้มาเรียนในเมืองที่คนไทยน้อย หรือสิ่งแวดล้อมที่สามารถบังคับตัวเราให้พูดภาษาอังกฤษอย่างเดียวจะดีกว่า การพัฒนาทางด้านภาษาเราจะรุ่งมาก



  ขอคั่นรายการด้วยเรื่องอะไรแปลกๆสักหน่อย อาจจะโรคจิตนิดๆพอสัก 2 เรื่องคร่าวๆนะคะ พอดีนึกอะไรออก เมื่อสมัยเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย zone 3 ก็เจอะเจออะไรแปลกๆเกี่ยวกับผู้คนที่นั่น

 มีอยู่วันหนึ่ง ส้มกับเพื่อนคนไทยด้วยกันนั่งทานขนมกันที่ park เล็กๆแถว Ealing Broadway สักพักก็มีฝรั่งน่าจะแถบยุโรป เป็นชายหนุ่ม ผมทอง เดินมานั่งตรงม้านั่งตรงข้าม เขามองมาทางเรา 2 คนแล้วก็ยิ้ม ส้มกับเพื่อนก็ไม่ได้สนใจอะไร สักครู่หนึ่ง เขาก็ถามขึ้นมาที่พวกเราว่า “กี่โมงแล้ว” ส้มก็บอกไป แป๊บนึง เค้าก็เริ่มถอดเสื้อออก คือช่วงนั้นเป็นฤดูร้อนของที่อังกฤษพอดี บริเวณนั้นก็จะมีฝรั่งมานอนอาบแดด ปูเสื่อ นั่งกินขนม หรือจู๋จี๋กัน กลับมาที่ชายหนุ่มคนนั้น หลังจากที่ถอดเสื้อออก ก็เห็นเป็นเหมือนเปลือยท่อนบน แล้วก็หันมามองทางเรายิ้มๆ แล้วก็เอ่ยขึ้นมาว่า “ร้อนเนอะ” 

ตอนนี้ส้มก็เริ่มใจคอไม่ดี หันมามองหน้าเพื่อน แล้วก็แบบ คิดว่า เค้าจะมาไม้ไหน ......เสร็จส้มก็นั่งกินขนมคุยกับเพื่อนต่อเรื่องอื่น เพื่อเบี่ยงความสนใจ  แล้วมันก็ไม่หยุดค่ะ ตะโกนมาว่า ........”คุณเกิดมาเพื่อผมใช่ไหม” .........ในใจตอนนั้นก็ตกใจ แล้วก็ทำเป็นเมินๆไป สักพักเพื่อนรีบสะกิด ให้ส้มหันไปดู ภาพที่เห็นตรงหน้าคือ ผู้ชายท่อนบนเปลือย นั่งอยู่ม้านั่งตรงข้ามกัน เอามือวางตรงเป้า และทำท่าชูนิ้วกลางมาจากตรงเป้าเค้า ทันใดนั้น ส้มก็รีบชวนเพื่อนกลับห้องเลยค่ะ

  เรื่องแปลกๆอีกเรื่อง ฝรั่งบางคนที่นี่ค่อนข้างจะทำตัวน่าเกลียดน่ากลัว เมื่อเจอพวกเอเชีย โดยเฉพาะผู้หญิง เค้าก็จะแทะโลมทางสายตา กิริยาท่าทาง และรายนี้เป็นทางคำพูดค่ะ

ส้มเดินมาจากบ้านที่ Park Hill ซึ่งเป็นเขาเล็กๆ ตั้งอยู่ในโซน 3 ของกรุงลอนดอน แถบๆ Ealing Broadway ส้มกำลังจะไปมหาวิทยาลัยค่ะ เดินลงมาเรื่อยๆ จนถึงแยกกลางเขา ซึ่งจินตนาการเอานะคะ เขาไม่น่ากลัว เพราะทั้งโซน มีอัดแน่นไปด้วยบ้านหรูหราหลังใหญ่ราคาแพง คือมันเป็นเรซซิเดนซ์แอเรีย คือบริเวณบ้านคนมีสตางค์อยู่กัน แต่ขอบอกก่อนว่า ส้มเช่าห้องเล็กๆอยู่ในทาวน์เฮ้าส์ที่ซ่อนตัวอยู่ในโซนนั้นค่ะ ไม่ได้หรูหราเลย เพียงแต่บริเวณนั้น เงียบสงบ และก็มีสวนหย่อม อากาศดี เลยทำให้ตัดสินใจอยู่ค่ะ (รสเมล์ยังไม่ผ่านเลย) ก็ไม่คิดว่าจะมีอะไรแปลกๆหรอกนะคะ จนกระทั่ง ส้มเห็นฝรั่งผิวดำที่เดินอยู่บนฟุตบาธของอีกฝรั่งเดินขนานกับทางของส้ม แต่ใกล้จะถึงทางลง ส้มต้องข้ามไปฝั่งเดียวกับเค้าเพื่อข้ามถนนไปทางม้าลาย ก็เหมือนเดินไปให้เค้าแซวจริงๆค่ะ พอข้ามได้ไม่นาน เค้าก็เดินมาทักส้ม

เฮ้คุณ...ผมเห็นคุณมานานแล้ว ผมชอบคุณนะ คุณดูดีจัง” ส้มหันไปเห็นฟันขาวเรียงรายสวยงาม บนใบหน้าที่ดำมืด เค้าไม่ได้แลดูน่ากลัวที่ใบหน้า แต่การกระทำของเค้าและคำพูดเค้า มันเริ่มมีกลิ่นไม่พึงประสงค์เล็กๆ
ส้มก็แค่หันไปขอบคุณตามมารยาท แต่มันก็ไม่จบแค่นั้นจริงๆตามคาด
!

บ้านคุณอยู่แถวไหน อยู่ทางที่คุณลงมาหรือ แล้วอยู่กับใคร” ถามมาเป็นชุดอย่างนี้ สงสัยตูต้องปั้นเรื่องซะหน่อยแล้ว

“อ๋อ....อยู่กับครอบครัวน่ะ” ขืนบ่ายเบี่ยงว่าไม่ได้อยู่ทางนั้น แต่เค้าก็พูดมาว่าเห็นเรามานานแล้ว แสดงว่าต้องเห็นมากกว่า 2 ครั้งแน่นอน แต่รู้สึกยิ่งมารยาทดีด้วยเท่าไหร่ ลูกตื้อก็ยังเยอะชะมัด

แล้วคุณชาติอะไรหรือ ญี่ปุ่นใช่ไหม” คนถามคงจะไม่เคยไปประเทศญี่ปุ่น เหมือนคนอังกฤษหลายๆคนที่เข้าใจว่าเอเชีย ก็คือประเทศจีน แต่ถ้าตอบว่าใช่ เค้าอาจรัวปืนกลภาษาญี่ปุ่นมาเต็มที่ก็ได้ แล้วเราจะตั้งตัวยังไงดี เพราะฝรั่งที่นี่ เรียนรู้ภาษาเอเชียกันเป็นว่าเล่น เหมือนเรียนพิเศษ บางคนนินทาฝรั่งเป็นภาษาไทยในลิฟต์ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน พอฝรั่งคนนั้นออกจากลิฟต์ไป เค้ากลับหันมาบอกว่า เค้าฟังภาษาไทยรู้เรื่องนะ ทำเอาคนไทยคนนั้นเหวอไปเลย....... แต่แล้วส้มก็ได้แผนที่จะไม่พูดว่าตัวเองเป็นคนเชื้อชาติอะไร เพราะไม่รู้ว่าจะมาไม้ไหน ขืนบอกมาจากเมืองไทย มันยิ่งชอบ
sex tourism in Thailand เหมือนในคลาส Tourism ที่ส้มเรียนละก็ เสร็จกัน ต้องมีการสาวความยาวแน่ ส้มเลยตอบว่า

ฉันมาจากประเทศพม่า " พูดไปด้วยความมั่นใจว่า เค้าต้องไม่รู้จักแน่ๆ แล้วมันก็เป็นอย่างนั้น

ประเทศอะไรน่ะ??! ...... ว่าแต่คุณกำลังจะไปไหน” หนุ่มหน้าดำยังไม่ยอมจบบทสนทนา แต่รีบปัดพูดเรื่องเชื้อชาติเอาดื้อๆ

ฉันกำลังจะไปหาแฟนชั้นน่ะสิ”   

คุณเรียนที่ Thames Valley University หรอ(ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น University of West London ค่ะ)

เปล่า ฉันเรียนที่ SOAS ต่างหาก” ก็โกหกไปเรื่อย ในใจตอนนั้นเริ่มไม่อยากคุยด้วยอีกแล้ว ส้มค่อยๆเดินลงจาก Park Hill มาแล้ว จนข้ามทางม้าลายมาที่สวนสาธารณะที่ Ealing Broadway

โอเค แล้วเมื่อไหร่จะมาเจอกันได้ล่ะ” ยังไม่ยอมจบตั้งแต่ชั้นบอกว่า จะไปหาแฟนอ่ะนะ  

ก็ไม่รู้ดิ” ทำหน้าเมินเฉยแต่ขาตอนนั้นก็จ้ำอ้าวๆๆ ก่อนค่อยๆหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อ มากดเบอร์หาพี่คนนึงที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน เค้าก็เริ่มรุกเร้าหนักขึ้นอีก

ทำไมไม่รู้ละ

ก็เพราะฉันมีแฟนแล้วไง” แล้วพี่เค้าก็รับสายพอดี ตาคนนั้นเห็นท่าส้มไม่ใยดี เลยวิ่งข้ามถนนไปอีกทางแล้วก็ยังหันมาบอกว่า “โอเค ไปละ

จริงๆเรื่องแบบนี้ก็มีมาเล่าขำๆกันบ่อยๆนะ ไม่ใช่ว่าส้มจะประสบคนเดียว เพื่อนคนอื่นๆก็เคยเจอ ซึ่งถ้ามาอยู่ก็ต้องอย่ากลัวค่ะ คอยสอนส่องระแวดระวังภัยรอบข้างให้ดีๆ อย่ามัวแต่ใส่หูฟังเพลง และเปิดเสียงดังๆจนทำให้ไม่ได้ยินคนรอบข้าง ลอนดอน ไม่ใช่เมืองที่ปลอดภัยสูงนะคะ มีอาชญกรรมเป็นว่าเล่น คนก็มีหลากหลายเชื้อชาติ ศาสนา และความเชื่อ เวลาจะพูดจา หรือคอมเม้นท์อะไร ตรงๆก็ได้ แต่ก็ต้องดูท่าทีด้วยค่ะ 

...................เอ้าาาา นอกเรื่องไปซะไกล....มาๆๆ กลับมารื่องๆของส้มที่ SOAS ............................................

  

 

หลังจากที่ส้มจบจากคอร์ส Foundation Programme หรือคอร์สปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษ และเตรียมตัวเข้าสู่การเรียนการสอนปกติสำหรับนักเรียนต่างชาติ (oversea students) ที่ SOAS เพื่อนๆนักศึกษาแต่ละคนก็เริ่มแยกย้ายกันไปเรียนตามที่แต่ละคนถนัดค่ะ ส้มมาสมัครเรียนที่ Thames Valley University (ปัจจุบันคือ University of West London) สาขา Hospitality Management มันไม่ใช่มาเรียนการโรงพยาบาลนะคะ เห็นคนเข้าใจผิดกันเยอะแยะ แต่มันก็คือ การจัดการการให้บริการต่างๆ คำว่า hospitality คือ keyword แปลว่า การให้การต้อนรับด้วยความยินดี ส่วนมากจะเน้นสายงานบริการในโรงแรมเป็นหลักค่ะ แต่สามารถปรับใช้กับโรงพยาบาล หรือ งานด้านอื่นๆได้เหมือนกัน เพราะในนี้มีวิชาทางธุรกิจเยอะ จบตรีด้านนี้ ต่อโทตรงสายเลยก็ดีนะ

ส้มสมัครปริญญาตรีผ่านทางมหาวิทยาลัย SOAS คือเข้าใจไหมว่าการมาเรียนที่อังกฤษมันค่อนข้างหนักมาก ไม่ว่าจะตรี หรือ โท เหมือนจะมาฝึกทหารเลย เวลาเรียน Foundation โปรแกรม ที่ปรับเรื่องภาษา เค้าจะปรับพื้นฐานความคิด ภาษา และการฟัง เพื่อให้เข้าสู่มหาวิทยาลัยได้ เชื่อมั้ย ตอนนั้นส้มทำได้ระดับนึงจริงๆ แต่ปัจจุบันนี้มองย้อนกลับไป ส้มรู้สึกภูมิใจมาก ที่คนโง่ๆอย่างส้มก็สามารถทำได้หลายอย่าง ขนาดต้องท่องจำ (คนไทยถนัดอยู่แล้ว) เพื่อเอาไปสอบ ยังทำได้ คือที่นี่ไม่มีสอบเก็บคะแนน จะสอบทีเดียว ตอนเรียนครบ 3 เทอม ซึ่งแต่ละเทอมก็เจอหัวข้อหนักๆ พอมาสอบทีเดียว แม่เจ้า เอาแทบไมได้หลับไม่ได้นอน แต่ครูที่นี่สอนเยอะมาก แทบจะใบ้ให้เลยด้วยซ้ำ ตอนนั้นรู้สึกเวลา 1 ปีที่ SOAS ผ่านไปไวมาก แต่ก็ถือว่าดีมากทีเดียวค่ะ สอบมาก็เอาคะแนนไปยื่นตามมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อเข้าปริญญาตรีได้เลย อย่างกะ Entrance แน่ะ

และแล้ว ส้มไดอารี่ก็เริ่มต้นตั้งแต่ปีแรกที่เข้ามหาวิทยาลัย Thames Valley มหาวิทยาลัยเล็กๆในกรุงลอนดอน ไม่ได้โด่งดังคับฟ้า ไม่ได้มีชื่อเสียง แต่ก็เป็นมหาวิทยาลัยที่ดีเด่นในด้าน Hospitality Management ทีเดียว จุดประสงค์ของส้มในตอนนั้นที่จะทำเวปไซด์ เพราะส้มมีแรงบันดาลใจจากงานเขียนของสาวน้อย น้ำตาลดอทคอม แล้วก็เหงาด้วยค่ะ เลยอยากระบายเล่าเรื่องราว พร้อมแชร์ประสบการณ์ต่างๆเป็นวิทยาทานให้แก่คนรุ่นหลัง หรือคนที่ไม่ได้มาเมืองนอกได้รู้จักประเทศนี้และการมาใช้ชีวิตที่นี่ อีกอย่างด้วยความโลกแคบของส้มเอง ทำให้ส้มพลาดอะไรหลายๆอย่าง การเขียนเรื่องราวในอังกฤษ ก็จะทำให้คนหลายคนได้จัดแจงชีวิตมาให้ถูกทางค่ะ

   16 เมษายน 2556




Somdiary in the UK (old stories)

Diary Repost: มาเรียนที่อังกฤษ ได้อย่างไรเนี่ยะ? ตอน 1 article
Trip to Scoltand ตอน เจอะวัวไฮแลนด์ และ fish & chips ที่ Tyndrum article
Trip to Scoltand ตอน เมือถึง Inverness และ Loch Ness article
Trip to Scotland ตอน จาก Aberdeen ไป Inverness ค่ะ (29-06-06) article
Trip to Scotland ตอน เดินทางมา Aberdeen article
Trip to Scotland ตอน ตะลุยผ่าน Stonehaven.....ปราสาท Dunnottar article
Trip to Scotland ตอน แวะเมือง Dundee เมืองอุตสหกรรม ที่นักท่องเที่ยวน้อย (27-06-06) article
Trip to Scotland ตอน ท่อง ST. Andrews สก๊อตแลนด์ เมืองแห่งกอล์ฟ 26-06-06 article
Trip to Scotland ตอน เริ่มเดินทาง ( 25 - 26.06.2006) article
วันรับปริญญา ในปี 2549 article
Thames Valley University เปลี่ยนชื่อแล้วค่ะ
LONDON IMAGES Volumn2 @ Oxford Street and Knightbridge
LONDON IMAGES Volumn1 @ Oxford Street and Knightbridge
21 November 2006 ผ่านอุปสรรคที่ต้องฝ่าฟัน....เพื่อกระดาษใบเดียว....ใบปริญญา article
ภาพจาก Kew Garden8 มิถุนายน 2549 article
ท่องตลาด Spitalfields article
14 March 2006 : เข้าเฝ้าสมเด็จพระเทพฯ ทรงดนตรีที่มหาวิทยาลัย SOAS article
In you heart article
อินคา !!! เสาร์ที่ 10 มิถุนายน 2549 article
Saranrom สราญรมย์ ร้านอาหารไทย ตอนที่ ๒ article
Saranrom สราญรมย์ ร้านอาหารไทย ตอนที่ ๑ article
ทบทวนสักนิด ก่อนคิดที่จะไปสัมภาษณ์ (สำหรับขอวีซ่า) article
ย้อนรอย หนังสือ ส้ม’s Diary article
ประกาศ การเลือกตั้งในสหราชอาณาจักร....ค่ะ article
ส้มไดอารี่กับโรงเรียนสอนภาษาในลอนดอน ตอนที่ 2 (06-02-06) article
Invitation Letter (Edited Version) article
ส้มไดอารี่ กับ โรงเรียนภาษาในลอนดอน (04-02-06) article
ช่วงเวลาแห่งความอดทน 19-01-2006 article
The Lion King Musical 06-12-05 article
มู๋ย่างเกาหลี ที่ Regent Street (14-11-05) article
มาเรียนอังกฤษ มาอย่างไร ให้พร้อม ?? .......(18-11-05) article
วัน Halloween ที่ผ่านมา ............... (7 Nov 05) article
ลอนดอนไม่ได้หรูหราอย่างที่คิดหรอกนะ........17 OCT 2005 article
ปีสุดท้าย...ของการศึกษา.....12 OCT'05 article
หาบ้านในลอนดอน......ซื้อของเข้าบ้านที่ IKEA….6 ตุลาคม 48 article
ตอน พายายเที่ยวกรุงเทพฯจ๊า article
การบินไทย.......รักคุ๊ณเท่าฟ้าฟ้าาาาาาาาาาา........Trickดีๆสำหรับคนต้องการปรับเวลา article
Thai Square Putney Bridge .........Part 1 article
Thai Square Putney Bridge .........Part 2 article
The Lion King Diary's Gallery ....Part 1 article
The Lion King Diary's Gallery ... Part 2 article
วันลอยกระทง วัดพุทธประทีป พาตัวไปใกล้วัด 13 Nov 05 article
รวม Link เกี่ยวกับประเทศอังกฤษค่ะ article
My Pie article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.