ReadyPlanet.com
dot
dot
dot
bulletMy History | ประวัติส้มไดอารี่
bulletGuestbook | ทักทายส้ม
dot
dot
bullet☼ Samui ☼ เดินทางไปสมุย
bullet☼ Samui ☼ ล่องเรือชมเกาะ
bulletครั้งหนึ่งที่ ธรรมกาญจนา
dot
dot
bulletJapan Trip 1 ตอน เดินทางวันแรก
bulletJapan Trip 2 มาทำความรู้จัก “ดินแดนอาทิตย์อุทัย” กันค่ะ
bulletJapan Trip 3 ตอน เที่ยวเกียวโต (1/2)
dot
dot
bulletScotland ตอน เริ่มเดินทาง
bulletStonehaven ปราสาทงามริมเล
bulletซื้อของเข้าบ้านที่ IKEA
dot
dot
bulletศิริวรรณ หอยทอด ม๊ะ? จัดไป!
dot
dot
bulletยังขี้เกียจอยู่


Somdiary Online Fan Page
Follow my instagram ja :)
Somdiary Online Channel


Multi-Color in Osaka / Kyoto / Takayama 5 วัน 3 คืน ตอน 2 มาทำความรู้จัก “ดินแดนอาทิตย์อุทัย” กันก่อนเที่ยวค่ะ

 

  ญี่ปุ่น: 日本 Nihon/Nippon นิฮง/นิปปง - จากการค้นคว้าข้อมูลจะพบว่าประเทศญี่ปุ่น ได้รับฉายาว่าเป็นดินแดนอาทิตย์อุทัยค่ะ ตัวอักษรคันจิของชื่อญี่ปุ่นแปลว่า "ถิ่นกำเนิดของดวงอาทิตย์" จึงทำให้มักได้ชื่อว่า "ดินแดนแห่งอาทิตย์อุทัย" เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นนั้นตั้งอยู่ละติจูดที่ 20 จึงเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของโลก ( ละติจูดที่ 1-19 เป็นทะเล ) แต่ละวันใหม่ประเทศญี่ปุ่นจะเห็นพระอาทิตย์ยามรุ่งอรุณของแต่ละวันก่อนใครเพื่อน จึงได้รับฉายาว่า ดินแดนแห่งอาทิตย์อุทัย ‘The Land of the Rising Sun’ ( แดนอาทิตย์อุทัย ) นั่นเองค่ะ

.....ว้าว แค่ประวัติของฉายาก็ทำให้ส้มตื่นเต้นที่จะทำความรู้จักดินแดนนี้ เลยค้นคว้าหาข้อมูลมาเยอะมากๆ อาจจะเขียนไดอารี่ช้าหน่อยเพราะส้มทำงานประจำไปด้วยนะคะ ต้องขออภัย แต่อยากให้คุ้มค่ากับการรอคอย ไดอารี่อันนี้ก็จะอัดแน่นไปด้วยข้อมูลทั้งทางวิชาการ และ ข้อมูลจากพี่สาว ไกด์ทัวร์จากทีม Let’s Go Japan ของเราค่ะ ส้มให้เครดิตกับแหล่งข้อมูลไว้ด้วยตามเนื้อหา และ รวบรวมไว้ด้านล่างสุดค่ะ

เนื่องจากเราทราบกันดีอยู่ว่าประเทศญี่ปุ่นคือประเทศที่เป็นเกาะค่ะ แต่เค้าไม่ได้มีเกาะเยอะแยะมากมายแบบ ฟิลิปปินส์ หรือ อินโดนีเซีย เดี๋ยวเรามาดูกันค่ะว่า ประเทศญี่ปุ่นเป็นอย่างไร สืบเนื่องจากไดอารี่ตอน ตอน ที่ 1 ที่ส้มเล่าเรื่องเตรียมตัวออกเดินทางจนมาถึงคันไซ โอซากะ ค่ะ แต่ไดอารี่ในวันนี้ จะเป็นการนำเสนอข้อมูลเชิงลึกของประเทศญี่ปุ่นแบบ Brief หรือแบบฉบับย่อ ช่วงที่พี่สาว ไกด์ของเราเริ่มเล่าเป็นนิทานตอนเราล้อหมุนนั่นแหละค่ะ  

ประเทศญี่ปุ่น หรือ JAPAN เป็นชื่อสามัญที่คนทั่วโลกรู้จัก แต่ทว่าคนญี่ปุ่นจะเรียกประเทศตนเองเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า Nippon (นิปปง) หรือ Nihon (นิฮง), ซึ่งในญี่ปุ่นเอง โดย Nippon(にっぽん) ตัวอักษรคันจิของชื่อญี่ปุ่นแปลว่า "ถิ่นกำเนิดของดวงอาทิตย์" จึงทำให้มักได้ชื่อว่า "ดินแดนแห่งอาทิตย์อุทัย" (Wikipedia) โดยประเทศญี่ปุ่นถือว่าเป็นประเทศแบบหมู่เกาะค่ะ โดยตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปเอเชีย ในมหาสมุทรแปซิฟิก ประเทศญี่ปุ่นมีเกาะประมาณ 6,852 เกาะ โดยมี เกาะที่ใหญ่ที่สุดถึง 4 เกาะคือ เกาะฮนชู /เกาะฮกไกโด / เกาะ คิวชู  / และ เกาะ ชิโกกุ   ค่ะ ซึ่งทั้ง 4 เกาะนี้ พี่สาว ไกด์สุดน่ารักจากทีม Let’s Go Japan ได้บรรยายถึงความยิ่งใหญ่ของเกาะทั้งหมดให้เราฟังด้วยค่ะ ลองมาฟังดูว่าแต่ละเกาะมีความแตกต่างกันอย่างไร   

 

โดยเกาะหลัก ๆ ในประเทศญี่ปุ่นมีดังนี้

 เกาะฮอกไกโด (Hokkaido)

  มีพื้นที่

 83,000

ตารางกิโลเมตร

 เกาะฮอนชู (Honshu)

  มีพื้นที่

 231,000

ตารางกิโลเมตร

 เกาะชิโคกุ (Shikoku)

  มีพื้นที่

 19,000

ตารางกิโลเมตร

 เกาะคิวชู  (Kyushu)

  มีพื้นที่

 42,000

ตารางกิโลเมตร

ขอขอบคุณข้อมูลจาก educatepark.com ค่ะ


1. เกาะฮกไกโด
(Hokkaido)

Map from Japan Guide 

เริ่มจากเกาะที่อยู่เหนือสุด นั่นคือ เกาะฮกไกโด ค่ะ เป็นชื่อจังหวัดและเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับสองในประเทศญี่ปุ่น รองจากเกาะฮนชู โดยมีอุโมงค์เซกังเชื่อมถึงกัน นอกจากนี้ฮกไกโดยังเป็นเขตการปกครอง ซึ่งประกอบไปด้วยหมู่เกาะ โดยมีเกาะฮกไกโดเป็นศูนย์กลาง และเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของเขตได้แก่ ซัปโปโระ โดยชื่อ ฮกไกโด ในภาษาญี่ปุ่นเขียนว่า 北海道 หมายถีง "เส้นทางสู่ทะเลเหนือ" แหล่งข้อมูลจาก วิกิพิเดีย ได้ขยายความให้เข้าใจมากขึ้นว่า คำว่า ฮกไกโด หรือที่คนไทย หรือ บริษัททัวร์ชอบเรียกว่า ฮอกไกโด  เป็นทั้งชื่อเกาะ เขตแดนและจังหวัดในประเทศญี่ปุ่นค่ะ โดยคำว่า เกาะฮกไกโด เป็นการกล่าวถึงเกาะโดยรวม ส่วนเขตฮกไกโด คือบริเวณทางส่วนเหนือของญี่ปุ่น ส่วนคำว่า โด ( ในภาษาญี่ปุ่นมันแปลว่าจังหวัดอยู่แล้วค่ะ 

(ขอขอบคุณข้อมูลเบื้องต้นจาก Wikipedia)

พี่สาว ไกด์ทัวร์ของเราได้บรรยายเรื่องประเทศญี่ปุ่นในวันเที่ยววันแรกของพวกเราว่า ฮกไกโด เป็นเมืองเหนือเปรียบเสมือนจังหวัดดังๆในทางภาคเหนือของไทย อาทิเช่น เชียงใหม่ เชียงราย บ้านเราค่ะ ส้มคิดว่า ล้านนา น่าจะเทียบเท่ากับ ฮกไกโด ส่วนแต่ละจังหวัดในโซนล้านนาก็แบ่งย่อยออกไป เหมือนกับจังหวัดต่างๆในเกาะฮกไกโด

ประชากรในเกาะฮกไกโดมีเบาบางมากๆ แค่ 5 ล้านคนเท่านั้นเองค่ะ ดังนั้นชีวิตที่นี่ก็จะค่อนข้าง slow life ปัญหารถติดก็ไม่ค่อยมี (แต่ส้มว่าพี่สาวเปรียบเทียบฮกไกโดเหมือนเชียงใหม่แค่ภาพรวมนะคะ แต่ส้มว่า เชียงใหม่เริ่มไม่ slow life แล้วค่ะ รถติดเกิ๊น)  พูดถึงอากาศ ....ที่นี่เนื่องจากอยู่ทางเหนือ แถมไม่ไกลจาก ประเทศรัสเซียด้วย แน่นอน อุณหภูมิที่นี่ก็จะค่อนข้างเย็นตลอดทั้งปีหน้าหนาวก็ถึงขั้นหนาวติดลบเชียวแหละ พี่สาวพูดว่า พาวเดอร์สโนว์ (power snow) คือเสน่ห์ของเกาะฮกไกโดค่ะ เนื่องจากโดยเฉลี่ยเกาะฮกไกโดจะมีหิมะปกคลุมทั่วบริเวณ แม้จะมีฤดูกาลเหมือนๆกับสากลคือ 4 ฤดู เช่น ร้อน หนาว ใบไม้ร่วง ใบไม้ผลิ แต่ทว่าฮกไกโดมีฤดูหนาวปกคลุมทั้งปีร่วมๆ 4-6 เดือน โดยเดือนที่หนาวสุดก็จะเป็นช่วงเดือนมกราคมค่ะ อากาศอยู่ที่ราวๆ -4 องศาเซลเซียส ส่วนหน้าร้อน ก็เรียกว่าอบอุ่นยันร้อนเลย โดยช่วงที่ร้อนที่สุดก็เป็นช่วงสิงหาคม โดยอุณหภูมิโดยเฉลี่ยก็ราวๆ 22 องศาเซลเซียส (ข้อมูลเพิ่มเติมจาก Holiday Weather)


ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่ฮกไกโด จาก airasiagotravel.com


ภูมิประเทศของหมู่เกาะฮกไดโดโดยรวมแล้วจะเป็นภูเขาค่ะ เมือง ซัปโปโระ คือเมืองสำคัญในเกาะฮกไกโด เมืองนี้มีอากาศที่อบอุ่น น่าอยู่ และประชากรหนาแน่นที่สุด โดยถึอว่าเป็นเมืองหลักของเกาะฮกไกโดก็ว่าได้ แถมยังขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองใหญ่อันดับ 4 ของประเทศญี่ปุ่น ที่มีนักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวตามเส้นทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่ช่วงบุกเบิกเกาะฮกไกโด อาทิเช่น อาคารที่ทำการรัฐบาล
, เที่ยวตลาดปลานิโจ (Nijo Fish Market), Sapporo Beer Museum โรงเบียร์ซัปโปโร แห่งแรกของญี่ปุ่น และย่านช๊อปปิ้งอายุกว่าร้อยปี แถวตลาดเก่าทะนุกิโคจิ รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น สวนสนุก และ โรงงานช็อคโกแล็ต (Shiroi Koibito) สวนโอโดริ สวนนากาจิมะ นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวชานเมือง เช่น เนินฮิทสุจิกะโอกะ (Hitsujikaoga Hill) และจุดชมวิวภูเขาโมอิวะ เป็นต้น

กินปู ดูหมี ที่ ฮอกไกโดBrown Bear in Hokkaido
Crab image from Pantip.com and Brown Bear from Tthe Guardian (link credit is in the picture) 


พี่สาวเล่าต่อว่า สโลแกนของการมาเที่ยวเกาะฮกไดโดคือ กินปู ดูหมี ค่ะ หมีพันธุ์ของเค้าคือ หมีพันธุ์สีน้ำตาล ทีนี้พี่สาวไม่ได้อธิบายต่อเรื่องราวของหมี เพราะเราต้องรีบทำเวลาค่ะ แต่ส้มฟังมาถึงตรงนี้เลยอยากค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติมว่า ทำไม “หมีสีน้ำตาล” ที่เกาะฮกไกโด ถึงขึ้นชื่อจังคะ .....ได้ความว่า ที่ฮกไกโดมีฟาร์มหมีสีน้ำตาล โนโบริเบทสึ
(Noboribetsu Bear Park) ที่เป็นหมีมีถิ่นกำเนิดในประเทศไซบีเรีย (Siberia) และ ในประเทศญี่ปุ่นที่ ฮกไกโด ค่ะ หมีสีน้ำตาลเป็นสัตว์ที่ชาวไอนุ ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองของฮอกไกโด สักการบูชา และมีการอนุรักษ์หมีที่ฟาร์มแห่งนี้ เนื่องจากจำนวนประชากรหมีตามธรรมชาติค่อนข้างจะลดลงอย่างน่าตกใจในแต่ละปีค่ะ ใครสนใจไปหาอ่านเพิ่มเติมได้จากข้อมูลอ้างอิงด้านล่างสุด ส้มแชร์ไว้ค่ะ ..... แน่นอนว่าใครมาที่ฮกไกโด ก็คงจะต้องซื้อของฝากกลับไปให้คนทางบ้านที่เกี่ยวกับหมีตัวสีน้ำตาลแน่นอน   

มาเรื่องที่ฮกไกโดเยอะนะ แต่ส้มแค่อยากปูพื้นให้รู้จักประเทศญี่ปุ่นดีๆ สำหรับคนที่ไม่เคยมา ก็จะเข้าใจมากขึ้น .....ที่ฮกไกโดนอกจากเรื่องหมีแล้ว ยังมีชื่อเรื่องกินปู ก็คือ ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลค่ะ อาหารที่นี่สด อร่อย จริงๆ พี่สาวกล่าว แต่ส้มไม่ได้กล่าว 55555 เพราะส้มไม่เคยมา คงต้องหาโอกาสมาเที่ยวและมาเขียนไดอารี่ให้อ่านกันค่ะ กุ้ง หอย ปู ปลาแซลมอน ที่นี่มีเยอะแยะมากมายให้เลือกทาน ต่างจากเกาะที่อยู่ด้านล่างๆ ที่เน้นพวกเนื้อๆ โดยเฉพาะเนื้อวัวค่ะ ส่วนขนมของเกาะฮกไกโดก็ขึ้นชื่อด้วยเช่นกัน ขนม นม เนย ต้องยกให้เค้าค่ะ พวกขนมดังๆยอดฮิต อย่าง Potatochip Chocolate มันฝรั่งเคลือบช็อกโกแลต, ROYCE’, ชีสเค้กของ LeTao ของอร่อยคู่เมือง โอตารุ ในฮอกไกโด และก็ Nama Chocolate บิสกิตสอดไส้ช๊อคโกแลต  พี่สาวบรรยายมาให้ส้มอยากไปเที่ยวฮกไกโดจริงๆ แต่ก็ถูกเบรกไว้ทันควัร เพราะเจ๊แกบอกว่าขนมเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องไปหาซื้อตามร้านข้างนอกที่ไม่ใช่เขตฮกไกโด เพราะไม่มีวางขายค่ะ แต่จะมีวางขายที่ Duty Free ของสนามบินคันไซ  

2. เกาะฮนชู (Honshu)

Map from Japan Guide 

Honshu island, Japan from Japan Guide

ถัดจากเกาะฮอกไกโดลงมาด้านล่างยาวลงมา จะเจอเกาะฮนชู ชื่อท้องถิ่นคือ เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น คิดเป็นพื้นที่กว่าร้อยละ 60 ของประเทศญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ เกาะนี้เป็นที่ตั้งของเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นจ้า นั่นคือ โตเกียว (Tokyo) โดยเมืองใหญ่อันดับสองของญี่ปุ่นคือโอซากะ  

…….เกาะฮนชูเป็นที่ตั้งของเมืองสำคัญของญี่ปุ่นเช่น โตเกียว / โยะโกะฮะมะ / นะโงะยะ  / เคียวโตะ  /โอซะกะ  / โคเบะ  / และฮิโระชิมะ

ซึ่งเกาะฮนชูมีจำนวนประชากรหนาแน่นเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ทางตอนเหนืออยู่ใกล้กับเกาะฮกไกโด มีช่องแคบมะสึมะรุเป็นเขตกั้น ส่วนทางตะวันตกเฉียงใต้ใกล้กับเกาะชิโกะกุและเกาะคิวชู พื้นที่ส่วนใหญ่ของเกาะฮนชูเป็นที่ราบสูงและภูเขาสูง และที่นี่ก็คือที่ตั้งของแลนด์มาร์คอันสำคัญและสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นอย่าง ภูเขาที่สูงที่สุด ภูเขาฟุจิ ที่เรารู้จักกันดีนั่นเองค่ะ

ที่นี่ พี่สาวไกด์ของเราพูดถึงเขตแดน คันโต คันไซ ส้มฟังไม่ทันและขี้เกียจถามหรือขัดจังหวะระหว่างนางกำลังเล่า ส้มเลยไปหาข้อมูลเพิ่มเติมว่ามันคืออะไร อะไรคัน คัน เนี่ยะ เนื้อหาต่อจากนี้ก็อาจจะวิชาการนิดนึง ได้ความมาว่า ในประเทศญี่ปุ่นเค้าแบ่งภูมิภาคออกเป็น 8 เขตแดน

ลองหาอ่านในนี้ดูค่ะ ภูมิภาคของญี่ปุ่น

โดยเขตคันโตเป็นที่ตั้งของกรุงโตเกียวเมืองหลวงของประเทศค่ะ ภาคคันโตประกอบด้วย 7 จังหวัด ได้แก่ กุมมะ/ คานางาวะ/ ชิบะ /ไซตามะ /โตเกียว /โทจิงิ และ อิบารากิ  

ส่วนเขตคันไซเป็นเขตแดนทางภูมิศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่นบนเกาะฮนชูค่ะ (แตกยิบย่อยมาก) ……เขตคันไซประกอบไปด้วย 7 จังหวัด ได้แก่ เฮียวโงะ / เกียวโต / โอซากะ / ชิงะ / นาระ / วากายามะ และมิเอะ นอกจากนี้ เขตคันไซเคยเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงของญี่ปุ่นในยุคประวัติศาสตร์ช่วงแรกๆเลยคือ ที่เมืองนาระและเมืองเกียวโต ซึ่งเกี่ยวข้องกับทริปที่ส้มมาเที่ยวในครั้งนี้นี่แหละค่ะ เอาเป็นว่า ส้มไม่อยากพูดเยอะที่เกาะนี้แล้วนะ เจ็บคอ 55555 ควรจะทำไดอารี่แยก ขอข้าม …….

 

3. เกาะชิโกกุ (Shikoku)

Map from Japan Guide 

Shikoku Island from Japan Guide

ถัดจากฮอนชู ก็จะเป็น เกาะชิโกกุ ค่ะ เกาะนี้ถือว่าเล็กสุดในบรรดาสี่เกาะทั้งหมดของประเทศญี่ปุ่นก็ว่าได้ค่ะ เกาะชิโกกุจะถูกโอบล้อมรอบ ด้วยเกาะฮนชู และ เกาะคิวชู โดยเกาะชิโกกุถือว่าเป็นเกาะที่เงียบสงบค่ะ อีกทั้งยังมีธรรมชาติ ภูเขา รายล้อม และเสน่ห์ของเกาะนี้คือ ด้วยความงามทางธรรมชาติที่ยังอุดมสมบูรณ์ทำให้ยังคงมีความเป็นญี่ปุ่นแบบสมัยดั้งเดิมค่อนข้างเยอะ ยังไม่กลืนกินไปกับวัฒนธรรมใหม่ๆ และเป็นเมืองที่น่าค้นหา เกาะนี้ประกอบไปด้วย 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดโทกูชิมะ ที่มีวังนํ้าวนนารุโตะ / จังหวัดคางาวะ ที่มีศาลเจ้าโคโตฮิระกูที่เก่าแก่ / แหล่งต่อเรือที่สำคัญในจังหวัดเอฮิเมะ / และ จังหวัดโคจิ เมืองซามูไรเก่าแก่ ใครอยากมาเที่ยวโคจิ อ่านอันนี้เลย เขียนไว้ละเอียดดีมากๆค่ะ เที่ยว+กิน อินเจแปน TRAVEL HAPPY BLOG

และปริมาณประชากรทั้งเกาะโคจิมีเพียงแค่ 4.2 ล้านคนเท่านั้นเอง น่าสงสารมากเพราะไม่มีเมืองใหญ่ๆเอาไว้คอยดูดนักท่องเที่ยวแบบเกาะอื่นๆ ส้มเองก็คิดว่าคนไทยยังไปเที่ยวไม่เยอะมากเท่าเกาะหลักๆ ข้างต้นนะ จากที่อ่านข้อมูลมา เกาะแห่งนี้ก็ดูน่าจะเหมาะกับคนที่เบื่อสถานที่เที่ยวที่เป็นที่ฮอตฮิต หรือนิยมมากๆๆจนน่าเบื่อ และกำลังมองหาอะไรที่เป็นธรรมชาติ ไม่วุ่นวาย คล้ายๆกับการเที่ยวเมืองรองในบ้านเราเลยค่ะ ใครชอบหาความสงบ ส้มขอแนะนำเลย   

มาดูจุดเด่นที่น่าสนใจของ ชิโกกุกันค่ะ ส้มเห็นข้อมูลจากเว็บนี้มา เที่ยวชิโกกุ กับ 7 แหล่งท่องเที่ยวในเกาะชิโกกุ น่าสนใจมากๆ ลองไปหาอ่านดูนะจ้ะ J  พวก “กระแสน้ำวนนะรุโตะ” (Naruto Whirlpool) ที่เมือง โทคุชิมะ โดยปรากฏการณ์กระแสน้ำวนนี้จะมีให้เห็นวันละ 2 ครั้งเท่านั้นในเวลาน้ำขึ้นและน้ำลง / หรือจะเป็น พิพิธภัณฑ์โชยุมารุคิน (Marukin Soy Sauce Museum) หนึ่งในโรงผลิตโชยุที่มีชื่อเสียงเก่าแก่อายุ 100 กว่าปี ที่อยู่เกาะโชโดชิมะ จังหวัดคางาวะ / หรือว่าจะเป็น โรงอาบน้ำ “โดโกะออนเซนฮงคัง” ที่ได้รับการยกให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมชิ้นสำคัญของญี่ปุ่นที่อยู่ในจังหวัด เอฮิเมะ นอกจากนี้ในจังหวัดเอฮิเมะก็ยังมีเกาะเล็กน้อยที่สำคัญ และมีชื่อเสียงสำหรับคนรักแมวอย่าง เกาะอาโอะชิมะ (Aoshima) เกาะเล็กๆที่มีประชากรอาศัยอยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น ในเว็บไซต์ Sanook กล่าวว่ามีประชากรสูงวัยอาศัยอยู่กันแค่ 15 คนค่ะ แต่ที่นี่กลับมีแมวอาศัยอยู่มากกว่า 100 ตัวเลยทีเดียว ได้ข่าวว่าผู้คนก็ชอบมาเกาะนี้เพื่อมาเล่นกับเหมียวน้อยทั้งหลายนี่แหละค่ะ

4. เกาะคีวชู  (Kyushu)

Map from Japan Guide 

พี่สาวเล่ามาถึงเกาะสุดท้ายแล้วค่ะ ถัดมาใต้สุดคือเกาะคิวชู ชื่อท้องถิ่นคือ九州 

เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศญี่ปุ่นเลยล่ะค่ะ ตั้งอยู่ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของหมู่เกาะญี่ปุ่น

จริงๆแล้วชื่อคีวชู นั้นหมายถึง 9 แคว้น หรือ 9 จังหวัด ส้มอ่านไปมา ได้ใจความว่า ปัจจุบันนี้ คีวซู ไม่ได้มี 9 จังหวัดแล้วนะคะ แต่นั่นหมายถึง 9 จังหวัดดั้งเดิมในภูมิภาคไซไกโด ค่ะ ในปัจจุบันนี้ ภูมิภาคคีวชูประกอบไปด้วย 8 จังหวัดที่ตั้งอยู่บนตัวเกาะคีวชูรวมทั้งหมู่เกาะโอะกินะวะด้วย ได้แก่ จังหวัดฟุกุโอะกะ / จังหวัดคะโงะชิมะ / จังหวัดคุมะโมะโตะ / จังหวัดมิยะซะกิ / จังหวัดนะงะซะกิ / จังหวัดโออิตะ / และ จังหวัดโอะกินะวะ

ศูนย์กลางของเกาะคิวชูคือจังหวัดฟุกุโอกะ อันเป็นที่ตั้งของสนามบินใหญ่ และยังเป็นเมืองศูนย์กลางของเกาะคิวชู นอกจากนี้ยังมีความสัมพันธ์เป็นเมืองพี่น้องกับกรุงเทพมหานครหมายถึงเมืองที่มีการเจริญสัมพันธไมตรี มีการช่วยเหลือในด้านต่างๆซึ่งกันและกัน มีการแลกเปลี่ยนความรู้และวัฒนธรรม ประมาณนี้ค่ะ

ที่สำคัญเลยนะคะ แนะนำมากต่อจากนี้ ใครมาเมืองนี้ต้องมาลิ้มรองสินค้าส่งออกอันดับหนึ่งประจำฟุกุโอกะ อย่าง หอยนางรม ค่ะ โดยเฉพาะเมนูหอยนางรมปิ้ง โดยฤดูหอยนางรมจะมีช่วงเดือนพฤศจิกายน-มีนาคม ของแต่ละปี และ ในฟุกุโอกะ ก็มีอยู่หลายที่ แต่ที่ดังที่สุดก็น่าจะเป็นที่ อิโตะชิมะ (Itoshima)

ที่นี่เป็นเมืองประมงค่ะ ชาวบ้านนิยมทำการประมง และ อาหารทะเลก็ค่อนข้างสดทีเดียว ไม่ได้มีแค่หอยนางรมอย่างเดียว แต่ก็มีหอยชนิดอื่นๆขายเช่นกัน อาหารทะเลอย่างอื่นก็มีบ้าง แต่ที่เป็นที่นิยมก็เห็นจะเป็น Oyster Hut หรือ ที่คนที่นั่นจะเรียกกันว่า คาคิโกย่า (Kakigoya) เข้าไปที่ร้าน เค้าก็จะมีเตาถ่านห้เราปิ้งย่างอาหารทะเลค่ะ โดยเมนูเด็ดของเค้าจะอยู่ที่ หอยนางรม

 

ส้มเห็นคนไทยใน รีวิวชวนไปย่างหอยที่กระท่อมหอยนางรม (Oyster hut) เทศกาล Itoshima Kakigoya กับ อีกรีวิวจาก Pantip เห็นแล้วน้ำลายสอมาก เที่ยวคิวชูเงียบๆคนเดียว 3 วัน ฟูกุโกะ - อิโตชิมะ - ยูฟูอิน (และสวรรค์ของคนรักหอย!)  


เที่ยวคิวชูเงียบๆคนเดียว 3 วัน ฟูกุโกะ - อิโตชิมะ - ยูฟูอิน (และสวรรค์ของคนรักหอย!)
 

ดูจากภาพจะเห็นหอยนางรมตัวโตโต ที่ชาวประมงนำมาจากทะเลสดๆ สามารถนำมาย่างทานได้ทันที ใครสนใจ นำน้ำจิ้มทะเลบ้านเราไปทานด้วย น่าจะสุดๆเลยอ่ะ ฟินแล้ว แค่เห็นก็น้ำลายไหล น่าสนใจทีเดียว ทริปนี้ ส้มเห็นบริษัททัวร์เค้าก็มีโปรโมทมาเที่ยวตามเทศกาลเหล่านี้นะคะ ต้องลองดูค่ะ ประสบการณ์ใหม่ที่ห้ามพลาดหากไปเที่ยวที่นี่ค่ะ 

Map from ilovejapan.co.th
Okinawa Island

นอกจากเมือง ฟุกุโอกะแล้ว ยังมีอีกหนึ่งเกาะเล็กๆ ลงมาทางใต้ภูมิภาคคิวชู นั่นคือเกาะโอกินะว (Okinawa-ken) ที่มีชายหาดที่สวยงาม มีอากาศอบอุ่นกว่าเมืองที่ติดทะเลอื่นๆ เหมาะสำหรับการมาพักผ่อน เล่นน้ำทะเล เกาะนี้อยู่ระหว่างประเทศไต้หวัน และ เกาะคิวชู โดยอยู่ทางตอนใต้ของเกาะคิวชูในหมู่เกาะริวกิว ที่มีเกาะมากมายกระจัดกระจาย จังหวัดโอะกินะวะ เคยเป็นที่ตั้งฐานทัพเรือของสหรัฐฯในช่วงสงครามโลกอีกด้วยนะคะ คนญี่ปุ่นเองนิยมไปเที่ยวมากค่ะ เพราะความที่อยู่ใต้สุดของญี่ปุ่น นอกจากอากาศจะอบอุ่นกว่าแล้ว ยังมีชายหาดสีขาวบริสุทธิ์และแนวประการังที่สวยงามและสมบูรณ์มากๆ สองฝั่งทะเลรอบเกาะฮอกไกโด และ ฮอนชูเป็นทะเลน้ำลึก ไม่มีชายหาดสวยๆขาวๆเหมือนพัทยาหรือภูเก็ต ไม่สามารถลงไปแหวกว่ายได้ เพราะไปถึงปุ๊บก็เจอเจอทะเลทันที ไม่มีชายหาดให้เดินทอดน่อง แถมยังมีบริเวณที่เล่นน้ำไม่ได้ซะส่วนมาก เนื่องจากโขดหิน และน้ำเย็นมากค่ะ  

Okinawa, Japan

Okinawa from ทัวร์ญี่ปุ่น.net


จบทั้ง 4 เกาะแล้ว คร่าวๆ ถ้าอยากได้ละเอียดยิบกว่านี้ คงต้องไปหาอ่านต่อเอาเองนะคะ ส้มมีข้อมูลที่ส้มไปค้นมาให้เครดิต ไว้ในพื้นที่ด้านล่างสุด ลองกดไปอ่านและ ทำความเข้าใจดูก่อนตัดสินใจซื้อแพ๊คเกจเที่ยวค่ะ
 
 
Japan Map from Google Map

มาถึงตอนนี้ พี่สาว ไกด์ทัวร์เราได้อธิบายถึงทะเลที่โอบล้อมประเทศญี่ปุ่นค่ะ สองฝั่งทะเลของญี่ปุ่นเป็นคนละทะเลกัน โดยภาคตะวันออกคือ ทะเลแปซิฟิก (Pacific Ocean) ส่วนฝั่งฝั่งตะวันตกที่ติดกับเกาหลี เรียกว่า ทะเลญี่ปุ่น (Sea of Japan) แต่ถ้าเราไปอยู่เกาหลี ทีมไกด์หรือคนเกาหลีก็จะเรียกทะเลฝั่งนี้ว่า ทะเลเกาหลีค่ะ แต่ถ้าดูตามแผนที่โลกก็จะเขียนว่าทะเลญี่ปุ่น ทะเลฝั่งนี้ โดยรวมสภาพอากาศหนาวเย็น หิมะตกเยอะค่ะ 

และ ทริปนี้เราจะได้ไปแถบทะเลญี่ปุ่นก็จริงตั้งแต่เมือง ทาคะยาม่า ชิราคาว่า แต่เราจะไม่เห็นทะเลเท่าไหร่ เนื่องจากเราจะผ่านพื้นที่ที่มีภูเขาเยอะมากกกก เยอะจริงๆ ส้มจำได้ว่านั่งนับอุโมงค์อันที่ 10 แล้วก็หลับค่ะ เพราะอุโมงค์เยอะ ประเทศญี่ปุ่นตัดถนนเข้าภูเขา โดยไม่ระเบิดภูเขา แต่จะเจาะภูเขาเพื่อทำเป็นอุโมงค์แทนค่ะ มันไม่ง่ายเลยนะ แต่มันสะดวกกว่าการระเบิดภูเขาเป็นลูกๆเพื่อมาทำถนน เราต้องปรับตัวเข้ากับสภาพภูมิประเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและรักษาสมดุลธรรมชาติด้วยค่ะ ไอเดียดี ชอบที่คุณญี่ปุ่นคิดอะไรมีแผนสำรองไว้เสมอ และมองถึงการใช้งานในอนาคตที่ดีอีกด้วยค่ะ

  

พี่สาวก็ยังเล่าไปอีก ในขณะที่ลูกทัวร์ที่ต้องตื่นเช้าตามรหัสลับที่ส้มกล่าวถึงในไดอารี่ก่อนหน้านี้ว่า 6 7 8 ทยอยผล๊อยหลับไปทีหลายๆคน แต่ส้ม กับ ดาว ก็ยังพยายามนั่งฟังสิ่งที่พี่สาวกำลังเล่าค่ะ เพราะมันคือข้อมูลสำคัญสำหรับเรามากๆ ที่จะได้เข้าใจประเทศนี้ให้มากกว่าเดิม ....เกาะทั้งสี่เกาะใหญ่ๆของญี่ปุ่นนี้จะเชื่อมกันหมดเลยค่ะ หมายถึงการเดินทาง ค่อนข้างจะทันสมัยมากขึ้น รวดเร็วและสะดวกสบายมากกว่าแต่ก่อน เพราะสมัยก่อนจะนิยมการเดินทางด้วยเรือและเครื่องบิน


• ปัจจุบัน เราสามารถเดินทางจากเกาะฮอกไกโด
à มาเกาะฮอนชู ด้วยอุโมงค์เซกัง ที่ลึกใต้ทะเลถึง 100 เมตร และยาว 53 ก.ม. ถือว่าเป็นอุโมงค์ใต้ทะเลที่ยาวที่สุดในโลกเลยค่ะ โดยเค้าสร้างมาเชื่อมสองเกาะนานมากแล้ว แต่ก่อนจะเป็นรถไฟธรรมดาวิ่ง แต่ปัจจุบันนี้ใช้เป็นที่วิ่งของรถไฟรางคู่ หรือ รถไฟชินคันเซน รถไฟความเร็วสูง
• ส่วนเกาะฮอนชู  
à เกาะ ชิโกกุ à คิวชู จะเชื่อมกันด้วยสะพานค่ะ ไม่มีอุโมงค์เซกัง เราสามารถนั่งรถไฟชินคันเซนจากคิวชู มาโผล่เหนือสุดที่ฮอกไดโดเลย โดยทำเสร็จสมบูรณ์ ไปเมื่อเดือน มีนาคม  2561 และรัฐบาลทำการเปิดใช้ในเดือนเมษายน 2561
• รถไฟชินคันเซนของเกาะฮอกไกโด
à จะมาถึงเมืองทางใต้สุด ก็กำลังทำการก่อสร้างอยู่ ยังไม่แล้วเสร็จค่ะ เนื่องจากอุปสรรคเยอะมาก ทั้งเรื่องงบประมาณ และอุปสรรคจากการก่อสร้าง เพราะสภาพภูมิอากาศไม่เอื้ออำนวย เหตุเพราะหิมะตกตั้งครึ่งปี สร้างๆอยู่ก็ต้องหยุดพัก รอให้ฤดูกาลของหิมะตก ที่ทำยาก และงบเยอะมากจนถึงขั้นอาจบานปลาย เพราะเกาะฮอกไกโดอากาศหนาวและมีหิมะเยอะเป็นหลัก เค้าก็ไม่สร้างแค่รางรถไฟค่ะ แต่จะก่ออุโมงค์รถไฟขึ้นมาด้วย ป้องกันหิมะตก ทางญี่ปุ่นเลยแก้ปัญหาล่วงหน้าไว้ ค่าใช้จ่ายตรงนี้มหาศาลเชียวค่ะ


ถ่ายกับไกด์สาวพราวเสน่ห์ ฟรุ้งฟริ้งกระดิ่งแมว พี่สาวจาก Let's Go Japan ทัวร์ คร่าาาาาา

 

เล่ามาทั้งหมด พี่สาวเริ่มเหนื่อย แต่เราก็ยังฟังสนุกอยู่นะ ....พี่สาวเสริมว่า ทั้งหมด 4 เกาะนี้ จริงๆแล้วในแต่ละเกาะนั้นมีพื้นที่น้อยกว่าไทยเรา แต่ความยาวจากหนือสุด มาใต้สุดถ้ามาเทียบกับเราแล้ว เค้ามีความยาวกว่า 3,000 กิโลเมตร ซึ่งมากกว่าเรา ของไทยเราความสูงจากเหนือสุด ถึงใต้สุด คำนวณกันคร่าวๆได้ราวๆ 2,400-2,500 กิโลเมตร ประชากรในประเทศญี่ปุ่นมีทั้งหมด 128 ล้านคน เยอะกว่าไทยมากกว่าเท่าตัวค่ะ และ ช่วงที่เราเดินทาง 23 – 27 พฤศจิกายน 2561 ตรงกับช่วงวันหยุดยาวของญี่ปุ่น โดย 23 พฤศจิกายน ตรงกับวันศุกร์ ก็เป็นวันขอบคุณแรงงาน ตลอด ศุกร์ เสาร์ และ อาทิตย์ ไกด์เลยบอกให้ทำใจเลยว่า จะเป็นการมาเที่ยวกับประชากรชาวญี่ปุ่น และ อาจจะเห็นอะไรหนาแน่นไปหมด....อ้าว ก็ได้อีกอารมณ์จริงๆ ไม่ได้ศึกษามาก่อนไง เลยไม่ได้เลือกพีเรียดทัวร์หลังจากนี้


ภาพจากทริป ส้มไดอารี่ ที่ Osaka Castle 2018 

เพิ่มเติมจากความยาว 3,000 กว่ากิโลเมตรจากเหนือสุดไปใต้สุดของเกาะญี่ปุ่น เป็นสาเหตุทำให้ฤดูกาลของญี่ปุ่น รวมถึงฤดูกาลท่องเที่ยวจากบนลงล่างแตกต่างกันค่ะ แต่ทุกเกาะมี 4 ฤดูเหมือนกัน ยกเว้นว่า ที่เกาะฮกไกโดที่มี ฤดูหนาวยาวนานสุด 6 เดือน ส่วนเกาะด้านล่างนั้น จะมี 4 ฤดูตามปกติ ส่วนช่วงฤดูใบไม้ร่วง หรือ ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี จะเป็นช่วงเดือน ตุลาคม เดือน พฤศจิกายน หนึ่งในสาเหตุที่ใบไม้เปลี่ยนสี ปัจจัยหลักก็คืออากาศค่ะ อุณหภูมิที่มีความเย็นลงหลายวันติดกัน ใบไม้ก็จะเริ่มเปลี่ยนสี สุดท้ายก็จะร่วงลงไป ถ้าช่วงไหนมีพายุ ใบจะมีความกรอบและร่วงก่อนฤดูเปลี่ยนสี ส่วนเกาะทางเหนือจะมีฤดูเปลี่ยนสีที่สวยมากๆ ดอกซากุระจะบานเมื่ออากาศอบอุ่น หรือช่วงที่ผ่านพ้นหน้าหนาว และดอกซากุระทั่วทั้งเกาะญี่ปุ่นก็จะบานไล่จากทางใต้ ขึ้นมาเหนือ เหตุเพราะทางใต้อุ่นกว่านั่นแหละค่ะ


ภาพจากทริป ส้มไดอารี่ ที่ หมู่บ้านชิราคาวะโก หมู่บ้านมรดกโลก ที่ จังหวัดกิฟุ  


ฤดูกาลของญี่ปุ่นหลักๆจะมี ร้อน หนาว ใบไม่ร่วง และใบไม้ผลิ ส่วนฤดูฝนจะไม่มีตายตัวเพราะเค้าตกตลอดทั้งปีค่ะ โดยตกชุกมากๆจะเป็นช่วง มิถุนายน
ฤดูใบไม่ร่วง  あき : อะคิ ) จะอยู่ในช่วงเดือน ตุลาคม ลากยาวถึง ธันวาคม นะคะ
• ส่วนฤดูหนาว  ふゆ
 : ฟุยุ )  จะเริ่มช่วงเดือน ธันวาคม ไล่ไปถึง เดือน กุมภาพันธ์ ค่ะ ช่วงพีคแหละส้มว่า โดยหิมะจะตกเยอะสุดคือ เดือน มกราคม
• ส่วนฤดูใบไม้ผลิ (
はる: ฮะรุ ) จะอุ่นขึ้นช่วงเดือน มีนาคม ถึง พฤษภาคม เราเรียกฤดูนี้ว่า ฤดูแห่งการเริ่มต้น ค่ะ อาทิเปิดโรงเรียน มหาวิทยาลัย ฤกษ์งามยามดีในการเปิดกิจการ หรือ เริ่มต้นทำงานใหม่ ก็จะเริ่มในเดือน เมษายน
• พอเข้าสู่ฤดูร้อน (
なつ: นะทสึ ) ช่วง มิถุนายน ถึง สิงหาคม อากาศจะร้อนมาก แต่ช่วงเดือน มิถุนายน ฝนจะชุกมากค่ะ ข้อดีของฤดูกาลช่วงนี้คือ เกษตรกรจะแฮปปี้สุดๆ ฝนเทลงเพื่อให้เกษตรลงมือปลูกข้าว และพืชไร่ ผลไม้ พืช ผัก ต่างๆ  

 
ภาพจากหมู่บ้าน UNESCO Shirakawago Village ที่เมือง Gifu


 ช่วงเดือน กรกฎาคม ถึง กันยายน จะเป็นหน้าร้อนเต็มๆ และร้อนมากกว่าเมืองไทยมาก คือเหยียบ 40 องศาเป็นต้นไป สมชื่อดินแดน อาทิตย์อุทัย หรือดินแดงแห่งพระอาทิตย์จริงๆค่ะ หน้าร้อนของเค้าจะร้อนกว่าเราเต็มๆ และพระอาทิตย์ส่องแดดแรงกว่าบ้านเราประมาณ 7% อากาศจะอ้าว ร้อนแสบผิวมาก แต่ญี่ปุ่นจะไม่คุ้นกับแอร์คอนดิชั่น นะคะ ที่โรงแรมที่ส้มไปพักจะมีฮีทเทอร์ (Heater) เครื่องทำความร้อน ติดตั้งไว้ในห้องพักค่ะ เปรียบเสมือน บ้านเรามีแอร์คอนดิชั่น แต่บ้านเค้าเป็นฮีทเทอร์ค่ะ สำหรับแอร์คอนดิชั่น ตามสำนักงานหรือบริษัท ห้างร้าน เค้าใช้แค่ช่วงเดือน กรกฎาคม – กันยายน ค่ะ และใช้ช่วงกลางวันเท่านั้น ส่วนกลางคืนอากาศจะเย็นลง เลยสามารถนอนแง้มหน้าต่างรับอากาศข้างนอกได้ หากใครมาพักที่โรงแรมช่วงหน้าหนาว และจะเปีดฮีทเทอร์ในห้องพัก ส้มขอแนะนำว่า ให้แง้มหน้าต่างไว้ด้วย ใครไม่คุ้นชิน อาจจะเกิดอาการอึดอัด และหายใจไม่ออกได้ค่ะ ช่วงหน้าร้อนที่นี่สำนักงานในออฟฟิศทุกที่ในญี่ปุ่นก็จะรณรงค์ไม่ใส่สูท ผูกไท และ เปิดแอร์ในออฟฟิศอุณหภูมิแค่ 25 องศา เท่านั้น บางบ้านก็ตั้งแผงโซลาเซลล์ เพื่อช่วยในการประหยัดไฟด้วยค่ะ

โอโห คนญี่ปุ่นนี่ ช่างคิด และ ช่างวางแผน รอบคอบ และ เป็นระเบียบทั้งทางความคิด ผังเมือง รวมไปจนถึงค่านิยม และนิสัยด้วย คนไทยในสายตาคนญี่ปุ่นจะเป็นอย่างไรนั้น คงต้องให้พี่สาว ไกด์สุดเปรี้ยวของเราบรรยายค่ะ เดี๋ยวอ่านตอนต่อไป ที่ส้มไปเที่ยวญี่ปุ่นแบบเต็มๆในวันแรกเลยดีกว่าค่ะ กับ เยี่ยมชมศาลเจ้าฟุชิมิ อินาริ / ปราสาททองที่ วันคินคาคุจิ / ไปศาลเจ้าเฮอัน เปิดประสบการณ์ใหม่กับพิธีชงชาแบบญี่ปุ่น


ขอบขอบคุณข้อมูลจาก

• พี่สาว ไกด์คนแกร่งจาก Let’s Go Japan
• ประวัติประเทศญี่ปุ่น ญี่ปุ่นแดนอาทิตย์อุทัย
• Japan at a Glance: Islands, Prefectures and Cities
• Wikipedia ประเทศญี่ปุ่น
• เรียนต่อญี่ปุ่น รู้จักญี่ปุ่น โดย educate park
• รายชื่อเกาะของประเทศญี่ปุ่น โดย Wikipedia
• พาเที่ยว 4 เกาะหลักของญี่ปุ่น พร้อมเคล็ดลับประหยัดเงินไว้ช็อป
• ทำความรู้จักเกาะต่างๆ ทั้ง 4 เกาะ by We go inter.com......
• Holiday Weather
• The Guardian - We're going on a bear hunt … in Hokkaido, Japan
• Japan Guide - Hokkaido• Airasia Go Travel – 10 ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่ฮกไกโด
• Trippino-Hokkaido
• Pantip - [CR] Autumn in Hokkaido ใบไม้เปลี่ยนสีในความทรงจำอันลางเลือน
• Iam-tour เกี่ยวกับหมีสีน้ำตาลที่ ฮกไกโด
• Japankakkoii ตลาดปลานิโจในฮกไกโด
• Wikipedia เกาะฮนชู
• Wikipedia เกาะชิโกกุ
• Painaidii 7 แหล่งท่องเที่ยวในเกาะชิโกกุ
• Shopback Blog เที่ยวชิโกกุ
• Japan Travel เที่ยวชมเต้นท์หอยนางรมที่อิโทะชิมะ
• Wikipedia คันโต (Kanto)
• Wikipedia คันไซ (Kansai)
• เที่ยว+กิน อินเจแปน TRAVEL HAPPY BLOG เที่ยวจังหวัดโคจิ เมืองซามูไร
• Sanook เกาะสำหรับคนรักแมว
• i Love Japan  เมือง Okinawa
• Okinawa from ทัวร์ญี่ปุ่น.net
• Wikipedia เกาะคีวชู
• Wikipedia จังหวัดฟุกุโอกะ
• Hash Corner เที่ยวฟุกุโอกะ
• ฤดูกาลภาษาญี่ปุ่น




Travel Abroad เที่ยวต่างแดน

Multi-Color in Osaka / Kyoto / Takayama 5 วัน 3 คืน ตอน 3.2 ทานชาบู และ ใส่ชุดกิโมโน
Multi-Color in Osaka / Kyoto / Takayama 5 วัน 3 คืน ตอน 3.1 เมืองผู้ดีเกียวโต เมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่นนานกว่า 1,000 ปี
Multi-Color in Osaka / Kyoto / Takayama 5 วัน 3 คืน ตอน 1 เดินทางมาญี่ปุ่นในวันแรก article



Opinion
Opinion *
By  *
E-Mail 
Don't Display E-mail


Copyright © 2010 All Rights Reserved.