ReadyPlanet.com
dot
dot
dot
bulletMy History | ประวัติส้มไดอารี่
bulletGuestbook | ทักทายส้ม
dot
dot
bullet☼ Samui ☼ เดินทางไปสมุย
bullet☼ Samui ☼ ล่องเรือชมเกาะ
bulletครั้งหนึ่งที่ ธรรมกาญจนา
dot
dot
bulletJapan Trip 1 ตอน เดินทางวันแรก
bulletJapan Trip 2 มาทำความรู้จัก “ดินแดนอาทิตย์อุทัย” กันค่ะ
bulletJapan Trip 3 ตอน เที่ยวเกียวโต (1/2)
dot
dot
bulletScotland ตอน เริ่มเดินทาง
bulletStonehaven ปราสาทงามริมเล
bulletซื้อของเข้าบ้านที่ IKEA
dot
dot
bulletศิริวรรณ หอยทอด ม๊ะ? จัดไป!
dot
dot
bulletยังขี้เกียจอยู่


Somdiary Online Fan Page
Follow my instagram ja :)
Somdiary Online Channel


►สิ่งสำคัญสำหรับคนที่จะขอวีซ่านะครับ โดย ตี๋น้อย (UPDATE) article

 

พอดี ส้มเห็นว่าคุณตี๋น้อยมีข้อมูลแน่นเหมือนกัน (พักนี้มีแต่คนข้อมูลแน่นๆ ส้มไม่มีอะไรในหัวแล้วล่ะ) ก็เลยขออนุญาตให้คุณตี๋น้อยช่วยเขียนเรื่องลงให้หน่อย แต่แล้วก็ได้ไปเจอกระทู้นี้มา ก็เลยนำมาลงก่อนน่ะค่ะ

อ้างอิงจากกระทู้ : สิ่งนึงที่สำคัญอย่าเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กสำหรับคนที่จะขอวีซ่านะครับ
 
http://www.somdiaryonline.com/index.php?lay=boardshow&ac=webboard_show&No=189096

โดย: teenoi ปี 2006

สิ่งนึงที่สำคัญอย่าเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กสำหรับคนที่จะขอวีซ่านะครับ

วันนี้เป็นวันนึงที่เงียบเหงาและไม่มีงานให้ผมทำ นั่งแช่Officeไปวันๆ เนื่องมาจากเศรษฐกิจที่มีลางบอกว่ากำลังจะถึงจุดวิกฤตอีกรอบ นั่งดูหุ้นร่วงๆ ก็เหมือนอยู่กับดอกไม้เหี่่ยวๆ ที่ร่วงโรยแล้วไม่รู้ว่าจะแห้งตายเมื่อไหร่ คุณพ่อของผมก็หนึ่งในนักลงทุนที่จะแห้งเฉาราคาหุ้นที่ซื้อไว้ก็ลงมาทุกวันไรทิศทาง มีหลายๆหลักทรัพย์ที่เริ่มปิดตัวตัวลง หรือไม่ก็ยุบตัวรวมกัน ไม่มีอะไรจะทำเลยหาเรื่องเข้ามาเว็ปของส้มโพสเรื่องนี้

มาแบ่งปันความรู้เท่าหางอึ่งของผมนะครับ อิอิ ลองมาดูนิดนึงนะครับว่าคุณพลาดอะไรไปบ้างหรือเปล่าเกี่ยวกับquestionnaire เตรียมตัวเรื่องนี้ไว้หน่อยก็ดีนะครับ

คำถามมีทั้งหมด 13 ข้อครับ

1.คุณติดต่อผ่านagentหรือตัวแทนหรือไม่ ถ้าใช่ กรุณาระบุรายละเอียด

2.ทำไมคุณถึงเลือกลงCourseนี้ และ คุณค้นพบมันจากที่ไหน

3.ทำไมคุณถึงเลือกสถาบันหรือมหาวิทยาลัยแห่งนี้ และสถาบันอื่นๆอะไรที่คุณนำมาเปรียบเทียบตัดสินใจ

4.Courseนี้มีระยะเวลานานเท่าไหร่

5.คุณตั้งใจไว้ว่าจะได้อะไรจากCourseที่คุณจะเลือก

6.คุณเคยเรียนหลักสูตรที่มีความเกี่ยวข้องกับคอร์สนี้หรือไม่ ถ้าใช่ หลักฐานอะไรที่คุณจะนำเสนอ

7.ราคาCourseนี้ต่อปีเท่าไหร่/ราคาที่พักต่อปีเท่าไหร่/ค่าใช้จ่ายของคุณในการดำรงค์ชีวิตประจำวันอื่นๆต่อปีเท่าไหร่/กรุณาแนบหลักฐานค่าCoorseมาด้วย

8.ระหว่างที่คุณจบการศึกษามาจนถึงปัจจุบันคุณทำอะไรมาบ้าง นำเสนอหลักฐานที่จะSupportด้วย

9.คุณเคยเรียนที่UKมาก่อนมั้ย ถ้าใช่ กรุณาบอกรายละเอียดเต็มๆ

10.ภาษาอังกฤษเป็นภาษแรกของคุณหรือไม่ ถ้าไม่ใช่ กรุณานำเสนอหลักฐานเพื่อยืนยันด้วย

11.ทำไมคุณถึงเลือกที่จะไปเรียนต่างประเทศ และ คอร์สนี้ต่างจากคอร์สที่มีลักษณะเหมือนกันในเมืองไทยอย่างไร

12.คุณมีญาติอาศัยอยู่ที่UK,มั้ย ถ้าใช่ ญาติคุณเป็นคนที่ไหน กรุณานำเสนอหลักฐานการย้ายถิ่น

13.กรุณาระบุความตั้งใจของคุณอย่างแท้จริงหลังจากที่คุณเรียนจบในUK

สำคัญมากนะครับถ้าเพื่อนๆ ตอบชัดเจน(ตอบแบบมีเหตุมีผลให้เค้าเชื่อว่าเป็นไปได้จริงๆทุกประการมีหลักฐานยืนยัน) คาดว่าทางกงศุล จะไม่เรียกสัมภาษณ์อีก ถ้าตอบไม่ดีอาจโดนสัมภาษณ์นะครับมันเสี่ยง

 

 

เรื่องของความสมเหตุสมผล

 

 เช่น  บางทีประวัติมาเก่งแล้วแต่มาลงคอร์สภาษาอะไรแบบนี้เป็นใครก็สงสัยครับว่าจะเรียนไปทำไมอีก 

บางคนจบ ป.ตรี มาเป็นปีเลยไม่ได้ทำงานไม่มีงานทำไม่เคยลงคอร์สภาษาในเมืองไทยเลยอยู่ๆจะไปอังกฤษเค้าก็คิดว่าต้องไปหางาน

เป็นต้น

ก็เป็นตัวอย่างความรู้เล็กๆน้อยๆมาแบ่งปันกันนะคร๊าบป๋ม ^^"

ผู้ตั้งกระทู้teenoi (
) ::วันที่ลงประกาศ 30-05-2006 17:20:04 IP : 58.8.6.187

 

 

วันที่ 9-06-06 ส่งเรื่องโดยคุณ ตี๋น้อย

 

 

วันนี้เห็นพิธีเฉลิมฉลองแล้วขนลุกเกลียวเลย ตื้นตันใจมาก คนไปร่วมพิธีเยอะจริงๆ อ่าที่สำคัญวันนี้หุ้นขึ้นด้วยอะ(ตอนนี้ ต่อไปไม่รู้) ครับเข้าเรื่องดีกว่า

อย่างที่ผมเคยตอบๆในกระทู้มาหลายๆ ส่วน ประกอบกับจำเหตุการณ์ตัวอย่างจากคนที่ตั้งกระทู้ถามๆกันนะครับ คนที่เดาทางสถานทูตถูกทางก็ไม่ยากครับ

ผมอยากให้คนที่อยากไป ตรวจสอบคุณสมบัติตัวเองก่อนไปครับว่าเพียงพอหรือไม่นะครับ

ระดับการศึกษาและด้านการศึกษาที่เราจบมาก็สำคัญครับ

 

                บางคนจบมาเกรดไม่ดี ไม่เคยเรียนคอร์สภาษาอังกฤษเพิ่มเติมที่เมืองไทยเลย  และยังไม่เคยเข้าทำงานงานที่ใดมาเลย ผมแนะนำว่าอย่างน้อยๆ  คุณน่าจะไปลงเรียนภาษาไว้สักหน่อย เก็บหลักฐานการเรียนหรือใบCertificateไว้ครับ คืออย่างน้อยๆ คุณก็ไม่ได้อยู่ว่างๆ มาเป็นปีหลังจากที่คุณจบการศึกษามา จังหวะเรียนมีความต่อเนื่องกัน และถ้าคิดจะมายื่นวีซ่ามันก็ประจวบเหมาะกันครับเหตุและผลมันไปกันได้ หรือคนที่เพิ่งจบมาแล้วไปต่อคอร์สเลยอันนี้ก็ดีครับ สำหรับคนที่ทำงานมาอย่างน้อยก็สักปีนะครับ จะได้ดูดี ดีที่ตัวเราด้วยส่วนใหญ่ถ้าเราไปสมัครงานที่ไหน ชั่วโมงบินของคุณก็สำคัญนะครับ ดูไม่สั้นจนเกินไป จะศึกษาต่อต่างประเทศก็อ้างได้ครับ ว่าไปหาความรู้เพิ่มเติมแบบผมไงครับ อิอิ ดีกว่าอยู่ป่าวๆ มายื่นวีซ่าเยอะเลยครับเสี่ยงไม่คุ้มเลย ผมเองก็ได้ใบรับรองการทำงานจากที่ทำงานมา และก็ยังเอาหลักฐาน สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือนไปยื่นอีกด้วย

 

            ต่อไปนี้ผมจะกล่าวถึงหลักฐานเฉพาะที่มักจะมีปัญหากันนะครับ

 

 

             หลักฐานการเงิน

 

 

                อย่างน้อยๆ ก็ต้องครอบคลุมค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ในขณะที่เราศึกษาอยู่ที่นั่น คิดจากไหนเหรอ คิดจากประมาณเอาสิครับเหอๆ ก็ไม่เคยไปอยู่จะไปอยู่ก็คิดประมาณค่าใช้จ่ายเอา เอาแบบเวอร์ๆไปเลยยิ่งดี แต่อย่าฟุ้งซ่านจนเกินความเป็นจริงนะครับ เอาให้ดูน่าเชื่อถือครับ มีอะไรบ้างเช่น ค่าคอร์ส ค่าที่พัก ค่าเดินทาง ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตรงนี้ก็กะเผื่อๆเอาไว้ 

 

 

            ใบรับรองฐานะทางการเงินของธนาคารที่เอา Statement ไปยื่น ให้เจ้าของบัญชีแจ้งคำร้องขอหลักฐานนะครับโดยอาจจะ Copy หน้าบุ๊ค Passport ของเราให้เจ้าของบัญชีหรือSponsorไปยื่นนะครับ เพื่อทางธนาคารจะได้สะกดชื่อภาษาอังกฤษเราถูกต้อง ขอเป็น English versionนะครับ

                แล้วที่มาของรายได้นี้หละครับจะหาจากไหน ก็จากธุรกิจของ Sponsor หรือเงินเดือนของ Sponsorครับ หาให้ได้นะครับคนที่มีธุรกิจส่วนตัว ต้องหาใบประกอบกิจการ ถ้าไม่ได้จดทะเบียนอะไรเลย ต้องหาหลักฐานอื่น เช่น ใบเสร็จเช่าแผงลอย เช่าตึก บัญชีรายรับรายจ่ายของกิจการ ใบสั่งของที่เอามาขายหรือใบสั่งของวัตถุดิบที่เอามาเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ที่Sponsorขาย ยกอะไรมาได้เอามาเลย สำหรับคนเป็นลูกจ้างหรือพนักงานบริษัท ก็ให้ทางบริษัทหรือนายจ้างรับรองการทำงานมา ว่าเริ่มทำงานตั้งแต่เมื่อไหร่ รายได้ตั้งแต่เริ่มต้นทำงานจนถึงปัจจุบันทั้งหมดเท่าไหร่ รวมไปถึงใบกำกับภาษี บัตรประจำตัวผู้เสียภาษีของ Sponsor หลักฐานทุกชิ้นCopy และให้เจ้าของหลักฐานรับรองสำเนาเพื่อไปยื่นครับ เมื่อสถานทูตต้องการดูตัวจริงค่อยเอาไปวันสัมภาษณ์ หรือวันที่เค้านัดหมายครับ

อย่าลืมจดหมาย Sponsor นะครับ ยินยอมที่จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในขณะที่เราเรียนอยู่ เอาลายเซ็น มาให้ได้เห่อๆ

ถ้า Sponsor เป็นญาติ ก็ให้แสดงหลักฐานตาม กฎหมายเลยครับ ถ้ามานั่งอธิบายเป็น Caseๆ ไปตายแน่เลยเอาเป็นว่าแสดงหลักฐานตามกฎหมาย ว่าเกี่ยวดองกับเราตรงไหนครับ

 

มาดูหลักฐานของตัวเราๆเอง ซักหน่อย

 

มีใบประกาศเกียรติคุณอะไรก็ สำเนาไปด้วยจะดีครับ เคยไปร่วมแคมภาษามา เป็นตัวแทนอะไรมาบ้างเอามาเลยครับแสดงพาวให้เค้าดูหน่อยนะครับ ว่าไปว่ามาเหมือนสมัครงานเลยเนอะ คล้ายๆกันแหละครับ หึหึ

ที่ว่าจับทางการขอวีซ่าแบบใหม่ ก็ไอตรงที่ Questionnaire นี่แหละครับ มันลดการสัมภาษณ์ลงไปจะได้ไม่เสียเวลาไงครับ คนขอมีตั้งมากมายขืนทำแบบเดิมไม่ต้องทำมาหากินอะไรพอดี มันสะดวกทั้งเค้าและเราด้วย อย่างที่ผมบอกอะครับ ถ้าตอบตรงนี้ ดีๆ มีเหตุมีผล มีหลักฐานยืนยัน ไม่มีอะไรให้เค้าสงสัยอีกเค้าไม่สัมภาษณ์แล้วถามอะไรแล้วครับ หลักฐานก็โชว์ไปแล้วเหตุผลก็บอกไปแล้วไม่อะไรอีกครับต้องมานั่งซักไซ้ไล่เรียง 3 วันก็รับเล่มเลยครับ ยกเว้นมีข้อสงสัยให้เค้าถามเค้าก็จะถามเราวันที่เราจะรับเล่ม อาจจะโทรมาถ้าสงสัยนิดๆหน่อย สงสัยเยอะๆอาจจะนัดเรียกไปสัมภาษณ์ที่สถานทูตเลย ที่เลวร้ายไม่ผ่านอะครับ ถ้าดูดีๆมี 3 คำตอบ

1. ผ่าน 2. สัมภาษณ์ 3. ไม่ผ่าน เรียกว่าจะง่ายก็ง่ายจะยากก็ยาก

เพราะฉะนั้นหาคำตอบดีๆ ก่อนจะเติมลงใน Questionnaire ผมไม่มานั่งแสดงตัวอย่างแล้วนะครับเพราะคุณสมแนะนำได้ดีมากแล้วครับ สรุปไปเลยแล้วกันครับ หลักการตอบก็มีอยู่ที่ ความสมเหตุสมผล เหตุผลประกอบหลักฐานที่ยื่น จุดประสงค์ในการที่จะไปเรียนต่อ เพื่ออะไรในอนาคตของคุณ ตอบผมให้ได้นะ ห้ามพูดถึงเรื่องทำงานและ การเรียนคอร์สต่อหรือไม่ในอนาคตของคุณ ที่ไม่มีหลักฐาน ห้ามกล่าวลอยๆ ไม่มีหลักฐานก็บอกว่าไม่ครับ นอกนั้นก็ใส่ลงไปตามความคิดสร้างสรรค์ จะกินใจ จะจริงใจจริงจัง ใส่เต็มที่เลยครับ

 

เรื่องถ้าโดนสัมภาษณ์

ขอลากก็อปนะครับ อิอิ เริ่มขี้เกียจ จากกระทู้เลยนะครับ เวลาสัมภาษณ์ อย่าเครียดมากครับ ให้เป็นไปตามธรรมชาติครับ ให้รักษาConcept ของเราไว้นะครับ ตอบก็ตอบวนๆ อยู่ ในConcept ที่เราต้องการจะตอบครับ คำถามสัมภาษณ์ ไม่แตกจากQuestionnaire มากครับ ถ้าเราไม่ตอบแบบสะเปะสะปะ ให้เค้าถามย้อนเราได้ครับ อาจจะขยายความให้เค้าฟังในคำตอบที่เราได้ตอบไปใบแบบสอบถาม คุมสติให้ดีครับ คิดซะว่าตอบให้คุณพ่อกับคุณแม่ฟังก็ได้ครับ เพราะก่อนที่ผมจะตัดสินใจมาผมก็ต้องตอบคำถามเหล่านี้กับคุณพ่อคุณแม่มาแล้วทั้งนั้น ไม่มีใครอยากเสียเงินกับเรา ถ้าเราไม่มีจุดหมายไรแก่นสาร เอาหละครับ คำถามส่วนใหญ่ที่ทุกคนมักจะอึ้งไปพักใหญ่ในการตอบคำถาม

ทำไมไม่เรียนเต็มเวลา จะเอาเวลาที่เหลือไปทำอะไร?
ตอบ ยากสักหน่อย แต่ก็ไม่ตันนะครับ คอร์สที่ผมเรียน จัดมาแบบนี้ครับ ไม่มีหลักสูตรที่เรียนเต็มวันครับ มีเป็นช่วงครับ
เวลาที่เหลือก็จะหาประสบการณ์ศึกษาวัฒนธรรมต่างแดน เป็นการฝึกภาษาไปในตัว ฝึกมนุษยสัมพันธ์ให้เข้ากับผู้คนรอบข้างได้ ได้ไปเที่ยวในสถานที่เราตั้งใจจะไป มีอะไรตั้งหลายอย่างให้เราทำครับ

สถาบันที่คุณเรียนน่าเชื่อถือตรงไหน เปรียบกับสถาบันอื่นๆ?
สถาบันนี้ได้รับการรับรองจากอะไรก็ว่าไป British Council

คอร์สที่เรียนต่างอะไรกับที่เมืองไทย?
ต่างครับ วัฒนธรรมต่างชาติ ต่างภาษาย่อมทำให้ผม Activeตัวเองในการใช้ภาษา พูดไม่เป็นก็ต้องเป็นเพราะมันต้องใช้สื่อสาร เรียนที่ไทยเคยเรียนแล้วไม่ประสบความสำเร็จ ออกห้องเรียนมาเรามาก็พูดภาษาไทยเมื่อไหร่จะเป็นกันซักทีครับ สถานที่สภาพแวดล้อมต่างจากเมืองไทย อยากเที่ยวก็ได้เที่ยวไปด้วย อะไรประมาณนี้นะครับ

เชื่อครับว่าเหตุผลที่ดีกว่าผมมีอีกหลายๆคนที่คิดได้ ขอแค่อย่ากลัวที่จะคิดตีกรอบซักนิดเรื่อง จะไม่ทำงาน จะไม่ลงคอร์สอะไรต่อ จากนั้นก็ปล่อยความคิดให้พลั่งพลูออกมา

                จบแล้วครับ พิมพ์เสร็จ หุ้นร่วงอีกแล้ว -*- ตื้นตันอย่างแรงอีกแล้วครับ น้ำตาคลอดเบ้าขอให้พ่อหลวงอายุยื่นๆครับ ทรงพระเจริญฯ ครับและก็ขอให้เพื่อนๆ ที่จะไปยื่นวีซ่าทำให้สำเร็จดังใจทุกประการเลยนะครับโชคดีครับ  \(^0^)/ ตี๋น้อย

 *******************************




Friend's Stories

►อีกด้านหนึ่งของอังกฤษ....โดย คนไกลบ้าน article
►เรียนปริญญาโทในอังกฤษ ต่างกับเยอรมนีอย่างไร โดย The Last Winter article
►อยากไปทำงานที่ UK มีกี่วิธีที่จะไปได้ และต้องทำอย่างไรบ้าง article
►ทำงานใน Home Care ที่ Sheffield ประสบการณ์ตรงโดย คนไกลบ้าน article
►เคยได้ยินบางคนบอกว่า “เป็นนักเรียนทำงานไม่ต้องเสียภาษี” ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรลองมาดูกัน article
►ไปตรวจร่างกายที่ IOM โดย หนูอัยย์ article
►ขั้นตอนการขอวีซ่าแบบใหม่ โดย knottotay article
►ขอวีซ่านักเรียน+ระบุว่าแฟนอยู่อังกฤษ( by Me Myself & I) article
►ตอน..การยื่นขอวีซ่า ((ในทัศนะของหนูอัยย์เจ้าค่ะ)) article
►เอกสารขอวีซ่าคนละนามสกุล และสกุลเดียวกัน โดย Knot และ กบ (2003) article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.