ReadyPlanet.com
dot
dot
dot
bulletMy History | ประวัติส้มไดอารี่
bulletGuestbook | ทักทายส้ม
dot
dot
bullet☼ Samui ☼ เดินทางไปสมุย
bullet☼ Samui ☼ ล่องเรือชมเกาะ
bulletครั้งหนึ่งที่ ธรรมกาญจนา
dot
dot
bulletJapan Trip 1 ตอน เดินทางวันแรก
bulletJapan Trip 2 มาทำความรู้จัก “ดินแดนอาทิตย์อุทัย” กันค่ะ
bulletJapan Trip 3 ตอน เที่ยวเกียวโต (1/2)
dot
dot
bulletScotland ตอน เริ่มเดินทาง
bulletStonehaven ปราสาทงามริมเล
bulletซื้อของเข้าบ้านที่ IKEA
dot
dot
bulletศิริวรรณ หอยทอด ม๊ะ? จัดไป!
dot
dot
bulletยังขี้เกียจอยู่


Somdiary Online Fan Page
Follow my instagram ja :)
Somdiary Online Channel


►เอกสารขอวีซ่าคนละนามสกุล และสกุลเดียวกัน โดย Knot และ กบ (2003) article

เรื่องเก่า นำมาเล่าใหม่ค่ะ เป็นกระทู้ที่อยู่ในเวปส้มไดอารี่ นานทีเดียว ราวๆ 3 ปีได้แล้วมั้ง ตั้งแต่ปี 2003 แน่ะค่ะ ทั้งคุณ knot และคุณ กบ ได้เข้ามาแชร์ประสบการณ์ดีๆ แล้วส้มเห็นว่า เพื่อนๆบางคน ไม่ได้แวบเข้าไปอ่านในเวปไซด์ www.somdiary.com กันสักเท่าไหร่ บางทีอาจจะพลาดโอกาสดีๆในการรับรู้เรื่องราวเหล่านี้ ส้มเลยขอหยิบยกเนื้อหาจากกระทู้ ยกเครดิตให้คุณทั้งสองคน ในเรื่องเกี่ยวกับการขอวีซ่าคนละนามสกุล และรายละเอียดเกี่ยวกับการขอวีซ่าโดยมี Sponsor อย่างไรบ้าง เชิญอ่านเลยค่ะ

1.ขอวีซ่าที่สถานฑูตอังกฤษมาค่ะ case ของเรา เป็น case ที่ sponsor คนละนามสกุล By Knot

 

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเราไปขอวีซ่าที่สถานฑูตอังกฤษมาค่ะ case ของเรา เป็น case ที่ sponsor คนละนามสกุล และมีคุณป้า พี่สาวของแม่แท้ เป็น sponsor อีก 1 คนค่ะ ได้อ่านกระทู้ของพี่ๆ เพื่อนๆ ทั้งในเว็บของส้ม แล้วก้อในโต๊ะไกลบ้านมานาน เพื่อเก็บรายละเอียดไปขอวีซ่าครั้งนี้ ก่อนที่จะไปขอวีซ่าเรากังวลอยู่ 2 เรื่อง คือ เรื่อง Statement เพราะกลัวว่าต้องมีเงินในบัญชีหลายล้านบาท เรื่องที่ 2 คือ เรื่อง sponsor คนละนามสกุล กลัวว่าจะมีปัญหา ส่วนคุณป้าแท้ๆ นี่ ท่านอยากช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายในการกินอยู่บางส่วน ท่านก็เลยมาช่วยเป็นสปอนเซอร์ร่วมค่ะ

เอกสารของตัวเราเองที่ต้องเตรียมค่ะ
1. กรอกแบบฟอร์ม IM2A, IM2S
2. หนังสือเดินทาง
3. สำเนาบัตรประชาชน
4. สำเนาทะเบียนบ้าน
5. Transcript
6. จดหมายตอบรับจากมหาวิทยาลัยที่อังกฤษ
7. Draft ที่เราจ่ายเงืน Deposit ค่าเล่าเรียนไปให้กับทางมหาวิทยาลัยแล้วค่ะ
8. คะแนน IELTS และใบเสร็จค่าเรียนภาษาอังกฤษทั้งหมด เพื่อแสดงว่า เราสนใจที่จะเรียนภาษาอังกฤษค่ะ


จาก: Knot  [22 Sep 2003 04:11]

ความคิดเห็นที่ 1  โดย คุณ Knot  
 22 Sep 2003 04:12 #325399    
ลบ

 

เอกสารที่เตรียมไปสำหรับ sponsor คนละนามสกุลค่ะ

1. สำเนาบัตรประชาชน รับรองสำเนาถูกต้อง
2. สำเนาทะเบียนบ้าน รับรองสำเนาถูกต้อง
3. สำเนา Statement ชื่อสปอนเซอร์ บัญชีออมทรัพย์ มียอดเงินประมาณ 1 ล้านกว่าๆ (ไม่ได้ขอใบรับรองจากธนาคารนะคะ แต่ว่า Update สมุดบัญชีถึงวันล่าสุดก่อนไปขอวีซ่า)
4. หนังสือรับรองจากบริษัท ว่าสปอนเซอร์ทำงานอยู่ในตำแหน่งอะไร ทำงานที่นี่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ (ไม่ได้ระบุอัตราเงินเดือนนะคะ)
5. สำเนาหนังสือรับรองบริษัท แสดงว่า สปอนเซอร์ เป็นกรรมการอยู่
6. สำเนารายชื่อผู้ถือหุ้นบริษัท แสดงว่าสปอนเซอร์ได้ถือหุ้นบริษัทนี้อยู่
7. สำเนางบการเงินบริษัท ที่นำส่งกรมสรรพากร
8. Statement ของบริษัท บัญชีออมทรัพย์ มียอดเงินประมาณ 1 ล้านปลายๆ และบัญชีกระแสรายวัน มียอดเงินประมาณ 4 แสนกว่าๆ
9. รูปถ่ายตั้งแต่เด็ก จนถึงวันรับปริญญา
10. สำเนาทะเบียนบ้านตั้งแต่บ้านเก่า ก่อนจะย้ายมาบ้านปัจจุบัน เพื่อแสดงว่าเราอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เกิดค่ะ
11. จดหมายแสดงความสัมพันธ์ ลงชื่อ สปอนเซอร์ค่ะ ว่าจะจ่ายเงินค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายให้ (เน้นว่า คุณอา ไม่ได้แต่งงาน จึงเลี้ยงดูเราเหมือนลูก)
12. จดหมายรับรองจากทนาย (เราเอาเอกสารทั้งหมดไปให้ทนายดูค่ะ แล้วทนายเค้าจะแสดงความเห็นรับรองว่า ได้ตรวจเอกสารทั้งหมดแล้ว และมีความเห็นว่า น๊อตและคุณอา มีความสัมพันธ์กันเปรียบเสมือนแม่บุญธรรม เพราะได้ส่งเสียให้เรียนตั้งแต่ระดับปริญญาตรี และคิดว่าคุณอามีศักยภาพที่จะอุปการะค่าใช้จ่ายในการศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษได้ค่ะ ประมาณนี้อ่ะค่ะ จำข้อความไม่ได้ทั้งหมด)


 ความคิดเห็นที่ 2  โดย คุณ Knot  
 22 Sep 2003 04:13 #325400    
ลบ

เอกสารที่เตรียมไปสำหรับ sponsor ที่เป็นญาติกันแท้ๆ ค่ะ
1. สำเนาบัตรประชาชน รับรองสำเนาถูกต้อง
2. สำเนาทะเบียนบ้าน รับรองสำเนาถูกต้อง
3. สำเนาทะเบียนสมรส เพื่อแสดงว่า คุณป้ากะคุณแม่ นามสกุลเดียวกัน (เรากะคุณแม่ ก็คนละนามสกุลค่ะ คุณแม่ไม่ได้เปลี่ยนนามสกุล)
4. สำเนา Statement ชื่อสปอนเซอร์ บัญชีออมทรัพย์ มี 2 บัญชี ยอดเงิน 2 แสนกว่าๆ (update ถึงวันล่าสุดก่อนไปขอวีซ่าเหมือนกันค่ะ)
5. สำเนาทะเบียนการค้า
6. สำเนา Statement ชื่อร้านค้า บัญชีออมทรัพย์ มี 1 บัญชี ยอดเงิน 1 แสนกว่าๆ (เงินหมุนเวียนไม่เกิน 1 ล้านบาท)

 

 ความคิดเห็นที่ 3  โดย คุณ Knot  
 22 Sep 2003 04:13 #325401    
ลบ

ไปขอวีซ่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ไปตั้งแต่ 6 โมงครึ่งค่ะ ยื่นเอกสารเพื่อแลกบัตรคิวตอน 7 โมงครึ่ง (เอกสารเยอะ และหนามากๆ ค่ะ) เจ้าหน้าที่เอาเอกสารไปทั้งหมด ยกเว้นแฟ้มรูปถ่าย เค้าบอกว่าให้ถือไว้ แล้วเอาไปยื่นที่เคาเตอร์ด้านในค่ะ ได้คิวที่ 6 นั่งรอถึง 8 โมงก้อเริ่มเรียกคิวที่ 1 เราถูกเรียกตอน 08.15 น. เจ้าหน้าที่ดูเอกสาร อ่านอย่างละเอียด ตรง จดหมายตอบรับจากทางมหาวิทยาลัย และจดหมายที่เราทำสรุปไว้ว่าเอกสารที่เรานำมายื่นนั้นมีอะไรบ้าง ส่วน Detail ของสปอนเซอร์ที่เรากังวล และ Statement เปิดดูผ่านๆ อย่างรวดเร็ว (เร็วจริงๆนะคะ ไม่เปิดดูทุกแผ่นค่ะ) รูปถ่ายที่เราถืออยู่ในมือก็ไม่ดู แล้วเค้าก้อถามเรา 3 คำถามว่า
1. เรามาขอวีซ่าด้วยตัวเองใช่มั๊ย (รูปถ่ายอาจจะไม่เหมือนตัวจริง ^-^) ตอบว่า...ใช่ค่ะ
2. หลักสูตรที่เราจะไปเรียนนี่ เรียนภาษาไปพร้อมๆ กับปริญญาโทใช่มั๊ย ตอบว่า ไม่ใช่ค่ะ เรียนภาษาก่อน ถึงจะต่อโท (เราเรียนภาษาและโท ที่มหาลัยเดียวกันค่ะ)
3. เปิดเทอมเมื่อไหร่
แล้วเค้าก้อบอกว่าไปรอจ่ายเงินที่เคาเตอร์ จ่ายเงินเสร็จตอน 08.30 น. เร็วกว่าที่คิด ตอนแรกคิดว่าจะถูกสัมภาษณ์ เพราะคนที่ไปด้วยบอกว่า ถ้าได้กระดาษแผ่นใหญ่ โดนสัมภาษณ์แน่ๆ แต่เจ้าหน้าที่ก็บอกว่า มารับวีซ่า ตอนบ่าย 3 นะค่ะ ดีใจมากค่ะ ^-^ พอรับวีซ่ามาได้มา 1 ปี 8 เดือน เราเรียนอยู่ที่ The London School of Commerce ภายใต้ Northumbria University ค่ะ จะเดินทางอาทิตย์หน้าแล้ว ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ

 

 ความคิดเห็นที่ 4  โดย คุณ Knot  
 22 Sep 2003 04:14 #325402    
ลบ

อันนี้เป็นตัวอย่างจดหมายแสดงความสัมพันธ์ที่ให้คุณอาเป็นคนรับรองค่ะ

September 12, 2003

To Whom It May Concern

This letter is to certify that I, Miss…….., an aunt of Miss…….., am writing this letter for the purpose that I will undertake to be responsible for financial matters as a sponsor for …….. during her studies in the United Kingdom. This includes cost of tuition fees, accommodation and living expenses.


I would like to explain about the close relationship between I and Miss ……. as the following. Miss …… has stayed with my family since she was born due to the fact that my mother is a godmother of her mother. When she was born, her parents had divorced so she had to stay with my family. My mother has raised her since she was just a baby. She undoubtedly became a part of my family.


Because I do not have any child as I am single, I love her as my own daughter and would like her to have a bright future. I realize that education is the best gift that I could ever give her so she can use it to earn her living in the future. In the past, I have supported her tuition fees for all of the four years of Bachelor Degree in accountancy at the University of Chamber of Commerce. And I am willing to support her study in Master Degree in the United Kingdom because I would like her to learn and develop the ability in English language and business computer as both of them are very important skills needed nowadays.


The following necessary documents are enclosed to show my relationship between me and Miss ……. Firstly, the residence registration address ……………….. is to prove that she has stayed with my family since she was born and moved with us when we moved the residence. Second is many photos of her and my family that were taken since she was still young until now. These can guarantee that Miss ……..is a lovely member and an important part of my family. And that is the reason why I, with pleasure, will support her study in the United Kingdom.
I hereby guarantee that all of the information I have provided in this letter is accurate and true.


Sincerely yours,



Miss ……………..

 

 2. ไปขอวีซ่ามาปรากฎว่าได้แหล่ะ ทั้งๆที่คิดว่าไม่น่าจะได้เลยนะ... By กบ

 

ไปขอวีซ่ามาปรากฎว่าได้แหล่ะ ทั้งๆที่คิดว่าไม่น่าจะได้เลยนะ...

ตอนขอก็กลุ้มว่าจะไม่ได้ พอได้มาแล้วยิ่งกลุ้มหนักเข้าไปอีก เฮ้อ... ทำไมน้า
อยากแชร์ประสบการณ์ขอวีซ่านักเรียนให้เพื่อนๆฟัง ในกรณีของเรา สปอนเซอร์คนละนามสกุล ลุ้นระทึกมาก ไปขอวีซ่าเมื่อวันที่ 23 กันยายน ไปตั้งแต่ 6.30 น. ยืนต่อคิวจนถึง 7.30 น. ถึงได้เข้าไปยื่นเอกสารขั้นตอนแรกแต่มาพลาดตรงที่ เราไม่ได้ถ่ายเอกสารใบรับรองจากทางโรงเรียนภาษาไปด้วย ดันสะเหร่อจะให้ตัวจริงเขาไป ทางจนท.ก็ดี๊ดี บอกให้เราไปถ่ายเอกสารมาก่อน เพราะตัวจริงต้องใช้ยื่นให้ตม.ดูที่อังกฤษด้วย แล้วบอกเราว่าถ่ายเอกสารเสร็จแล้ว ให้เข้าประตูด้านข้างได้เลยไม่ต้องต่อคิวอีก พอกลับเข้ามาใหม่ได้คิวที่ 22 เข้าไปรอถึง ประมาณ 9 โมงกว่าถึงจะเรียกคิวเรา นานมาก เอกสารที่เราใช้มีดังนี้
1. ใบคำร้องขอวีซ่า กรอกให้ครบทุกช่อง
2.หนังสือเดินทาง เคยไปเที่ยวฝรั่งเศสมาเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ไปอยู่ 2 เดือนครึ่ง เป็นการออกนอกประเทศครั้งแรก ด้านหลังมีโดนประทับตรา reject ด้วยแหล่ะ
3.รูปถ่าย 2 นิ้ว 2 รูป
4.ประกาศนียบัตรและใบทรานสคริปต์ปริญญาตรี จบมาได้เกือบ 2 ปีแล้ว
5.ประกาศนียบัตรที่เคยเรียนภาษาจากสถาบันในเมืองไทย
6.ใบรับรองจากโรงเรียนภาษาที่ลอนดอนว่าเราได้จ่ายค่าเล่าเรียน 26 สัปดาห์ และค่าที่พักกับแฟมิลี่อีก 2 สัปดาห์ แล้ว
7. ใบรับรองจากสปอนเซอร์ พร้อมใบรับรองการทำงานของสปอนเซอร์ สปอนเซอร์คือคุณอา น้องสาวแท้ๆของพ่อ แต่งงานแล้วแต่ไม่มีลูก เลยยื่นสำเนาใบทะเบียนสมรส และใบทะเบียนบ้านทั้งของพ่อและของคุณอาไปด้วย
8.สำเนาสมุดบัญชีออมทรัพย์,ประจำและสลากออมสินของอาทั้งหมด ตัวเลขค่อนข้างประปรายมากบางบัญชีมีแค่ 50,000 บาทก็มี รวมกันแล้วทั้งหมดประมาณ 1,800,000 บาท แต่เป็นบัญชีที่มีการหมุดเวียนตลอดหลายปี
9.สำเนาสมุดบัญชีของตัวเองประปรายเหมือนกัน รวมกันได้แค่ประมาณ 100,000 บาท หมุนเวียนหลายปีเหมือนกัน
10.ใบรับรองการทำงานของตัวเองหลังจากเรียนจบก็ได้งานทำเลยประสบการณ์ทำงาน 1 ปี 2 เดือน ลาออกไปเที่ยวฝรั่งเศส
หลักฐานที่ใช้ยื่นก็มีเท่านี้แหล่ะ
พอถึงคิวเราจนท.ที่สัมภาษณ์เป็นฝรั่งผู้ชายท่าทางเขี้ยวๆ และล่ามผู้หญิง
หรั่ง: คุณมีญาติอยู่อังกฤษใช่ไหม
เรา: ไม่มีค่ะ
หรั่ง: แต่คุณกรอกในใบคำร้องว่ามี
เรา: เอ๋อไปพักหนึ่ง แล้วตอบอย่างหนักแน่นว่า ไม่มีแน่นอน แล้วก็ไม่ได้กรอกไปว่ามีด้วย
หรั่ง: ใครออกค่าใช้จ่ายให้ อยู่ที่อังกฤษหรือเปล่า
เรา: คุณอาน้องสาวของพ่อค่ะ ทำงานอยู่เมืองไทย
หรั่ง: ผมไม่ happy ที่คุณไปเที่ยวฝรั่งเศสตั้ง 2 เดือนครึ่ง ไปทำอะไร ผมจะเช็คกับทางสถานฑูตฝรั่งเศสก่อน (เกี่ยวไรกับฝรั่งเศสเนี่ยะ ไม่เข้าใจเลยจริงๆ คนไปเที่ยว 3 เดือนยังมีเลย)
แล้วก็ให้เราไปชำระเงินพร้อมกับยื่นใบสีเขียวแผ่นใหญ่ๆมาให้แล้วบอกจะติดต่อกลับมา
หลังจากนั้น 2 วันก็ติดต่อมาให้เข้าไปจะสัมภาษณ์อีกครั้ง
พอไปถึงเราก็ยื่นใบสีเขียวแล้วนั่งรอไปตั้งแต่เที่ยงครึ่ง คิวยาวมากกว่าจะได้เข้าสถานฑูตบ่ายโมง นั่งรออีกประมาณ ชั่วโมงกว่า จนท.เรียกไปที่เคาเตอร์ ถามแค่ว่า ไปทำอะไรที่อังกฤษ เราก็ตอบไปว่าไปเรียนภาษาฝึกการฟังกับพูดเพื่อกลับมาเรียนต่อปริญญาโทภาคภาษาอังกฤษที่เมืองไทย - ใครออกค่าใช้จ่ายให้ - คุณอาค่ะ จนท. - รอรับวีซ่าได้เลยค่ะ เรา ขอบคุณค่ะ นั่งรอวีซ่าจนถึงประมาณ 4 โมง ถึงจะได้วีซ่า เฮ้อทั้งเหนื่อยทั้งหิว.. ไม่รู้ว่ามันจะนานขนาดนี้.


จาก:
กบ   [2 Oct 2003 10:34]




Friend's Stories

►อีกด้านหนึ่งของอังกฤษ....โดย คนไกลบ้าน article
►เรียนปริญญาโทในอังกฤษ ต่างกับเยอรมนีอย่างไร โดย The Last Winter article
►อยากไปทำงานที่ UK มีกี่วิธีที่จะไปได้ และต้องทำอย่างไรบ้าง article
►ทำงานใน Home Care ที่ Sheffield ประสบการณ์ตรงโดย คนไกลบ้าน article
►เคยได้ยินบางคนบอกว่า “เป็นนักเรียนทำงานไม่ต้องเสียภาษี” ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรลองมาดูกัน article
►ไปตรวจร่างกายที่ IOM โดย หนูอัยย์ article
►ขั้นตอนการขอวีซ่าแบบใหม่ โดย knottotay article
►ขอวีซ่านักเรียน+ระบุว่าแฟนอยู่อังกฤษ( by Me Myself & I) article
►ตอน..การยื่นขอวีซ่า ((ในทัศนะของหนูอัยย์เจ้าค่ะ)) article
►สิ่งสำคัญสำหรับคนที่จะขอวีซ่านะครับ โดย ตี๋น้อย (UPDATE) article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.