ReadyPlanet.com
dot
dot
dot
bulletMy History | ประวัติส้มไดอารี่
bulletGuestbook | ทักทายส้ม
dot
dot
bullet☼ Samui ☼ เดินทางไปสมุย
bullet☼ Samui ☼ ล่องเรือชมเกาะ
bulletครั้งหนึ่งที่ ธรรมกาญจนา
dot
dot
bulletJapan Trip 1 ตอน เดินทางวันแรก
bulletJapan Trip 2 มาทำความรู้จัก “ดินแดนอาทิตย์อุทัย” กันค่ะ
bulletJapan Trip 3 ตอน เที่ยวเกียวโต (1/2)
dot
dot
bulletScotland ตอน เริ่มเดินทาง
bulletStonehaven ปราสาทงามริมเล
bulletซื้อของเข้าบ้านที่ IKEA
dot
dot
bulletศิริวรรณ หอยทอด ม๊ะ? จัดไป!
dot
dot
bulletยังขี้เกียจอยู่


Somdiary Online Fan Page
Follow my instagram ja :)
Somdiary Online Channel


Multi-Color in Osaka / Kyoto / Takayama 5 วัน 3 คืน ตอน 1 เดินทางมาญี่ปุ่นในวันแรก article

 

ทริปนี้เป็นทริปไฟไหม้ คนไทยน่าจะคุ้นกันดีกับคำว่า โปรไฟไหม้อยู่บ่อยๆ ใครตามโปรนี้บ้างก็น่าจะพอเข้าใจ concept ของคำว่า “ไฟไหม้” ได้เป็นอย่างดีนะคะ ใครไม่เข้าใจ เดียวส้มจะเหลาให้ฟัง คือด้วยเวลาที่ส้มกับดาว(เพื่อนส้ม)และพี่สาวดาวเกิดว่างตรงกันพอดีค่ะ เราสามคนก็เลยนัดเที่ยว ต่างประเทศกัน โดยที่พี่สาวดาวจะเป็นคนคอยหาทริปที่สนุกๆมาแชร์อยู่เรื่อยๆ จนไปเจอะกับทริปโอซาก้า ทากายามะ ของ Let’s Go Japan ที่ทาง NidNoi Travel เป็นผู้จำหน่ายทริปต่างๆจากผู้จัดทัวร์หลากหลายเจ้า โดยเราติดต่อไปทาง Nidnoi Travel สอบถามเรื่องราคาที่แน่นอน แล้วก็โอนตัง จัดกระเป๋า เตรียมเดินทางเล้ย ลุยยยย!!!!

จุดเด่นของโปรไฟไหม้ที่ทำให้ตัดสินใจง่ายๆคือปัจจัยหลายอย่างดังต่อไปนี้

  • ราคาค่ะ ส้มไปในราคาประมาณ 2 หมื่นบาท กับสิ่งที่ได้มาค่อนข้างคุ้มค่ามากมาย แม้จะเป็นทริปที่คนไทยไปบ่อย แต่สำหรับคนไปญี่ปุ่นครั้งแรกสำหรับส้มแล้ว มันได้อะไรเยอะจริงๆ
  • เวลาค่ะ เวลาต้องได้จริงๆนะ เช่น เห็นวันนี้ว่ามีโปรเด่นๆ บินอีกสองสัปดาห์หรือสั้นกว่านั้นก็ต้องพร้อมจะไป และพร้อมโอน
  • ปัจจัยหลักคือเงินค่ะ พร้อมหน่อยจะดีมาก หยอดกระปุกไปค่ะ วันละบาทสองบาท บางวันอารมณ์ดี รวยเป็นพิเศษ ก็ใส่ไปสัก 20 บาท แล้วแต่เราเลย สิ้นปีมาก็แคะไปเที่ยวโลด

 

โดยโปรแกรมคร่าวๆที่ส้มไปอันนี้คือ

วันแรก - เดินทางไปสนามบินคันไซ โอซาก้า ค่ะ ถึงราวๆสี่ทุ่ม โดยประมาณ

วันที่สอง - นั่งรถจากโอซาก้า ไปเกียวโต เมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่นนานกว่า 1,000 ปี และ ไปศาลเจ้าฟิชิมิอินาริก่อนค่ะ สักการะขอพรจากพระแม่โพสภ และเทพจิ้งจอกที่ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าเป็น ทูตจากสวรรค์ รวมถึงได้เจอกับซุ้มประตูสีแดงที่เป็นสัญลักษณ์ของศาลเจ้ามากกว่าร้อยต้น ยาวถึง 4 กิโลเมตร และเป็นฉากหนึ่งในภาพยนต์เรื่อง MEMORIES OF GEISHA ที่ซายุริ นางเอกของเรื่องวิ่งลอดซุ้มประตูเพื่อไปขอพรเทพเจ้าให้สมปรารถนา /// หลังจากนั้นเราก็แวะไปที่ วัดคินคะคุจิ หรือ ปราสาททอง สร้างโดยโชกุน อาชิคางะ โยชิมิสึ เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนค่ะ ต่อมากลายเป็นวัด // สุดท้ายก็ไปเยี่ยมชมศาสเจ้าเฮอัน ศาลเจ้าในลัทธิชินโต ที่นี่เราจะได้ใส่ชุดกิโมโนหรือศาลเจ้า เฮอันจิงงุ และยังได้เรียนวิธีชงชาแบบสไตล์ญี่ปุ่นอีกด้วย 

  • วันที่สาม - เราเข้า นาโกย่า ไป ทากายามะ แวะหมู่บ้านชิราคาวะโกะ // เขตเมืองเก่าทากายามะ และก็ไปเที่ยวที่ห้าง อิออน ค่ะ 
  • วันสุดท้าย - เราไปเดินชมบรรยากาศโดยรอบของ ปราสาทโอซาก้า และเข้าสู่เมืองโอซาก้า ไปชอปปิ้งที่ย่านชินไซบาชิ ที่เราจะเห็นรูปตัวกูลิโกะป๊อกกี้ยกแขนสองข้าง เสร็จแล้วเราก็ไป ริงกุ เอาท์เล็ด (Rinku Outlet) แหล่งช้อปปิ้งใกล้สนามบินคันไซ โอซาก้า และเราก็เตรียมตัวบนกลับ กทม. จ้า ในไฟลท์ดึก ก็จะถึงไทยอีกวัน

หลังจากเช็คความพร้อมในการกดปุ่มจองโปร หรือตกปากรับคำกับเพื่อนๆและบริษัทขายทัวร์แล้ว ก็ต้องมาเตรียมตัวค่ะ ส่วนตัว ส้มเป็นคนนิยมเที่ยวแบบเวลาน้อย เพราะตั้งแต่ทำงานมานี่ แทบเรียกว่าไม่เที่ยวเลย เพราะเอาแต่ทำงาน และเน้นเที่ยวในประเทศ หรือตามชายแดนไทยมากกว่า และอารมณ์ศิลปินนิดๆ หากไม่อยากเขียนไดอารี่ อยากนอน อยากอยู่เฉยๆ ก็จะหายใจทิ้งจริงๆ ดังนั้น ส้มก็จะไม่ค่อยมาศึกษาอะไรเลย แต่มันจะมีบางอย่างในใจที่บอกว่า อยากไปญี่ปุ่นอ่ะ เพราะได้ยินใครๆก็พูดว่ากลับมาแล้วอยากกลับไปอีก อาหารอร่อย ผู้คนน่ารัก ......ส้มว่าถ้าเรารู้จักตัวเองว่าเป็นคนแบบไหน หรือไม่มีเวลาหาข้อมูล ไม่อยากมานั่งสับสน งง อะไรก็ซื้อทัวร์ไปเหอะค่ะสำหรับทริปแรก ถ้ามาซ้ำอีกก็ค่อยมาเอง ส้มว่านะ

สิ่งที่ดีอย่างสำหรับทัวร์คือ งานบริการค่ะ ที่เค้าจะคอยจัดแจงให้เรา เช่น

 
ตัวอย่างใบเข้าเมือง ข้อมูลจาก emagtravel.com

  1. ใบเข้าเมือง (Disembarkation Card) ตอนผ่าน ตรวจคนเข้าเมือง ทางบริษัททัวร์ Let’s Go Japan เค้ากรอกมาให้เราเสร็จสรรพ ส้มไปเสริจหาข้อมูลมาค่ะ ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่นะคะ 
  2. ใบศุลกากร (Traveler Declaration Form) ยื่นตอนรับกระเป๋าที่สายพานเสร็จแล้ว ขาออก ใบนี้ทางบริษัททัวร์ก็กรอกมาให้เรียบร้อย ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่นะคะ 
  3. สายการบินจองให้ครบ ถ้ามาเป็นกลุ่มก็จัดนั่งเป็นกลุ่มให้ พร้อมอาหารบนเครื่องบิน หากเราทานมังสวิรัติ เราก็แจ้งทางบริษัททัวร์ไป แล้วเค้าก็จะจัดการให้ค่ะ
  4. โรงแรม....ถึงแม้เราจะเลือกไม่ได้ แต่โรงแรมที่ส้มได้ไปพักค่อนข้างดีทีเดียว ใหม่ และ ไม่ผิดหวัง แม้จะไกลจากตัวเมืองนิดหน่อย ทำให้เสียเวลาเดินทาง แต่ต้องเข้าใจนะว่า เรามาทัวร์ราคาประหยัด เราจะกินหรู อยู่แพงแบบทัวร์ราคา ห้า-หกหมื่นไม่ได้ แต่สมัยนี้บริษัทจัดทัวร์เค้าค่อนข้างปรับตัวค่ะ เพราะคนไทยจะชอบโรงแรมใหม่ และสะอาด ส่วนมากโรงแรมใหม่ สะอาด ราคาประหยัดก็อาจจะไม่ได้อยู่ในโลเคชั่นที่ดีเลิศ แต่สิ่งที่ส้มได้ มันก็ไม่แย่เลย ตรอกซอกซอยไหน ส้มก็มั่นใจในความปลอดภัยของประเทศนี้พอสมควรนะคะ

  5. รถบัสขนคณะทัวร์นี่แหละค่ะ ลองนึกสภาพที่เราต้องไปเอง คิดดูเราจะขับไปยังไง ใครนั่งรถไฟในญี่ปุ่นเก่งๆก็อาจจะชินกับการเดินทางแบบนั้น แต่สำหรับมือใหม่หัดเที่ยวแล้วละก็ ไปทัวร์เที่ยวยกแก๊งค์แบบนี้ดีกว่าค่ะ ไม่เสี่ยงเสียเวลา ไม่พร้อมไปหลงทางจริงๆ เวลามาน้อย ใช้สอยประหยัดค่ะ ต้องรีบกลับมาทำงานด้วย
  6. ข้อมูลที่สำคัญ ของแต่ละสถานที่เที่ยว ........อันนี้สำคัญและเด็ดดวงมากจริมๆ เพราะถ้าเรามาเที่ยวแบบเหมือนโดนผลักมา ก็อาจจะต้องทำความเข้าใจกับสถานที่เที่ยวคร่าวๆจากเอกสารที่ไกด์แจกตอนเจอที่สนามบินดอนเมืองค่ะ และอีกทางคือไกด์จะเล่าบรรยายก่อนเราจะถึงจุดหมายว่า ที่เราจะไปคืออะไร ประวัติเป็นมาเป็นอย่างไรระหว่างอยู่บนรถบัสค่ะ ถ้าไม่เสพข้อมูลพวกนี้ไปบ้าง อาจจะทำให้เราเที่ยวไม่สนุก เหมือนต้องเที่ยวไปเปิดกูเกิ้ลไป ก็ไม่ไหวนะตัวเองงงง 


    สนามบิน คันไซ โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น
     
     

        สิ่งสำคัญคือเราควรศึกษาข้อควรระวัง ข้อห้าม และ กฎหมายของประเทศญี่ปุ่นที่ต้องเข้าใจ สืบเนื่องจาก สนามบินคันไซ ใน โอซาก้า จะขึ้นชื่อเรื่องความโหดเรื่อง น้ำหนักกระเป๋า และ จำนวนกระเป๋า สำหรับเอาติดตัวขึ้นเครื่อง ดังนั้นไกด์จึงต้องย้ำนักย้ำหนาเรื่องการขนของขึ้นเครื่องค่ะ รวมถึง การซื้อของฝาก ของต้องสำแดง การถูกตรวจสอบเมื่อถึงด่านตรวจประเทศไทย จากศุลกากรไทยนี่ก็เข้มกับรูทญี่ปุ่นเป็นพิเศษ เหตุเพราะคนไทยซื้อของฝากกันเยอะ รองเท้า กระเป๋า เครื่องสำอางล้นกระเป๋าเลย หากมีพิรุจเหมือนเอามาขาย หรือมาฝากคนอื่นที่ไม่ใช่ของตัวเองก็จะต้องโดนเก็บตังค่าภาษีนำเข้านะคะ อันนี้ไกด์เตือนพวกลูกทัวร์ทุกคน จะสังเกตได้ว่า ตอนขากลับ จะมีกลุ่มทัวร์ที่พร้อมมากยืนรอพร้อมที่จะขึ้นเครื่องอย่างองอาจ คือต้องมีของแค่ 2 ใบนะ แต่อีสองใบที่ขึ้นเครื่องนี่ก็ใหญ่กันเหลือเกิน.....แล้วก็จะมีกลุ่มคนไทยที่มากันเองที่โดนเจ้าหน้าที่สายการบินไล่ให้ไปแพ๊คกระเป๋าใหม่ก็มีค่ะ อาจจะเพราะเค้าไม่ทราบก็เป็นได้ ทำให้หัวหน้าทัวร์ทั้งหลายต้องคอยตะโกนบอกกลุ่มลูกทัวร์ตัวเอง เตือนแล้วเตือนอีก บางทีช่วยมาบอกกลุ่มลูกทัวร์กลุ่มอื่นๆอีกด้วย โหวกเหวกเสียงดังกันลั่น Gate ช่วงจะได้ขึ้นเครื่องนี่แหละค่ะ เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ดีจริงๆ

เราเดินทางกันด้วยสายการบิน แอร์ เอเชีย ในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 โดยสายการบินจะออกเดินทางช่วงเวลา บ่ายสองโมงกว่าๆ แต่ทาง Let’s Go Japan นัดให้ลูกทัวร์มาตอน 10.30 โมงเช้าเพื่อมาเตรียมตัวค่ะ ในเมื่อเดินทางตั้งเกือบๆบ่าย3โมง ทำไมต้องมารอเกือบครึ่งวันใช่ไหมละคะ เนื่องจากเราต้องไป Terminal ระหว่างประเทศมันควรจะเผื่อเวลามากกว่าบินภายในประเทศค่ะ

ส้มขึ้นเครื่องที่สนามบินนานาชาติดอนเมือง ก็ต้องเผื่อเวลามากขนาดนี้ ใครไปบินสนามบินสุวรรณภูมิก็ไม่ควรชะล่าใจนะคะ แต่ส้มมาเร็วกว่าเวลาเคาท์เตอร์เช็คอินเปิดอีกแน่ะ เพราะเรามาเป็นทีมใหญ่ กรุ๊ปใหญ่ ที่หัวหน้าทัวร์ต้องคอยเช็คชื่อ สำรวจความพร้อม รวมถึงให้คำแนะนำต่างๆ เรามาถึงได้พักใหญ่ๆ หัวหน้าทัวร์กลุ่ม Let’s Go Japan ชื่อ พี่สาว ก็บอกให้พวกเราเข้าคิวรอเช็คอินได้เลย มันจะเปิดตอน 11.15 นาฬิกา ซึ่งช่วงนั้นแค่ 10.30 น. เองนะ เราต้องยืนรอกันยัน 11 โมงเชียวหรอ พอส้มยืนไปสักพักใหญ่ๆ เงยหน้าจากโทรศัพท์มาอีกทีก็เจอะเจอคนเยอะแยะมากมายที่ต่อคิวต่อจากเรา ก็แน่นอนว่าเป็นลูกทัวร์จากหลายกลุ่มค่ะ และก็รวมลูกทัวร์กลุ่มเราด้วย มีนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นบ้างประปรายที่ปะปนมา รวมถึงคนไทยที่มาเที่ยวด้วยตัวเองไม่ได้เน้นพึ่งพาทัวร์ก็มี  ส้มเลยมองว่าเราโชคดีขนาดนะ ที่ได้มาอยู่ในแถวเป็นคิวแรกๆ เพราะหลังจากที่เรายืนสักพัก คิวมันยาวไปไกลจริงๆค่ะ คิดว่าพี่สาว (ไกด์ของเรา) ต้องเข้ามาเป็นคนสุดท้ายแน่นอนเพื่อดูว่าทีมมาครบหรือยัง

พอถึงเวลา ส้มกับดาวและพี่สาวของดาวก็เข้าไปที่บริเวณเช็คอิน แต่เราต้องยกกระเป๋าที่ติดแทคกระเป๋าแล้ว ไปโหลดอีกที่ค่ะ ไม่ไกลกัน หลังจากเห็นกระเป๋าเดินทางของเราเข้าไปเรียบร้อย ก็พากันหาอะไรทานก่อนที่จะเดินเข้าไปนั่งรอขึ้นเครื่องค่ะ อยากบอกว่าสนามบินดอนเมือง อาหารการกินเลิศมาก ตระการตาไปทุกสิ่งอย่าง แถมได้ยินมาว่าของกินของฝากจะเยอะกว่าสุวรรณภูมิซะอีกแน่ะ

หลังจากเราทานข้าวเสร็จก็เลยเข้าไปรอที่เกทค่ะ ตอนเราจะเข้าไป เจ้าหน้าที่คนไทยจะคอยสอนให้เราใช้ระบบในการสแกนการแสดงตัวตนของเราค่ะ บริเวณนี้ห้ามถ่ายภาพเด็ดขาดนะคะ เสร็จแล้ว เราก็ถึงเข้าไปด่านตรวจกระเป๋าค่ะ อย่าลืมที่จะ

  • นำ power bank ทั้งหลายแหล่ที่มี ติดกระเป๋าไว้นะคะ ห้ามโหลดไปพร้อมกับกระเป๋าใบใหญ่ใต้ท้องเครื่อง
  • ห้ามนำของเหลว 100 ml ขึ้นไปบนเครื่องนะคะ แม้กระทั่งน้ำดื่มก็ห้ามเด็ดขาดค่ะ
  • ของมีคม มีดพับ อาวุธ ต่างๆ
  • วัตถุไวไฟ
  • อาหารที่มีกลิ่นแรง เช่น ทุเรียน ปลาร้า ฯลฯ แต่ส้มก็เห็นคนพกขนมที่ทำจากปลาหมึกบ้านเราขึ้นเครื่องไปเปิดกลิ่น คือหอมมากค่ะ อยากกินตามแต่ทว่ากลัวคนอื่นเหม็นเหมือนกัน
  • สารเคมีอันตรายต่างๆ
  • สัตว์มีพิษ........เอ่อ อันนี้จะเอาไปทำไมกันคะ
  • แม่เหล็ก สังเกตมันจะมีเสียงดัง ตี้ดๆ ตอนเราเดินผ่านจุดตรวจค้น

ถ้าเจ้าหน้าที่เจอของเหล่านี้ คุณก็จะต้องโดนริบ และ ของเหล่านี้จะถูกนำไปทิ้ง หรือ ทำลายค่ะ ...... ใครจะซื้อน้ำหอม หรือน้ำดื่ม ก็ต้องเข้าไปภายในสนามบินก่อนค่ะ ไปช้อปปิ้งที่ Duty Free   กันให้หนำใจตรงนั้นดีกว่านะ

พอส้มเข้าไปข้างในแล้ว ส้มก็ได้เตรียมซื้อของใช้จำเป็นจาก Boots อาทิ ทิชชู่เปียกสำหรับเข้าห้องน้ำ น้ำดื่ม อื่นๆ และเราก็นั่งเครื่องใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมงถึงสนามบินนานาชาติคันไซ โอซาก้า ค่ะ เวลาถึงน่าจะเป็นเวลาประมาณ 21.55 น. เราผ่าน ต.ม. มาอย่างสบายๆ ไม่ยากเลยค่ะ ทั้งๆที่เล่มพาสปอร์ตส้มคลีนมาก เพิ่งทำเล่มใหม่ แต่เพราะเรามีเอกสารที่ไกด์เตรียมไว้ให้ครบ เราเลยไม่ต้องกังวลอะไร ในใบสำหรับผ่าน ต.ม. มีรายละเอียดพวก ชื่อ-สกุล เราชัดเจน โรงแรมที่เราจะไปพัก รวมถึงระยะเวลาการมาเที่ยวค่ะ ส้มได้ปั้มวีซ่า 15 วันสำหรับนักท่องเที่ยวเต็มแม๊ค แต่เราอยู่เต็มที่แค่ 4 วันค่ะ ตามทัวร์เลย

อ้อ ลืมเล่าว่า ส้มเตรียมเอกสารกันเหนียวมาด้วยสำหรับการเจอเจ้าหน้าที่ ต.ม. เพราะเล่มพาสปอร์ตส้มมันใหม่มาก รูปที่ถ่ายในพาสปอร์ตก็มีลุคผู้ใหญ่หน่อย พอดูได้ว่าเราเป็นสาวทำงานออฟฟิศนะ เพราะส้มแต่งหน้าทำผมเรียบหน่อย ภาพมันก็ออกจะดูเป็นคนทำงานค่ะ แต่ส้มอ่านข้อมูลมาจากหลากหลายแหล่ง ทำให้ส้มอยากเตรียมเอกสารพวก

นามบัตรของเราปัจจุบัน หากคุณมีนามบัตรบริษัท ก็พกติดตัวไปด้วยค่ะ เอาไปเยอะๆเลยเผื่อโดนตรวจสอบ ไม่พกแค่อัน สองอันนะคะ เอาไปเผื่อไว้เลย ส้มเอาไปประมาณ 10 ใบ กระจายในกระเป๋าและซองพาสปอร์ทค่ะ
• ใบรับรองการทำงานจากบริษัท หรือเรียกว่า work certificate ค่ะ อันนี้ต้องขอให้บริษัทออกเอกสารให้เราให้ครบถ้วน
ชื่อที่พัก .........ที่สำคัญจำชื่อโรงแรมที่เราจะไปพักในวันแรกให้ดีค่ะ
ข้อมูลทัวร์ ........ ท่องเผื่อไว้เลยว่าจะได้ไปไหนบ้าง เผื่อเค้าฟลุคถามเราค่ะ

แต่สำหรับส้มแล้ว เค้าไม่ได้ขออะไรเลยค่ะ เนื่องจาก บริษัททัวร์กรอกในใบผ่าน ต.ม. มาให้เรียบร้อยแล้วค่ะ เจ้าหน้าที่ก็แค่ยิ้มทักทายเราก็แสกนนิ้ว ถ่ายรูปแล้วก็เสร็จค่ะ พ้นจากตรงนี้แล้ว ก็จะต้องเดินไปรับกระเป๋าเดินทางค่ะ

มาถึงสายพาน ส้มสังเกตว่า ที่สนามบินในเอเชียที่ส้มไปเที่ยวมาหลายที่ เค้าจะเตรียมกระเป๋าบนสายพานให้เราดีมาก แบบให้เราแบกจากสายพานไปเลยง่ายๆ คือมีการเรียงแบบให้หูจับกระเป๋าเห็นชัด แล้วเราสามารถหยิบเอาออกไปได้ง่ายๆ user friendly มากๆ ขณะที่มองกลับมาที่บ้านเรา........บางทีเหมือนโดนโยนๆมาอย่างงั้นน่ะ

 จริงๆแล้วพอเครื่องแลนดิ้งที่สนามบินคันไซแล้ว พวกเราก็ต้องออกจากเครื่องบินเพื่อมานั่งรถไฟมายัง Terminal ที่จะมี ต.ม. เช็คพาสปอร์ตเราค่ะ ไม่ต้องรอนั่งรถบัส เหมือนบ้านเราแต่อย่างใด พอพ้นจาก ต.ม. เราก็มารับกระเป๋าเรียบร้อยก็เตรียมตัวขึ้นรถทัวร์กลับที่พักกันค่ะ เรานั่งรถไปไม่ไกลมาก เพราะที่พักคืนแรกของเราเป็นโรงแรมในโอซาก้าไม่ไกลจากสนามบินคันไซค่ะ ชื่อว่า Izumisano Center Hotel  ห้องพักนี่เลิศมั่กมัก นอน3คน กว้างขวาง สะอาด สะดวก แต่พื้นที่ห้องมันเยอะไปนิดนะ สวนทางกับพื้นที่ห้องน้ำที่มีขนาดมินิไซส์มาก แลดู minimal ไปซะทุกอย่างแม้กระทั่งถังขยะที่เท่ากับ ถังขยะสำหรับทิ้งเศษเล็บ หรือสำลีบนโต๊ะแต่งหน้าที่บ้านส้มเลย.....

  
ซ้าย: เราขึ้นรถบัสจากสนามบินเพื่อมายังที่พัก                 |    ขวา: ถึงโรงแรม Izumisano Center Hotel ใน โอซาก้า

 


 

ห้องพักแบบสามคนค่ะ มี 3 เตียงทุกเตียงมีชุดนอนให้คนละหนึ่งชุด พร้อมกับ นกพับสไตล์ญี่ปุ่นบนเตียง น่ารักมากค่ะ ห้องอาบน้ำเล็กๆหนึ่งห้อง มีอ่างอาบน้ำเล็กๆแบบสำหรับแค่ไปยืนเพื่ออาบน้ำฝักบัวมากกว่าค่ะ คงแช่ตัวแบบเหยียดขาไม่ถนัด ในห้องน้ำจะมีชักโครกสไตล์ Washlet แบบญี่ปุ่นคือจะมีระบบการฉีดน้ำหลายระบบที่ built in ติดมากับส้วมเลย พร้อมฝารองนั่งที่อบอุ่นค่ะ .....ในห้องน้ำนี้จะค่อนข้างเล็กมากๆ แคบมากประมาณเราเหยียดแขน 2 ข้างออกก็จะสุดความกว้างของขนาดห้องน้ำพอดีค่ะ ข้างในมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้กับเราหลายอย่างมาก อาทิเช่น เซ็ทแปรงฟันและยาสีฟัน (แปรงฟันนี่หัวเล็กค่ะ ส่วนยาสีฟันนี่หลอดเล็กมากกกกก สำหรับใช้ 1 วัน) รวมถึง มีดโกน หวี ประมาณนี้ค่ะ ตรงหน้าต่างจะมีโต๊ะยาวๆที่เค้าวางกาน้ำร้อน และแก้วน้ำสามใบ พร้อมซองชาเขียว 3 ซอง ห้องที่นี่จะไม่มีน้ำดื่มเหมือนที่โรงแรมในไทยนะคะ เพราะประเทศญี่ปุ่น เค้าใช้น้ำก๊อกกันค่ะ ประมาณว่าระบบท่อน้ำเค้ามีตัวกรองน้ำดีอยู่แล้วค่ะ (แบบที่ประเทศแถบยุโรป หรือ อเมริกา)แต่ถ้าใครไม่กล้าดื่ม ก็ต้มเอาก็ได้ หรือ ข้างๆโรงแรมเดินไม่ไกล ก็มีร้านสะดวกซื้อเล็กๆ อย่าง 7Eleven ........

ที่ประเทศญี่ปุ่น ร้านสะดวกซื้อจะมีหลากหลายมาก ที่ส้มเห็นเยอะๆคือ 7Eleven / Family Mart แล้วก็ Lawson ค่ะ 

เราไปถึงก็ดึกแล้ว ห้าทุ่มแน่ะ พอไกด์บอกข้างๆโรงแรมมี 7Eleven ร้านสะดวกซื้อที่ใกล้ที่สุด พวกเราก็หูตาโตกันหมด เนื่องจาก 1. หิว 2. อยากยลเซเว่นญี่ปุ่นด้วยว่าเหมือนบ้านเราไหม ที่ของกินอลังจริงจัง.........

พวกเราเอาของไปเก็บที่ห้อง พกเสื้อหนาวกันออกมา พร้อมเงินเยนที่แลกมาก็พร้อมที่จะได้แตกเป็นเศษๆแล้วแน่นอนค่ะ พวกเราก็ซื้อของกินมาเยอะมาก แต่เมนหลักเลยคือ.....Cup Noodles ค่ะ และที่ขาดไม่ได้คือ นมเปรียวของเค้าชื่อ คาลพิโก้ ข้าวปั้นห่อสาหร่าย ขนมขบเคี้ยวเล็กๆน้อยๆ รวมถึง แปรงฟันที่ส้มลืมเอามาจากบ้าน (น่าเขกกบาลมาก) แต่ที่ญี่ปุ่นเค้าจะใช้แปรงฟันหัวเล็กๆ มากกว่าที่บ้านเราอีก ตอนแรกส้มก็นึกว่าแปรงฟันเด็ก

 

อยากให้มาเจอร้านสะดวกซื้อของที่นี่ รับรองเลยว่าจะหลงรัก และจะไม่ผิดหวังนะจ้ะ ส้มกับเพื่อนๆขนของกินกันมายอะมากๆ แล้วเราก็ปาร์ตี้พวกมาม่าญี่ปุ่นกันเป็นมื้อดึก ก่อนที่แยกย้ายกันนอน เพราะวันต่อมาคือวันท่องเที่ยวจริง โดยโค๊ดลับ ของพวกเราเหล่าลูกทัวร์คือ 6 7 8 ค่ะ มาจาก....ตื่น 6  โมง ....ทานข้าว 7 โมง ล้อหมุน 8 !!! และอยากจะบอกว่า มันเป็นอย่างนี้ทุกๆวันจนวันสุดท้าย

คงจินตนาการออกนะว่า สภาพตอนกลับมาถึงบ้านจะเป็นอย่างไร..........แต่เรามาเที่ยวใช้โปรไฟไหม้ ก็เข้าใจได้ค่ะ ใครจะซื้อแบบสบายๆหน่อยก็ต้องมีทุนเยอะหน่อยนะคะ อันนั้นก็แล้วแต่ความพอใจเลยจ้า

แล้วเจอกันไดอารี่วันถัดไปค่ะ เยี่ยมชมศาลเจ้าฟุชิมิ อินาริ / ปราสาททองที่ วันคินคาคุจิ / ไปศาลเจ้าเฮอัน เปิดประสบการณ์ใหม่กับพิธีชงชาแบบญี่ปุ่น (ยังเขียนไม่เสร็จ อดใจรอนิดนุงนะ ต้องหาข้อมูล)


 ขอขอบคุณรายละเอียดข้อมูลจาก




Travel Abroad เที่ยวต่างแดน

Multi-Color in Osaka / Kyoto / Takayama 5 วัน 3 คืน ตอน 3.2 ทานชาบู และ ใส่ชุดกิโมโน
Multi-Color in Osaka / Kyoto / Takayama 5 วัน 3 คืน ตอน 3.1 เมืองผู้ดีเกียวโต เมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่นนานกว่า 1,000 ปี
Multi-Color in Osaka / Kyoto / Takayama 5 วัน 3 คืน ตอน 2 มาทำความรู้จัก “ดินแดนอาทิตย์อุทัย” กันก่อนเที่ยวค่ะ



Opinion
Opinion *
By  *
E-Mail 
Don't Display E-mail


Copyright © 2010 All Rights Reserved.