ReadyPlanet.com
dot
dot
dot
bulletMy History | ประวัติส้มไดอารี่
bulletGuestbook | ทักทายส้ม
dot
dot
bullet☼ Samui ☼ เดินทางไปสมุย
bullet☼ Samui ☼ ล่องเรือชมเกาะ
bulletครั้งหนึ่งที่ ธรรมกาญจนา
dot
dot
bulletJapan Trip 1 ตอน เดินทางวันแรก
bulletJapan Trip 2 มาทำความรู้จัก “ดินแดนอาทิตย์อุทัย” กันค่ะ
bulletJapan Trip 3 ตอน เที่ยวเกียวโต (1/2)
dot
dot
bulletScotland ตอน เริ่มเดินทาง
bulletStonehaven ปราสาทงามริมเล
bulletซื้อของเข้าบ้านที่ IKEA
dot
dot
bulletศิริวรรณ หอยทอด ม๊ะ? จัดไป!
dot
dot
bulletยังขี้เกียจอยู่


Somdiary Online Fan Page
Follow my instagram ja :)
Somdiary Online Channel


►อยากไปทำงานที่ UK มีกี่วิธีที่จะไปได้ และต้องทำอย่างไรบ้าง article

อยากไปทำงานที่ UK มีกี่วิธีที่จะไปได้ และต้องทำอย่างไรบ้าง

โดย คนไกลบ้าน ( 27 มิถุนายน 2006)

 

สืบเนื่องมาจากระทู้หนึ่งที่ถามมาว่า อยากไปทำงานที่ UK มีกี่วิธีที่จะไปได้ และต้องทำอย่างไรบ้างผู้เขียนจำได้ว่ามีเรื่องนี้ผู้สนใจตั้งคำถามคล้าย ๆ กันนี้ เข้ามามาก ซึ่ง ทั้งส้ม สโนว์ ผู้เขียน และเพื่อน ๆ หลาย ๆ คนได้เคยช่วยกันตอบไปแล้ว แต่ก็ยังมีคำถามเข้ามาเรื่อย ๆ ซึ่งอาจเป็นเพราะมีกระทู้เข้ามามาก ทำให้ค้นหากระทู้เก่าได้ยาก ผู้เขียนจึงอยากเขียนเป็นบทความนี้ขึ้นมาเพื่อให้ง่ายแก่การอ่านและค้นหา  ขอออกตัวไว้ก่อนว่า บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นและประสบการณ์ส่วนตัว ที่ได้มาใช้ชีวิตในเมืองเชฟฟิลด์ ประเทศอังกฤษเป็นเวลาสามปีเศษเท่านั้น ไม่สามารถนำไปอ้างอิงใด ๆ ทั้งสิ้น สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์มากกว่านี้ก็อยากจะให้ลองเขียนบทความมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน โดยส่งมาได้ที่ ส้มไดอารี่ เพื่อที่ว่าบทความนี้จะมีความสมบูรณ์มากขึ้น อันจะยังประโยชน์ให้กับเพื่อน ๆ ที่สนใจ

เพื่อนๆ น้องๆ หลายคน

อาจจะเคยได้ยิน หรือเคยอ่านผ่านหูผ่านตา มาบ้างว่า โอ้โฮ ! ค่าแรงขั้นต่ำของการทำงานในอังกฤษ ตั้ง  5 ปอนด์ กว่า ๆ  เทียบเป็นเงินไทยแล้วได้ตั้ง เกือบ  400 บาท และวาดภาพต่อไปว่า นี่ถ้าฉันมาทำงาน อาทิตย์ละ 5 วัน วันละ 8 ชั่วโมง หรือ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ รายได้น่าจะเกิน 200 ปอนด์ ต่อสัปดาห์ หรือคิดเป็นเงินไทยได้ไม่น้อยกว่า 14,000 กว่าบาท  หรือเป็นเดือนก็ได้ตั้ง 56,000 บาทต่อเดือน และอาจจะเผลอคิดต่อไปว่า ถ้าฉันมาทำงานในอังกฤษ สัก 2 ปี น่าจะตั้งตัวได้ ขอบอกครับว่า ไม่จริง

การจะเข้ามาทำงานในประเทศนี้ คงไม่ใช่แค่ ไปขอวีซ่า แล้วหิ้วกระเป๋าเดินเข้ามาหางานทำในประเทศนี้ได้ (ในบทความนี้ขออนุญาตพูดถึงเฉพาะที่ทำถูกต้องตามกฎหมายนะครับ) หลาย ๆ คน คงจะสังเกตได้ว่า ช่วงนี้การขอวีซ่าเข้าประเทศอังกฤษ ค่อนข้างจะเข้มงวดขึ้น ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากว่า ในปีที่ผ่านมามีผู้คนอพยพเข้ามาอยู่ในอังกฤษเป็นจำนวนมาก ทั้งคนที่อยู่ในกลุ่มประเทศ EU ซึ่งคนกลุ่มนี้เข้ามาได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า อีกกลุ่มเป็นพวกคนจากประเทศในเครือจักรภพ มีตัวเลขที่ Home Office เปิดเผยว่าเมื่อปีที่แล้วมีคนจากปากีสถานเข้ามากว่า สามแสนคนที่ไม่ต้องผ่านการสัมภาษณ์ คนที่เข้ามาแทบทุกคนก็คงคิดคล้าย ๆ กันว่ามาหาเงินปอนด์ เพื่อจะส่งกลับไปที่บ้านเกิด ใครจะเชื่อว่านักเรียนพยาบาลที่กำลังจะจบในปีการศึกษานี้ กว่า 25,000 คนทั่วประเทศอังกฤษ จะต้องตกงานเนื่องจาก NHS ไม่มีตำแหน่งบรรจุให้ ทั้งที่นักเรียนพยาบาลของที่นี่ เรียนโดยรัฐบาลจ้างเรียน เรียนฟรี แถมมีเงินเดือนให้ใช้จ่าย ทั้งนี้เป็นเพราะเมื่อก่อนพยาบาลในประเทศอังกฤษค่อนข้างจะขาดแคลน ต้องนำเข้าจากประเทศแถบแอฟฟริกา ปากีสถาน อินเดีย รวมไปถึง ฟิลิปปินส์ ซึ่งเคยมีข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ว่า มีแพทย์จากฟิลิปปินส์จำนวนมาก ยอมลดเกรดตนเองลงมา โดยไปเทรนงานด้านพยาบาลอีกสาขาหนึ่ง เพื่อจะได้เข้ามาทำงานในประเทศอังกฤษ เพราะค่าจ้างที่ได้จากการทำงานเป็นพยาบาลที่ประเทศนี้ยังมากกว่า เป็นแพทย์ในฟิลิปปินส์เสียอีก เวลามีตำแหน่งงานที่ต้องแข่งขันกัน แน่นอนถ้าเรียงลำดับกันแล้ว คนอังกฤษที่ว่างงานและรัฐบาลอังกฤษจ้องจ่ายค่าเลี้ยงดูระหว่างตกงาน ต้องอยู่หัวแถวแน่นอน อันดับถัดมาก็น่าจะเป็นกลุ่มคนจากประเทศ EU และประเทศในเครือจักรภพ ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มนี้ ได้เปรียบเราในแง่การใช้ภาษาอังกฤษ ซื่งเขาใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาทางการ ส่วนคนไทยมักจะอยู่ท้ายแถวเสมอ


 
เมื่อเดือนเมษายน 2006 ที่ผ่านมา Home Office พึ่งจะเปลี่ยนเงื่อนไข ในการขอวีซ่าประเภทอยู่ถาวร (Indefinite Visa) สำหรับคนที่เข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย (มี Work permit) จาก 4 ปี เป็น 5 ปีและคนทีจะยื่นขอเป็น Citizen ต้องมีการสอบภาษาอังกฤษ และความรู้เกี่ยวกับการใช้ชีวิตอยู่ในประเทศอังกฤษ

ทีนี้ก็มาถึงว่าจะมีช่องทางเข้ามาทำงานในประเทศนี้ได้อย่างไร สำหรับคนไทยที่เราภาคภูมิใจมากว่าไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใคร มีทางเดียวครับ ก็คือ Work Permit ซึ่งใช่ว่าจะขอกันได้ง่าย ๆ เพราะนายจ้างจะต้องเป็นผู้ขอให้ ซึ่งนายจ้างก็จะต้องมีค่าใช้จ่ายพอควร และนายจ้างต้องมีหลักฐานยืนยันด้วยว่า ตำแหน่งงานที่ขอไม่มีคนที่อยู่ในอังกฤษสามารถจะทำได้ โดยการต้องลงประกาศรับสมัครงานทางหน้าหนังสือพิมพ์เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน รวมไปถึงคนที่จะได้ Work Permit ก็จะต้องมีหลักฐานยืนยันได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ทำงานในตำแหน่งนั้น ๆ จริง กลุ่มคนไทยที่ได้ Work Permit เท่าที่ทราบก็มีกลุ่มที่ทำงานในร้านอาหารไทย อีกกลุ่มหนึ่งเป็นพนักงานบริษัทที่มีบริษัทแม่อยู่ในอังกฤษ แล้วไปเปิดสาขาในประเทศไทย และมีการหมุนเวียนพนักงานเข้ามาทำงานหรือฝึกงานในบริษัทแม่ อีกกลุ่มหนึ่งก็เป็นพวกนักเรียนไทยที่สำเร็จการศึกษาที่นี่ (เฉพาะบางสาขา เช่น หมอ หมอฟัน สถาปนิก ฯ ) และสมัครเข้าทำงานโดยนายจ้างยินยอมทำเรื่องขอ Work Permit ให้   

อีกช่องทางหนึ่ง ก็คือต้องสมัครเข้ามาเรียนเป็นนักศึกษา Full time ซึ่ง กฎหมายยอมให้ทำงานได้ไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

ทีนี้พอจะนึกออกหรือยังครับว่า อยากเข้ามาทำงานใน UK ต้องทำอย่างไร คำตอบคือ ต้องลงทุน ครับ ทีนี้การลงทุน ถ้าว่าตามภาษาธุรกิจ ก็คือต้อง trade off กัน ระหว่างผลได้และผลเสียว่าคุ้มกันไหม เช่น

ถ้าคิดว่าอยากจะเข้ามาทำงานในร้านอาหารไทย ถามว่าง่ายไหม ก็ใช่ว่าจะง่ายนัก เพราะจำนวนโควตาที่ร้านอาหารไทยแต่ละร้านจะสามารถออก Work Permit ได้ ขึ้นอยู่กับ จำนวนที่นั่งในร้าน และเจ้าของร้านแต่ละแห่ง ต่างก็มีญาติพี่น้องที่อยากจะมาทำงานในอังกฤษทั้งนั้น นอกจากนั้นการจะขอออก Work Permit  ต้องมีค่าใช้จ่ายมากพอควร และยังมีผลกระทบต่อการเสียภาษีของร้านด้วย  นอกจากนั้นผู้ที่จะอยากจะมา ก็ต้องเตรียมความพร้อมของตนด้วย  ถามตนเองว่ามีประสบการณ์ทำงานในร้านอาหาร ภัตตาคาร โรงแรม ที่ได้มาตรฐานไหม หรืออาจจะต้องไปเรียนและสอบเอาประกาศนียบัตรวิชาชีพจากกระทรวงแรงงาน เห็นหรือยังครับที่ว่าต้องลงทุน คราวนี้เมื่อมาถึงที่นี่แล้วผลได้คืออะไร   การทำงาน Full time ในร้านอาหารไทย ส่วนใหญ่เท่าที่ทราบ จะจ่ายค่าจ้างเฉลี่ยสัปดาห์ละตั้งแต่ 120 200 ปอนด์ (ไม่รวมทิป) แล้วแต่ตำแหน่งงานและประสบการณ์ (อย่าคิดว่าจะได้ตามค่าจ้างขั้นต่ำของที่นี่) ทำงานเฉลี่ยสัปดาห์ละ 5 วันครึ่ง ถึง 6 วัน ที่พักก็แล้วแต่นายจ้าง บางแห่งมีที่พักให้ บางแห่งต้องจ่ายค่าที่พักเอง หรือบางแห่งนายจ้างอาจช่วยค่าที่พักครึ่งหนึ่ง แล้วแต่เงื่อนไขที่ได้ตกลงกันก่อนจะมา ส่วนอาหารถ้าเป็นวันทำงานก็อาศัยทานที่ร้านมื้อกลางวันและมื้อเย็นได้ ทำงานในลักษณะนี้ถามว่าจะเก็บเงินได้ไหม เท่าที่เคยเห็นมาหลาย ๆ คนก็เก็บเงินได้เป็นกอบเป็นกำ บางคนใช้แต่ทิปที่ได้ ส่วนเงินเดือนก็เก็บได้หมด แต่หลายคนก็ไม่สามารถเก็บเงินได้เลย เพราะนำเงินที่ได้ไปเล่นการพนัน ซึ่งมีทั้งเล่นกันเองในหมู่คนไทยด้วยกัน หรือ เล่นกับบ่อนถูกกฎหมายในอังกฤษซึ่งมีอยู่มากมาย แทบทุกถนนในย่านชุมชน มีทั้งล็อตเตอรี่ พนันม้า พนันบอล เล่นบิงโก และตู้สล๊อตแมชชีนทั้งหลาย ฯลฯ  

  ส่วนผู้ที่อยากเข้ามาทำงานในอังกฤษ โดยใช้ช่องทางการเข้ามาเรียน Full Time ในอังกฤษ บอกได้ว่า ไม่คุ้มหรอกครับ เพราะ ทำงานได้ไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ในขณะที่ต้องจ่ายค่าเทอมปีละ 7,000 – 10,000 กว่าปอนด์ขึ้นไปต่อปี รายได้ที่ได้จากการทำงานเพียงพอแค่ แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายจากทางบ้าน หรือช่วยให้คุณภาพการใช้ชีวิตในอังกฤษดีขึ้น มีเงินเพียงพอสำหรับ entertain ตนเอง ได้ซื้อของที่อยากซื้อ แต่จะหวังร่ำรวย เก็บเงินเป็นกอบเป็นกำคงไม่ได้ ยกเว้นแต่ นักเรียนบางคนที่มาเรียนในประเทศอังกฤษโดยทุนรัฐบาลหรือหน่วยงานใด ๆ และทำงานพิเศษ ด้วย ก็อาจจะพอเหลือเก็บอยู่บ้าง แต่ก็คงจะไม่เหมาะสมนัก เพราะได้ทุนมาแล้วก็ควรจะเอาเวลาทุ่มเทกับการเรียนมากกว่า ส่วนงานที่นักเรียนไทย ส่วนใหญ่ทำกันก็จะเป็นงานเสริฟ งานครัว ในร้านอาหารไทย ซึ่งถ้าถามว่าหายากไหม ก็ขึ้นกับหลาย ๆ ปัจจัย  

เช่น ถ้าอยู่ในลอนดอนหรือเมืองใหญ่ มีร้านอาหารไทยมากก็อาจมีตำแหน่งงานมากหน่อย แต่ถ้าอยู่ในเมืองเล็ก ๆ บางเมืองก็อาจจะมีแค่ 2-3  ร้าน หรือไม่มีเลย นอกจากนั้นแต่ละร้านก็อาจจะจ้างพนักงาน Full Time อยู่แล้ว อาจจะใช้นักเรียนช่วย เฉพาะในวันที่มีแขกมากเช่น วันศุกร์และวันเสาร์ งานอื่น ๆ ที่นักเรียนทำกัน เช่น งานในร้าน Fast Food ทั้งหลาย (คุณ Snow เคยเขียนไว้แล้วในส้มไดอารี่), งานดูแลผู้สูงอายุใน Nursing Home ซึ่งผมเคยเขียนไว้แล้วในส้มไดอารี่ เช่นกัน นอกจากนั้นก็อาจจะเป็น งาน Cleaner ที่เขาเรียกว่า Domestic หรืองาน พี่เลี้ยงเด็ก (Baby Sit) ซึ่งงานเหล่านี้มักจะจ่ายค่าจ้างในอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ อีกงานหนึ่งที่นักเรียนทำได้ก็จะเป็นงานในมหาวิทยาลัยทั่วไป งานห้องสมุด งานผู้ช่วยสอน งานคุม Lab (สองงานหลังนี้เฉพาะนักศึกษาปริญญาเอก)

นอกจากนี้แล้ว อีกประการหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงก็คือ อัตราภาษีในประเทศอังกฤษสูงมาก รวมไปถึง National Insurance ที่จะต้องจ่าย ในกรณีที่มีรายได้ต่อสัปดาห์ถึงเกณฑ์ (รายละเอียดลองไปอ่านในบทความเรื่องการเสียภาษีรายได้ และ National Insurance ที่เคยเขียนลงในส้มไดอารี่ไว้แล้ว)  

มาถึงตรงนี้บางคนอาจนึกสงสัยว่า ไม่มีงานอื่นดีกว่านี้แล้วหรือ บอกได้ว่ายากเหมือนกันครับ ถ้าภาษาไม่ดีจริง หรือไม่เก่งจริง เพราะคนอังกฤษที่ว่างงานยังมีอีกเยอะ และคนที่ว่างงานที่นี่ ถ้าเป็นคนอังกฤษ เขาสามารถ Claim benefit ได้ ดังนั้น รัฐบาลเขาต้องรีบให้คนกลุ่มนี้มีงานทำโดยเร็ว นอกจากนั้นเขายังมีวิธีการที่จะสงวนงานบางอย่างให้คนอังกฤษเท่านั้น ช่วงนี้เริ่มเห็นคนจีนเข้าไปทำงานในร้านขายโทรศัพท์มือถือ บน High Street มากขึ้น แต่พอเข้าไปคุยด้วยส่วนใหญ่จะเป็นพวกคนจีนที่เกิดที่นี่ ภาษาค่อนข้างดี และสามารถใช้ภาษาจีนได้ ซึ่งทางร้านเขาเตรียมไว้สำหรับรองรับลูกค้าที่เป็นนักศึกษาจีนซึ่งเป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่พอควรในประเทศนี้  

ถึงตรงนี้คิดว่าคงจะพอตอบคำถามสำหรับคนที่อยากจะมาทำงานในประเทศอังกฤษได้บ้างน่ะครับ ขอไม่ฟันธงนะครับว่าดีหรือไม่ดี สำหรับผู้ที่มีข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเขียนมาได้นะครับ โดยส่งโดยตรงได้ที่คุณส้ม ครับ

 ***********************************

 




Friend's Stories

►อีกด้านหนึ่งของอังกฤษ....โดย คนไกลบ้าน article
►เรียนปริญญาโทในอังกฤษ ต่างกับเยอรมนีอย่างไร โดย The Last Winter article
►ทำงานใน Home Care ที่ Sheffield ประสบการณ์ตรงโดย คนไกลบ้าน article
►เคยได้ยินบางคนบอกว่า “เป็นนักเรียนทำงานไม่ต้องเสียภาษี” ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรลองมาดูกัน article
►ไปตรวจร่างกายที่ IOM โดย หนูอัยย์ article
►ขั้นตอนการขอวีซ่าแบบใหม่ โดย knottotay article
►ขอวีซ่านักเรียน+ระบุว่าแฟนอยู่อังกฤษ( by Me Myself & I) article
►ตอน..การยื่นขอวีซ่า ((ในทัศนะของหนูอัยย์เจ้าค่ะ)) article
►เอกสารขอวีซ่าคนละนามสกุล และสกุลเดียวกัน โดย Knot และ กบ (2003) article
►สิ่งสำคัญสำหรับคนที่จะขอวีซ่านะครับ โดย ตี๋น้อย (UPDATE) article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.