ReadyPlanet.com
dot
dot
dot
bulletMy History | ประวัติส้มไดอารี่
bulletGuestbook | ทักทายส้ม
dot
dot
bullet☼ Samui ☼ เดินทางไปสมุย
bullet☼ Samui ☼ ล่องเรือชมเกาะ
bulletครั้งหนึ่งที่ ธรรมกาญจนา
dot
dot
bulletJapan Trip 1 ตอน เดินทางวันแรก
bulletJapan Trip 2 มาทำความรู้จัก “ดินแดนอาทิตย์อุทัย” กันค่ะ
bulletJapan Trip 3 ตอน เที่ยวเกียวโต (1/2)
dot
dot
bulletScotland ตอน เริ่มเดินทาง
bulletStonehaven ปราสาทงามริมเล
bulletซื้อของเข้าบ้านที่ IKEA
dot
dot
bulletศิริวรรณ หอยทอด ม๊ะ? จัดไป!
dot
dot
bulletยังขี้เกียจอยู่


Somdiary Online Fan Page
Follow my instagram ja :)
Somdiary Online Channel


Trip to Scotland ตอน เดินทางมา Aberdeen article

 


การเดินทางออกจาก Stonehaven ก็ไม่ได้ลำบากอะไรนัก ท้องฟ้ายังสว่างสดใส และเราก็กะว่าจะไปทานมื้อเย็นและค้างคืนกันที่ Aberdeen สักคืนนึงค่ะ ซึ่งคนจะค้างกับครอบครัวฝรั่งชาวสก๊อตแลนด์ที่เพื่อนรู้จักนั่นแหละค่ะ ช่วงเวลาเดินทางนั้น ก็ค่อนข้างทำเอาเราง่วงไปอยู่เหมือนกันแหละ หลับๆตื่นๆกันอยู่เป็นนานเลยเชียว

 

 

 

เรามาถึงในตัวเมืองของAberdeen เข้ามาตรงบริเวณ highstreet กันก่อน เพราะถือว่าเป็นศูนย์กลางของเมืองเลยทีเดียว........เราไปที่ห้างใหญ่ชื่อ Bon Accord Centre ที่นั่นแหละค่ะ แล้วก็รอชาวสก๊อตสองตายายที่นั่น ก่อนที่แกจะแวะมาหาเรา และพาพวกเราไปนั่งคุยที่บ้านที่ห่างจากตัวเมืองออกไปไม่นานเลยทีเดียว ไม่นานรถก็มาถึงบ้านของท่านทั้งสอง เราเข้ามานั่งในห้องโถงคุณตายาย คุยกันจิปาถะ ในเรื่องราวต่างๆ พยายามพูดช้าๆ ชัดๆ เพื่อให้พวกเราเข้าใจ พร้อมเสียงหัวเราะอย่างผู้ดีชาวสก๊อต แม้จะสำเนียงอาจต้องใช้การพูดซ้ำเพื่อให้แน่ชัดว่า คุณยายพูดอะไรออกมา แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เราเหนื่อยในการสนทนาเลย ทว่ากลับทำให้พวกเราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ แม้กระทั่งการใช้สำนวนต่างๆ พร้อมสำเนียงแบบคนสก๊อตฯได้อย่างดี

เช่นคำว่า

“I didn’t call you for a meal at home” คุณยายพูดตอนเพื่อนบอกจะทำอาหารไทยให้ทาน แปลว่า ฉันไม่ได้เรียกให้คุณมาทานอาหารที่บ้านฉันหรอกนะ 

“Shall we go for a tea?” คุณยายปรึกษาคุณตาว่า จะไปทานอาหารเย็นกันเลยดีมั้ย เผื่อเด็กๆจะได้ไปเที่ยวชมเมือง อาร์เบอดีน ก็เป็นการชวนไปเที่ยวเมืองมากกว่าค่ะ   
 

Tea แปลว่า ทานอาหารมื้อเย็น ของเขานะคะ ส่วนคำอื่นๆก็มีบ้าง แต่ส้มจำไม่ได้แล้วค่ะ มันนานแล้ว ไม่ได้จดไว้ เพียงแต่ว่า รู้สึกทึ่งกับมารยาทคนสก๊อตอย่างสองตา ยาย และ ทึ่งกับกฏหมายสก๊อตที่เคยได้ยินมาว่า เข้มงวดนักหนา ก็ได้มาเจอะกับตัวเอง ไม่อยากเชื่อว่า กฎหมายบ้านเขา เข้มงวดมากกว่าอังกฤษซะอีกค่ะ! เช่น

คุณตาสจ๊วตบอกเราว่า กฎหมายห้ามสูบบุหรี่ในอาคารสาธารณะเนี่ยะ มีกำหนดใช้แล้ว จะสูบ ก็ต้องสูบนอกอาคาร หรือ กฎหมายการขับรถ ผู้นั่งหลังรถ ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยด้วย ซึ่งนี่แหละ ที่ทำให้ส้มฉงนเมื่อกลับมาเมืองไทย และได้นั่ง Taxi ที่บ้านเรา เบาะหลัง กลับไม่มี safety belt   

 

เอา.......เข้าเรื่องต่อค่ะ ...........คุณตาพาขับรถไปทานอาหารสไตล์พื้นเมืองแบบชาวสก๊อตที่โรงแรม The Queen’s Hotel ซึ่งเป็นโรงแรมเล็กๆไม่ไกลจากบ้านคุณตายายค่ะ  โดยคุณตาก็ได้พูดคุยกับพนักงานเสริฟของโรงแรมเล็กๆนั่นอย่างสนิทสนม........โต๊ะไม้ ประดับประดาด้วยอุปกรณ์การกินเพียงเล็กน้อย เบื้องหลังที่กลุ่มพวกเรานั่ง นั่นก็คือบาร์ขนาดใหญ่ของโรงแรม ณ บริเวณนั้นก็ถือว่าเป็นห้องอาหารด้วยเหมือนกัน เพราะมักจะมีนักธุรกิจที่มาติดต่องาน หรือต้องการมาพักเพียงชั่วคราวก็เข้ามารับประทานอาหารกันอยู่เนืองๆ คุณตาสจ๊วตเล่าว่า ในแต่ละวัน คุณตาสจ๊วตจะพาภรรยามาทานข้าวที่นี่ค่อนข้างบ่อย แถวนี้ก็มีที่นี่แหละที่ดูดีที่สุด......... ชีวิตที่เรียบง่าย อาจจะขาดสีสันบ้าง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้คุณตา คุณยายรู้สึกเบื่ออะไรเลย กลับรู้สึกสนุกกับชีวิต และยิ่งทำให้เห็นว่า คุณตาคุณยาย จะมีความสุขกับผู้มาเยือนเพียงแค่คืนเดียวอย่างพวกเรามากเหลือเกิน  

คุณยายนั่งข้างๆป๊อป แล้วก็บอกว่า ฉันเห็นเธอชอบทานอะไรที่เป็นแบบสก๊อตๆ ฉันก็เลยว่าจะสั่งอาหารพิเศษแบบสก๊อตมาให้เธอชิม ไม่รู้เธอจะชอบหรือเปล่านะ แต่ส้มก็สั่งอาหารที่มีอยู่ในเมนูนั่นแหละค่ะ เอาแบบง่ายๆ ไม่วุ่นวายหรือยุ่งยากกระไรนัก  

จานแรก...............Chargrilled Tuna Steaks: Nested on Roasted Mediterranean vegetables finished with a chilli infused oil

ชิ้นทูน่าเบ้อเริ่ม คุณภาพคับจาน ที่ถูดจัดวางอยู่บนผักสลัดชนิดเมดิเตอเรเนียน ราดด้วยน้ำซอสพริกพร้อมน้ำมันโอลีฟ หรือ peanut oil ก็ได้ ทำให้ส้มรู้สึกว่า มันคงจะทำให้ส้มอิ่มไปได้อีกหนึ่งมื้อแน่นอนแหละนะ.........แต่ไม่คิดว่าทานไปทานมา มันจะเลี่ยนซะขนาดนี้น่ะสิ เหอๆๆ 

จานที่สอง Sirloin Steak ของเพื่อนอีกคน แบบ Medium Rare ส้มไม่ได้ชิมรสชาตินะ แต่เดาว่า เนื้อวัวย่างชิ้นนี้น่าอร่อย กลิ่นเนื้อย่างมาจากเตาหมาดๆ ทำให้ส้มรู้สึกสนใจอยากรู้รสชาติมากเหมือนกัน แต่ทว่า ส้มไม่ทานเนื้อวัวอ่ะค่ะ ชิมได้ เพราะเคยชิมตอนทำครัวในมหาวิทยาลัยเทมส์วอลเล่ย์ แต่ให้ทานไปเลย ทานไม่ลงจริงๆน๊ะ

จานที่สามคือ Braised Beef and Haggis Paupiettes with potato clapshot and red wine sus อันนี้ได้ข่าวว่า สก๊อตที่สุด มอบโชคให้คุณเพื่อนเจ้าภาพที่เป็นคนแนะนำให้มาพักกับคุณตาคุณยาย ได้รับประทานไปอย่างอร่อยเอร็ด ได้ข่าวว่าเลี่ยนสุดๆกับ mash potato นั่นแหล๊ะ 

ระหว่างรับประทานอาหารในร้านนะคะ ส้มก็ได้ถามสจ๊วตว่า คุณเรียกชุดประจำชาติของสก๊อตว่าอะไรหรอ ..... สจ๊วตก็ตอบส้มว่า เขาเรียกว่า Kile ซึ่งคนสก๊อตส่วนมากใส่ในงานเลี้ยง Ball, งานแต่ง Wedding และตามงานสำคัญๆค่ะ ส่วนที่เขาถือเครื่องดนตรี มันจะเป็นถุงๆนั่นเรียกว่า Bag pipe ค่ะ เหมือนกับเป็นท่อเป่าดนตรีกระเป๋านั่นแหละ สำหรับประวัติศาสตร์ของสก๊อตนี่ก็รู้สึกจะคลาสสิคมากๆค่ะ

จากที่ส้มอ่านหนังสือหน้าต่างสูโลกกว้าง ตอน อังกฤษ เขาได้บรรยายเกี่ยวกับสก๊อตว่าเป็นเมืองที่คงไว้ซึ่งวัฒนธรรม ประเพณีแบบเดิมๆอยู่นะ แม้จะเสียเอกราชให้อังกฤษปี ค.ศ. 1707 ก็ร่วม สามร้อยปีได้นะ แต่เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของสก๊อตแลนด์ก็คือ ความน่ารักของประชาชน ความมีน้ำใจ ไม่หวงแหน และก็แบงค์เงินที่แม้จะเป็นเงินปอนด์นะคะ แต่ก็ในตัวแบงค์ยังมีกลิ่นอายของความเป็นสก๊อตแลนด์ไว้อยู่เต็มใบ  ทานอิ่มๆกันแล้ว คุณตาก็เขียนแผนที่ให้กลับบ้านกัน แล้วก็บอกว่า เดี๋ยวเจอกันที่บ้านนะ เพราะพวกเราจะไปเที่ยวชมเมือง Aberdeen อันโอ่อ่า ต่อค่ะ

 

 

 



และเท่าที่ดูในเมืองอาเบอร์ดีนนะคะ ส้มพอจะสรุปคร่าวๆได้เลยว่า เมืองนี้เป็นเมืองที่ไม่ใหญ่มาก แต่ก็ไม่ใช่เล็กเกินไป เมืองทุกเมือง จะมีแหล่งสำคัญสำหรับช้อปปิ้ง เสื้อผ้า หน้า ผม และอาหาร อยู่ในใจกลางเมือง ซึ่งใน United Kingdom เขาก็จะมีอะไรแบบนี้ทุกที่แหละค่ะ เขาเรียกบริเวณนั้นว่า highstreet แต่ในตามอำเภอเล็กๆก็อาจจะต้องเข้ามาในเมืองใหญ่ๆมากกว่า คน ตจว.ที่นี่ควรจะมีรถยนต์ไว้ใช้มากๆ เพราะการเดินทางมันจะลำบากกว่านิดนึง สำหรับคนที่เดินทางบ่อยๆ สำหรับรถเมล์ จริงๆก็ใช่ว่าไม่สะดวก ค่อนข้างสะดวกสำหรับคนในเมืองค่ะ เมืองเงียบมากๆ

ส้มมักจะเห็นก้นบุหรี่ วางเกลื่อนตามพื้น และสังเกตได้ว่า ประชาชนชาวสก๊อตเนี่ยะ ชอบออกมาสูบบุหรี่ข้างนอกกัน แทนที่จะสูบกันในอาคาร หรือในผับ ........สจ๊วตบอกว่า กฎหมายใหม่ออกมาไม่นานว่า ห้ามสูบบหรี่ในอาคารสาธารณะเด็ดขาด ถ้าใครฝ่าฝืนถูกปรับ 50 ปอนด์ หรือเทียบเท่ากับเงินบาทไทยว่า 3,500 บาท ค่ะ (เงินปอนด์ในช่วงนั้นคือ 1 ปอนด์ = 70 บาท) 

เมืองอาร์เบอดีน ไม่มีอะไรมาก มีแต่อาคารที่ตกแต่งแปลกๆ เหมือนส้มอยู่ในแดนเนรมิตอย่างไงอย่างงั้น บ้านช่องเขาสะอาด และก็เป็นะเรียบ สองข้างทางค่อนข้างจะเรียบร้อย ไม่มีคนพลุกพล่านในเวลาตกเย็นราวๆ ทุ่มกว่าๆ 

แล้วเสร็จ เราก็หาทางกลับบ้าน แล้วก็ได้นั่งรถผ่านชายหาดที่อาจจะไม่ได้อยู่ใกล้เรานัก อยู่ไกลไป เห็นชิงช้าสวรรค์ และเครื่องเล่นต่างๆอย่างกับแดนเนรมิตถูกเสกมาไว้ริมทะเลไกลๆ เห็นตึกที่วางตั้งไม่มากมายนัก บรรยากาศเงียบสงบ ทำให้พวกเราเริ่มเบื่อนิดๆ ปิ๊กบ้านคุณสจ๊วตเหอะ

 

กลับถึงบ้านสจ๊วต แกก็เตรียมห้องไว้ให้เราพักผ่อน เพื่อเตรียมตัวออกเดินทางตอนเช้าค่ะ 

   




Somdiary in the UK (old stories)

Diary Repost: มาเรียนที่อังกฤษ ได้อย่างไรเนี่ยะ ตอน 2 article
Diary Repost: มาเรียนที่อังกฤษ ได้อย่างไรเนี่ยะ? ตอน 1 article
Trip to Scoltand ตอน เจอะวัวไฮแลนด์ และ fish & chips ที่ Tyndrum article
Trip to Scoltand ตอน เมือถึง Inverness และ Loch Ness article
Trip to Scotland ตอน จาก Aberdeen ไป Inverness ค่ะ (29-06-06) article
Trip to Scotland ตอน ตะลุยผ่าน Stonehaven.....ปราสาท Dunnottar article
Trip to Scotland ตอน แวะเมือง Dundee เมืองอุตสหกรรม ที่นักท่องเที่ยวน้อย (27-06-06) article
Trip to Scotland ตอน ท่อง ST. Andrews สก๊อตแลนด์ เมืองแห่งกอล์ฟ 26-06-06 article
Trip to Scotland ตอน เริ่มเดินทาง ( 25 - 26.06.2006) article
วันรับปริญญา ในปี 2549 article
Thames Valley University เปลี่ยนชื่อแล้วค่ะ
LONDON IMAGES Volumn2 @ Oxford Street and Knightbridge
LONDON IMAGES Volumn1 @ Oxford Street and Knightbridge
21 November 2006 ผ่านอุปสรรคที่ต้องฝ่าฟัน....เพื่อกระดาษใบเดียว....ใบปริญญา article
ภาพจาก Kew Garden8 มิถุนายน 2549 article
ท่องตลาด Spitalfields article
14 March 2006 : เข้าเฝ้าสมเด็จพระเทพฯ ทรงดนตรีที่มหาวิทยาลัย SOAS article
In you heart article
อินคา !!! เสาร์ที่ 10 มิถุนายน 2549 article
Saranrom สราญรมย์ ร้านอาหารไทย ตอนที่ ๒ article
Saranrom สราญรมย์ ร้านอาหารไทย ตอนที่ ๑ article
ทบทวนสักนิด ก่อนคิดที่จะไปสัมภาษณ์ (สำหรับขอวีซ่า) article
ย้อนรอย หนังสือ ส้ม’s Diary article
ประกาศ การเลือกตั้งในสหราชอาณาจักร....ค่ะ article
ส้มไดอารี่กับโรงเรียนสอนภาษาในลอนดอน ตอนที่ 2 (06-02-06) article
Invitation Letter (Edited Version) article
ส้มไดอารี่ กับ โรงเรียนภาษาในลอนดอน (04-02-06) article
ช่วงเวลาแห่งความอดทน 19-01-2006 article
The Lion King Musical 06-12-05 article
มู๋ย่างเกาหลี ที่ Regent Street (14-11-05) article
มาเรียนอังกฤษ มาอย่างไร ให้พร้อม ?? .......(18-11-05) article
วัน Halloween ที่ผ่านมา ............... (7 Nov 05) article
ลอนดอนไม่ได้หรูหราอย่างที่คิดหรอกนะ........17 OCT 2005 article
ปีสุดท้าย...ของการศึกษา.....12 OCT'05 article
หาบ้านในลอนดอน......ซื้อของเข้าบ้านที่ IKEA….6 ตุลาคม 48 article
ตอน พายายเที่ยวกรุงเทพฯจ๊า article
การบินไทย.......รักคุ๊ณเท่าฟ้าฟ้าาาาาาาาาาา........Trickดีๆสำหรับคนต้องการปรับเวลา article
Thai Square Putney Bridge .........Part 1 article
Thai Square Putney Bridge .........Part 2 article
The Lion King Diary's Gallery ....Part 1 article
The Lion King Diary's Gallery ... Part 2 article
วันลอยกระทง วัดพุทธประทีป พาตัวไปใกล้วัด 13 Nov 05 article
รวม Link เกี่ยวกับประเทศอังกฤษค่ะ article
My Pie article



Opinion
Opinion *
By  *
E-Mail 
Don't Display E-mail


Copyright © 2010 All Rights Reserved.