ReadyPlanet.com
dot
dot
dot
bulletMy History | ประวัติส้มไดอารี่
bulletGuestbook | ทักทายส้ม
dot
dot
bullet☼ Samui ☼ เดินทางไปสมุย
bullet☼ Samui ☼ ล่องเรือชมเกาะ
bulletครั้งหนึ่งที่ ธรรมกาญจนา
dot
dot
bulletJapan Trip 1 ตอน เดินทางวันแรก
bulletJapan Trip 2 มาทำความรู้จัก “ดินแดนอาทิตย์อุทัย” กันค่ะ
bulletJapan Trip 3 ตอน เที่ยวเกียวโต (1/2)
dot
dot
bulletScotland ตอน เริ่มเดินทาง
bulletStonehaven ปราสาทงามริมเล
bulletซื้อของเข้าบ้านที่ IKEA
dot
dot
bulletศิริวรรณ หอยทอด ม๊ะ? จัดไป!
dot
dot
bulletยังขี้เกียจอยู่


Somdiary Online Fan Page
Follow my instagram ja :)
Somdiary Online Channel


วันลอยกระทง วัดพุทธประทีป พาตัวไปใกล้วัด 13 Nov 05 article

วันลอยกระทงที่ผ่านมา........เป็นประสบการณ์ใหม่ของส้มมากจริงๆ เพราะตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ ส้มไม่เคยคิดจะไปเยี่ยมเยียนงานไหนเลยที่ต้องมีคนไทยไปเยอะๆ และเบียดเสียดแออัดกัน อีกอย่าง ส้มไม่ชอบอากาศในช่วงเดือนพฤศจิกายน ที่ทุกๆปี เห็นจะมีฝนตก ลมหนาวๆ ทำให้การเดินทางเต็มไปด้วยอุปสรรค บวกกับความแออัดเมื่อไปถึง ก็เลยทำให้ผัดผ่อนเรื่อยมา จนกระทั่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มันเหมือนกับถึงจุดอิ่มตัวบางอย่าง ความเบื่อเริ่มเลือนราง ความอยากรู้อยากเห็นมาเข้าแทรก และนั่นก็ทำให้เท้าส้มต้องก้าวออกจากประตูบ้านอย่างตื่นเต้น ระคนใจสั่น เพราะความหนาวเหน็บ 

 

ก็เหมือนกับเด็กอายุ ขวบ ที่จะได้ออกเดินทางไปเที่ยวสวนสนุก จินตนาการไว้ว่าสวนสนุกมันคงเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ .........แต่.......ส้มไม่ได้คิดว่าการไปเที่ยวงานลอยกระทงครั้งแรกของส้ม ณ กรุงลอนดอนแห่งนี้จะสนุกปานนั้นหรอกนะคะ แต่มันก็คือความรู้สึกอยากรู้อยากเห็นมากกว่า ว่างานจะเป็นอย่างไร มีการแสดงอะไรน่าสนใจไหม จะมีรำไทยสวยๆไหม (แต่ก็น่าสงสารและน่าเห็นใจนางรำนะ เพราะอากาศหนาวๆจะต้องไปรำบนเวที) มีการแสดงมวยไทย หรืออะไรต่างๆไหมน๊า ทำนองนั้น 

 

ส้มเดินทางพร้อมกับคณะผองเพื่อนที่บ้าน มีอั๋นนี่ กอล์ฟฟี่ และมาดามจิ๊บ หรือ เอมี่ พวกเราสี่คนก็ออกจากบ้านตอนเที่ยง แต่งตัวกันหนาและอุ่น ส้มล่ะ แต่งตัวเป็นแม่หมีเลย (ตามที่เพื่อนๆชอบแซว) คือทั้งหนาและกลม คือเสื้อหนาวส้มมันเหมือนเสื้อบุน่ะค่ะ ไม่รู้เรียกถูกไหม มันก็จะหนา อุ่นๆ เสื้อสีขาว มีฮู้ดด้วย เห็นแล้วรู้สึกว่าตัวหนาขึ้นเป็นกอง กางเกงยีนส์ขายาว ถุงเท้าสีดำยาวถึงเข่า รองเท้าผ้าใบ แค่นี้ก็อุ่นใจ สบายใจเฉิบๆ ไม่ลืมที่จะหยิบหมวกใบโปรดไปด้วย สีส้มแปร๋น อย่างเห็นได้ชัด เวลาไปไหนกับมาดามจิ๊บ ก็ไม่ต้องกลัวหลง เพราะส้มหมวกเป็นเอกลักษณ์มากๆ ฮุๆ จนเพื่อนๆก็แซวกันว่า สงสัยกลัวเขาไม่รู้ว่าชื่อ ส้ม" หรือไง  

 

  

 

 

รถไฟวันอาทิตย์นี่วิ่งมันส์ดีจริงๆ โดยเฉพาะสาย Piccadilly Line วิ่งที ก้นลอยเลย กระดกๆๆๆ และปั้ก!! ก้นกระแทกเบาะ ไม่พอแค่นั้น เขย่าขยอกซะจนไส้จะหลุดมากองบนพื้นแล้ว แต่วันดีคืนดี ไอ้รถไฟสายนี้ มันก็จะกลายเป็นรถไฟอืดพอง ที่เอาแต่จอดป้ายละ 5นาที ไม่ก็นานกว่านั้น ไม่รู้ทำไม แต่ตั้งแต่เหตุการณ์ลอนดอนโดนระเบิดนั่นก็ทำให้รถไฟมีปัญหาไปหลายสายมากมายพอดู รถไฟวิ่งมาถึงEarl’s Court ก็ต่อสายสีเขียว District Line สุดสายที่ Wimbledon ค่ะ รอสักพัก ก็มาแล้ว ส้มว่าหัวใจสำคัญ ของลอนดอน มันอยู่ที่รถไฟใต้ดินมากๆเลยนะ เพราะรถไฟเขาจะลิ้งค์ไปทั่วสารทิศในกรุงลอนดอน ถ้าเกิดไม่พอก็จะมีรถไฟบนบกมารองรับ บางแห่งก็จะมี Tram หรือรถรางเป็นตัวรองรับอีกทีนึง รถเมล์นี่ก็สำคัญเหมือนกัน แต่ส้มว่ารถไฟใต้ดินนี่แทบจะเป็นสายเลือดของคนที่นี่เลยก็ว่าได้ เพราะถ้าไม่มีรถไฟใต้ดิน การเดินทางไปไหนต่อไหนในลอนดอน ก็จะลำบากมากขึ้นเหมือนกัน

 

 

พอมาถึง Wimbledon สถานีใหญ่ สุดสายสีเขียว เราก็ออกมาจากสถานี เพื่อคลำหาทางไปวัดให้ได้  Golfie พาไปที่ป้ายรถเมล์สำหรับขึ้นรถเมล์สองชั้น (Decker bus) ไปวัดค่ะ นั่งสาย 93 จาก Putney Bridge ก็ได้ หรือจะนั่งจากตรง Wimbledonมาที่นั่นก็ได้เช่นกัน ในวันสำคัญอย่างวันนี้ เราไม่ต้องกังวลเรื่อง หลงทาง เพราะจะเห็นคนเอเชียกลุ่มใหญ่ ทุกทิศทุกทาง ดำทมึนมาจากรถเมล์ทั้งชั้นบนและล่าง นั่นแหละค่ะ ตามเขาไปเลย ยิ่งขึ้นรถเมล์ไป นึกว่าอยู่มาบุญครองซะอีก ฮ่าๆๆๆ

รถเมล์พาแล่นมาเรื่อยๆ ไม่นาน ห่างจากสถานี Wimbledon ไม่นานก็จะเป็นถนนที่สองข้างทางมีต้นไม้เขียวฉอุ่ม สวยงาม สังเกตทางด้านซ้ายมือ จะมีป้ายเขียนว่า Buddhapadipa Temple แปลเป็นไทยว่า วัดพุทธประทีป ค่ะ เราลงเสร็จปุ๊บ ก็เดินๆตามชาวบ้านเข้ามาในซอยเรื่อยๆ เดินราวๆ สามนาทีได้แหละมั้ง ไม่นาน และไม่ไกล ก็จะเห็นรั้วเหล็กสีดำๆ ใหญ่ๆ กำแพงขาวๆ มองจากด้านนอกไปข้างในก็จะเห็นโบสถ์ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่รำไร นั่นแหละ วัดจ้า

 

 

 

วัดพุทธประทีป เป็นสถานที่สำคัญสำหรับการจัดงานต่างๆ ทั้งงานบุญ งานตามประเพณี แหล่งรวมสำหรับคนไทยทั่วสารทิศ วัดนี้ดังและมีชื่อเสียงในกรุงลอนดอน อนึ่ง ส้มว่าที่นี่เป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว แถมเดินทางมาง่าย และก็กิจกรรมส่วนมากก็จะจัดกันที่นี่ด้วย ก็เลยทำให้ใครๆก็แห่แหนมาทำบุญ มาร่วมกิจกรรมที่นี่กัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนๆในโลก วัดไทยก็ยังเป็นแหล่งรวมกิจกรรมของชาวพุทธอยู่ดี

 

 

 

 

 

 

พอมาถึง เราก็จะเห็นคนมากมาย ก่ายกอง เห็นแล้วน่าตกใจมากๆ มีทั้งไทย ฝรั่งต่างชาติ ลูกครึ่งบ้าง ไม่ครึ่งบ้าง เห็นกิจกรรมตามซุ้ม ลดแลกแจกแถมอะไรก็ว่าไป กระทงที่ตั้งขายอยู่ ราคาไม่ต้องพูดถึง ต่างกันลิบลับ เพราะนี่ราคาเงินปอนด์ แถมใบตองก็นำเข้ามาทั้งนั้นด้วย ดังนั้นกระทงที่ทำด้วยโฟมก็จะราคาถูกหน่อย สนนราคาอยู่ที่ สามปอนด์ หรือ สองอัน ห้าปอนด์ ตามที่คุณป้าประกาศขายปาวๆ ส่วนกระทงที่ทำจากใบตอง ก็จะเป็นราคาสูงลิบลิ่ว อยู่ถึง สิบปอนด์เลยด้วยซ้ำ

 

 

 

มีกระทงประกวดบ้าง แต่ก็ไม่มากมายค่ะ คนที่นี่ ไม่ค่อยทำกระทงกันหรอก มันยุ่งยาก แต่ก็ยังพอมีบ้างประปรายให้เราเห็น เสียงเพลงกระหึ่มมาแต่ไกล นั่นก็เป็นเพลงจากเวที มีคนทั้งนักร้อง นักเต้น รำไทย อะไรต่างๆโชว์ฆ่าเวลาไปเรื่อยๆ (ดีมากที่วันนั้นฝนไม่ตก) แม้ท้องฟ้าจะดีสดใส แต่ก็หนาวมากๆนะคะ เราเดินกันเรื่อยๆ ทั้งถ่ายรูป ทั้งทำบุญกับพระประจำวันเกิด ดูของโน่น นี่ นั่น

 

 

  

 

และก็เริ่มเข้าซอยที่เนืองแน่นไปด้วยคน มันเป็นทางไปซุ้มอาหารค่ะ ........ซึ่งจะมีอาหารขายมากมาย ร้านที่มาตั้งก็จะมาจากร้านอาหารในที่นี่ แต่ไม่ได้มาทั้งหมดหรอก ร้านหลักๆก็จะเป็นพวกร้านตลาดไทย ร้านหมวย ที่เขียนไว้ว่า สากเบือยันเรือรบ เลยล่ะ ฮ่าๆ และก็มีร้านอีสานเขียว มีอีกหลายร้านที่ตั้งอยู่ ขายทั้งน้ำ ขายอาหารอีสาน ขายปลาทอด หอยทอด ก๋วยเตี๋ยว น้ำตก ซกเล็ก ขนมจีน ก๋วยจั๊บ และที่ขายดีที่สุดเห็นจะเป็น BBQ Pork หรือหมูปิ้งนั่นเอง  เพราะคิวยาวเหยียดเป็นกิโลเมตร ส้มอยากทานก็อยากทานนะ แต่วันนั้นขอยอมแพ้จริงๆ รอต่อคิวไม่ไหวแล้ว คิวมันยาวเป็นห่างว่าวซะเกินเหตุ แวบไปแวบมา ก็ยังยาวอยู่ วันนั้นก็เลยไปหาของกินง่ายๆแทน

 

 

  

 

 

มีของสำหรับถวายสังฆทาน และก็ ขายกระทงด้วย ราคาอันละ 3 ปอนด์ สำหรับกระทงโฟม ส่วนกระทงที่ทำจากใบตอง อันละ 10 ปอนด์จ้า

 

จุด ธูป เทียน บูชาพระ พร้อมดอกบัว และรับของที่ระลึก ตรงข้ามกันก็เป็นซุ้มขายของนำเข้าจากเมืองไทย โดยเฉพาะดอกกล้วยไม้ เป็นดอกไม้นำเข้าที่แพงมาก มาก

 

 

 

ซุ้มขายของค่ะ ........... อาหารไทยจากร้านอาหารไทยในลอนดอน (ไม่ทั้งหมดนะ) ร้านหลักๆก็มี ตลาดไทย ร้านอีสานเขียว ร้านเจ๊หมวย อะไรอย่างนี้เป็นต้น มีอาหารมากมายก่ายกองสุดๆ ที่เห็นคิวยาวๆ (ถ้าสังเกตดีๆ) นั่นสำหรับต่อคิวซื้อหมูปิ้ง ซึ่งวันนั้นทั้งวัน ไม่มีบุญปากได้ซื้อมากินจริงๆ เพราะยาวตลอดเวลา

 

 

  

 

แต่ก็กว่าจะfight กับคนที่ต่อแถว แย่งกันซื้ออาหาร ก็แทบตาย ส้มได้ขนมหวานมาชิม ลองท้องไปก่อนด้วยซ้ำ เพราะไม่ค่อยมีใครมาซื้ออ่ะค่ะ ส่วนควันที่เห็นมาแต่ไกล ไม่ใช่หมอกแต่อย่างใด แต่เป็นควันที่ขโมงโฉงเฉงมาจากเตาปิ้ง ที่เกือบทุกร้านผัดๆทอดๆกันตรงนั้นเลย ส้มมองเห็นปลาสลิดทอด สามตัวอยู่ในจานโฟม เห็นแล้วอยากทานมากๆ แต่ก็ไม่รู้จะทานยังไง คนมันเยอะ ไม่มีเก้าอี้นั่ง เห็นเขาเอาเสื่อมาปูทานข้าวกันสบายใจเฉิบ ไอ้เรารึก็ไม่รู้นี่นา แค่ยืนถือลาบไก่ในมือที่มาดามจิ๊บซื้อมาก็จะแย่แล้ว เพราะเวลาเดินนี่ต้องระวังอย่างแรง กลัวคนวิ่งมาตำมือเอานี่แหละ วันนั้นก็เลยไม่ได้ทานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันซะที พอจะนั่งที ก็ดั้นนนน ไปนั่งหน้าที่เก็บขยะ! จนคนเอาขยะมาทิ้งที่เป็นฝรั่งต้องมาขอทางเข้ามาทิ้งขยะ ส้มกับมาดามจิ๊บก็เลยต้องหลบค่ะ

 

กอล์ฟฟี่ กับ อั๋นนี่ ก็ต้องแยกไปหาซื้ออะไรทานกันไปพลาง เพราะว่าเราเดินตามกันไป มันก็อาจจะหลงได้ เผลอๆก็ไม่ได้ซื้ออันที่อยากจะกินอีก คนนู้นก็เอาอันนี้ คนนี้ก็เอาอันนั้นใช่ม้า ส้มเลยเดินออกมาดูอีกมุมนึงของวัด ที่ขายพวกอาหารแห้ง อาหารสด ขายของชำบ้านเราน่ะค่ะ มุมนี้ของสามร้านเอง มีร้านนึงขายพวกน้ำปลา ซีอิ้ว น้ำจิ้ม ผักสด พริกสด ฯลฯ ส่วนอีกมุม ขายพวกอาหารแห้ง ผลไม้แห้ง อีกมุมก็ขายพวกสร้อยคอ พวกกำไล ดอกไม้แห้ง อะไรแบบนั้น ก็ยืนดูไปแล้วก็รู้สึกเพลินตาตรงสร้อยคอดี

 

 

 

นี่ไงล่ะ ขายกันตั้งแต่ สากเบือยันเรือรบเลยล่ะจ้า~

ก๋วยเตี๋ยวเรือ ปลาทอด ปลาสลิดทอด จานละห้าปอนด์

โอ้ แม่เจ้า!

 

 

  

 

มีของกิน แล้วก็ต้องมีของแห้งขาย อีกมุมนึงของวัด ก็มีเต้นท์กางขายของชำ ของสด พวกพริกสด ผักสด ต่างๆนาๆ พร้อมกับน้ำปลา ซีอิ้ว ผลไม้แห้ง จำพวก ทุเรียนทอดอะไรแบบนั้นค่ะ มาจากร้าน ตะวัน ซุปเปอร์มาร์เก็ต

 

 

  

 

จนกระทั่ง อั๋นนี่โทรเรียกให้ไปหาค่ะ ......... ไปเจอะเจอกลุ่มพี่คนไทย คนนึงเขียนคอลัมน์ให้ Thai smile อีกคนก็กำลังทำการโปรโมตconcert ใหม่ ที่กำลังจะมาต้นปีหน้าให้กับ โครงการหนึ่งที่เกี่ยวกับร้านอาหารไทยในอังกฤษ The Thai Restaurant Association (UK) โดยพี่เขามีทั้ง poster ใหม่ และก็ใบปลิวที่ทำแจกคนที่เข้ามาในงานนี้ด้วย เดี๋ยวพี่ๆเขาจะนำข้อมูลเหล่านี้โดยละเอียดมาลงในเวปไซด์ส้ม แล้วส้มจะแจ้งให้ทราบอีกทีนึงนะคะ

 

หลังจากพูดคุยอยู่ซักพักใหญ่ๆ ส้มก็ออกไปดูการแสดงที่เวที ไปดูคุณป้าแกเต้นค่ะ...........ฮิๆ น่ารักมากๆเลยนะ ดนตรีก็ถูกใจแกน่าดู แกก็เต้นกันสองคนบนเวที อย่างน่ารักเชียวล่ะ ส้มกับมาดามจิ๊บก็ยืนดูยิ้มอยู่ใต้ต้นไม้ไกลๆ จนกระทั่งเพลงจบ พิธีกรก็เชิญคุณป้าลงมา พร้อมกับแซวแกประมาณ เชิญแกลงมาก่อน ถ้าเต้นนานกว่านี้ ท่าจะแย่

 

 

หลังจากนั้นก็มีการประกวดนางนพมาศค่ะ โห ตอนนี้สิ เริ่มหนาวแล้ว ลมแรง อากาศเย็นไปถึงกระดูกเลย นี่ถ้าไม่งัดชุดแม่หมีมา ก็คงจะอยู่ไม่ไหวหรอกนะ ทั้งหูทั้หน้าชา ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม แล้วเรามาดูเหล่าบรรดาสาวงามที่เข้าประกวด ต้องแต่งชุดไทยขึ้นเวทีสิคะ..........จะแย่กว่าส้มไหมเนี่ยะ!!!!!!  สาวงามก็ออกมาเดินโชว์ตัว สังเกตได้เลยแต่ละคนตัวสั่นๆเหมือนลูกนก การเดินก็จะดูแข็งไปหน่อย ไม่รู้ตรงนี้กรรมการจะตัดคะแนนหรือว่าจะหยวนๆให้ เสร็จแล้วก็มาแนะนำตัวว่า ชื่ออะไร อายุเท่าใด เรียนอะไร ทำนองนั้น หลังจากนั้น หนึ่งชั่วโมง ก็จะประกาศผลผู้ชนะ แต่ส้มก็ดูไม่จบหรอกนะ แค่ดูไปจนคนสุดท้ายออกมา ส่วนผลการตัดสินหรอ จนป่านนี้ก็ไม่รู้เลยว่าใครได้........ฮิๆๆ แต่แอบเล็งคนจมูกโด่งที่สุด มองด้านข้างเหมือน อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ มากๆ สวยดีค่ะ (คนชุดไทยสีขาวๆ)

 

 

  

 

ส้มออกมาที่สระน้ำกับเพื่อนๆและก็ไปดูกระทงที่เขาลอยกัน ตอนแรกว่าจะตัดใจซื้อกระทงมาลอย สองใบห้าปอนด์ แต่ว่า ก็ไม่เอาดีกว่า เดินไปดูสระน้ำ แต่ก็ผิดหวังเล็กๆ ที่เห็นสระน้ำดูสกปรก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสีน้ำธรรมชาติหรืออะไรนี่แหละ แต่ดูไม่สวยเท่าไหร่ กระทงบางอันก็ไหม้ซะจนเหลือแต่ฐานแน่ะ และที่มองเห็นกระทงลอยบนน้ำ ก็คือโฟมทั้งนั้นแหละนะ สีสันน่ารักดี ไม่ได้เห็นกระทงโฟมแบบนี้มานานแล้วนะ สงสัยเมืองไทยเขาจะรณรงค์ไม่ใช้โฟมกันไปแล้วละมั้ง ส้มเลยไม่ค่อยชินตากับกระทงโฟมแบบนี้ แต่ก็ดีนะคะ เพราะว่าที่นี่กระทงใบตองมันหายากแหละ และก็ใบตองต้องนำเข้าในราคาที่แพงด้วยนะ

 

.เสร็จภารกิจค่ะ หลังจากดูกระทงเสร็จ ก็ถือว่าครบทุกอย่าง ส้มกับเพื่อนๆก็เดินออกมาจากวัด นั่งรถกลับบ้านกันทันที ก็มีของแถมติดไม้ติดมือมาด้วยก็คือ นาฬิกาปลุก พี่เขาแจกบอกว่าให้ฟรีค่ะ และก็มีข้าวเหนียวไส้กล้วยปิ้งของโปรดมาชิ้นนึง (ชิ้นละตั้งปอนด์แน่ะ) และก็มีกระดูกหมูกับข้าวเหนียว พร้อมใบปลิวโปรโมตคอนเสริตใหม่ เจริญปุระ เท่านี้แหละ

 

 

 

 

หลังจากนั้นเราก็ลากลับบ้านค่ะ

 

 

มาต่อรถที่ Earl's Court เพื่อกลับมายัง South Ealing ค่ะ

 

 

เย่..............เสียเงินไม่กี่ปอนด์.....................ตกเย็น ส้มไปทานเป็ด Four Season กับพี่ชาย.......ที่เพิ่งมาจากเมืองไทย พอดีเฮียแกมางาน World Travel Mart ที่ Excel Exhibition แถวๆ Dockland น่ะค่ะ ก็เลยแวะไปเจอพี่ชายกับเพื่อนร่วมงาน เลยได้ทานเป็ดฟรี (ไม่อร่อยเลย) ให้ตายสิ! เดี๋ยวนี้เป็ด Four ฝีมือเริ่มตกแฮะ

 

 

 

เริ่มหนาวแล้ว.................

 

คิดถึง ผ้าห่มอุ่นๆจังเลยยยยยยยยย

 

 

วันลอยกระทง ณ วัดพุทธประทีป ในกรุงลอนดอน วันที่ 13 พฤศจิกายน 2548

รูปอัพเดทวันที่ 14 พฤศจิกายน 2548 ณ เวลา ห้าทุ่ม

 

 




Somdiary in the UK (old stories)

Diary Repost: มาเรียนที่อังกฤษ ได้อย่างไรเนี่ยะ ตอน 2 article
Diary Repost: มาเรียนที่อังกฤษ ได้อย่างไรเนี่ยะ? ตอน 1 article
Trip to Scoltand ตอน เจอะวัวไฮแลนด์ และ fish & chips ที่ Tyndrum article
Trip to Scoltand ตอน เมือถึง Inverness และ Loch Ness article
Trip to Scotland ตอน จาก Aberdeen ไป Inverness ค่ะ (29-06-06) article
Trip to Scotland ตอน เดินทางมา Aberdeen article
Trip to Scotland ตอน ตะลุยผ่าน Stonehaven.....ปราสาท Dunnottar article
Trip to Scotland ตอน แวะเมือง Dundee เมืองอุตสหกรรม ที่นักท่องเที่ยวน้อย (27-06-06) article
Trip to Scotland ตอน ท่อง ST. Andrews สก๊อตแลนด์ เมืองแห่งกอล์ฟ 26-06-06 article
Trip to Scotland ตอน เริ่มเดินทาง ( 25 - 26.06.2006) article
วันรับปริญญา ในปี 2549 article
Thames Valley University เปลี่ยนชื่อแล้วค่ะ
LONDON IMAGES Volumn2 @ Oxford Street and Knightbridge
LONDON IMAGES Volumn1 @ Oxford Street and Knightbridge
21 November 2006 ผ่านอุปสรรคที่ต้องฝ่าฟัน....เพื่อกระดาษใบเดียว....ใบปริญญา article
ภาพจาก Kew Garden8 มิถุนายน 2549 article
ท่องตลาด Spitalfields article
14 March 2006 : เข้าเฝ้าสมเด็จพระเทพฯ ทรงดนตรีที่มหาวิทยาลัย SOAS article
In you heart article
อินคา !!! เสาร์ที่ 10 มิถุนายน 2549 article
Saranrom สราญรมย์ ร้านอาหารไทย ตอนที่ ๒ article
Saranrom สราญรมย์ ร้านอาหารไทย ตอนที่ ๑ article
ทบทวนสักนิด ก่อนคิดที่จะไปสัมภาษณ์ (สำหรับขอวีซ่า) article
ย้อนรอย หนังสือ ส้ม’s Diary article
ประกาศ การเลือกตั้งในสหราชอาณาจักร....ค่ะ article
ส้มไดอารี่กับโรงเรียนสอนภาษาในลอนดอน ตอนที่ 2 (06-02-06) article
Invitation Letter (Edited Version) article
ส้มไดอารี่ กับ โรงเรียนภาษาในลอนดอน (04-02-06) article
ช่วงเวลาแห่งความอดทน 19-01-2006 article
The Lion King Musical 06-12-05 article
มู๋ย่างเกาหลี ที่ Regent Street (14-11-05) article
มาเรียนอังกฤษ มาอย่างไร ให้พร้อม ?? .......(18-11-05) article
วัน Halloween ที่ผ่านมา ............... (7 Nov 05) article
ลอนดอนไม่ได้หรูหราอย่างที่คิดหรอกนะ........17 OCT 2005 article
ปีสุดท้าย...ของการศึกษา.....12 OCT'05 article
หาบ้านในลอนดอน......ซื้อของเข้าบ้านที่ IKEA….6 ตุลาคม 48 article
ตอน พายายเที่ยวกรุงเทพฯจ๊า article
การบินไทย.......รักคุ๊ณเท่าฟ้าฟ้าาาาาาาาาาา........Trickดีๆสำหรับคนต้องการปรับเวลา article
Thai Square Putney Bridge .........Part 1 article
Thai Square Putney Bridge .........Part 2 article
The Lion King Diary's Gallery ....Part 1 article
The Lion King Diary's Gallery ... Part 2 article
รวม Link เกี่ยวกับประเทศอังกฤษค่ะ article
My Pie article



Opinion
Opinion *
By  *
E-Mail 
Don't Display E-mail


Copyright © 2010 All Rights Reserved.