ReadyPlanet.com
dot
dot
dot
bulletMy History | ประวัติส้มไดอารี่
bulletGuestbook | ทักทายส้ม
dot
dot
bullet☼ Samui ☼ เดินทางไปสมุย
bullet☼ Samui ☼ ล่องเรือชมเกาะ
bulletครั้งหนึ่งที่ ธรรมกาญจนา
dot
dot
bulletJapan Trip 1 ตอน เดินทางวันแรก
bulletJapan Trip 2 มาทำความรู้จัก “ดินแดนอาทิตย์อุทัย” กันค่ะ
bulletJapan Trip 3 ตอน เที่ยวเกียวโต (1/2)
dot
dot
bulletScotland ตอน เริ่มเดินทาง
bulletStonehaven ปราสาทงามริมเล
bulletซื้อของเข้าบ้านที่ IKEA
dot
dot
bulletศิริวรรณ หอยทอด ม๊ะ? จัดไป!
dot
dot
bulletยังขี้เกียจอยู่


Somdiary Online Fan Page
Follow my instagram ja :)
Somdiary Online Channel


ทริปปีใหม่ ตอนที่ 2 เที่ยวดอยขุนตาล เส้นแบ่งสองจังหวัด ลำพูน ลำปาง ผ่านสะพานขาวทาชมภู article

เข้าสู่วันที่ 2 ของทริปภาคเหนือช่วงก่อนปีใหม่ในวันที่ 26 ธันวาคม 2561

ส้มกับเพื่อน กะว่าจะตื่นเช้าหน่อยเพื่อจะได้หาอะไรทำกัน เนื่องจากฤดูที่เราไปทั้งฝนและก็กำลังเข้าหน้าหนาวด้วย เวลาไม่คอยใครค่ะ เดินออกจากห้องพักที่บ้านคุณหญิง เรสซิเดนซ์ (ซ.เจริญรษฏร์14) หน้าที่พักเรามีพระเดินมาบิณฑบาตรค่ะ ก็แวะใส่บาตรซะหน่อย แล้วก็ค่อยเดินลัดด้านหลังที่พักไปซอยเล็กๆ ที่จะทะลุไปยังตลาดสดเทศบาล ว่าจะไปหาอะไรทานตอนเช้าค่ะ และระหว่างทางเราก็ถ่ายรูปเล่นกัน ชมบรรยากาศชุมชน บ้านช่องแถวๆนั้น ส่วนมากก็เป็นหลังกระทัดรัดบ้าง หลังใหญ่บ้าน เป็นไม้บ้าง ปูนบ้าง บางที่ก็มีพื้นที่เปล่าๆ ปลูกลูกมะนาวกันใหญ่ บางทีก็ปลูกสวนลำไยค่ะ บางหลังก็ซอยบ้านทำเป็นบ้านเช่า บางบ้านก็เลี้ยงสัตว์ค่ะ

  

มีบ้านนึงเลี้ยงไก่พันธุ์แปลกประหลาด หน้าตาไม่เหมือนไก่บ้านเราค่ะ แต่เป็นไก่มีขนยาวๆ ดูไกลๆเราจะดูไม่ออกว่ามันคือตัวอะไร รู้แต่ว่าตัวเล็กๆ กลมๆ หลากสีสันจริงๆ พอเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ติดรั้วพอเห็นชัดว่า เฮ้ย! นี่มันไก่พันธุ์ที่เราเคยเห็นออกทีวีนี่นา ไก่ชนิดนี้ เป็นพันธุ์ไก่ชนิดใหม่ในบ้านเราค่ะ แต่เป็นไก่ที่มีอยู่มานานแล้ว ชื่อว่า พันธุ์ซิลกี้ (Silkie) คนไทยเรียก ไก่ขนฟูบ้าง คนปุยบ้าง เค้าว่าเป็นไก่ที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีนค่ะ แน่นอนคนจีนเลี้ยงไว้เป็นอาหาร แต่ก็มีคนเอาไปเลี้ยงแพร่พันธ์ในยุโรปอยู่นะคะ และทางยุโรปก็ไม่นิยมทานค่ะ ไก่ชนิดนี้เป็นไก่พันธุ์เล็ก มีหลากหลายสีสัน เลี้ยงไว้เป็นสัตว์เลี้ยงก็ได้ค่ะ เค้าน่ารัก ไม่ดุ บ้านหลังที่ส้มไปเจอ ก็น่าจะเป็นฟาร์มเพาะพันธุ์เจ้าซิลกี้มั้งคะ เห็นมีหลายตัวเลย .......

ลืมเล่าไปว่า ที่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะทางเหนือ ตามถนน หนทาง ที่มีที่สาธารณะ หรือแม้แต่ในซอย จะมีเสาสูงๆ และบนยอดจะเป็นลำโพง เป็นเหมือนกับวิทยุชุมชนสำหรับกระจายข่าว ก่อนเปิดเพลงชาติค่ะ ที่ลำพูนมีรายการเสียงตามสายแบบนี้ในทุกๆเช้า ตอน 7.30 น. ก่อน 8 โมง เรามักจะได้ยินเสียงคนมาอ่านข่าว อัพเดทสิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองลำพูน มีใครจะฝากประชาสัมพันธ์ร้านค้า อะไรก็สามารถฝาก ก็อาจจะได้นะส้มว่า เพราะเห็นมีโฆษณาคลินิกแพทย์แผนไทยประยุกต์ มีประชาสัมพันธ์นู่น นี่ นั่นบ่อยๆ  แต่อาจจะมีราคารึเปล่าก็อีกเรื่องหนึ่ง อ่านข่าวไปสักพักก็จะมีการนำเข้าสู่เพลงชาติไทย “...ประเทศไทย รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย.......” ชาวบ้านที่ ร้านค้าตาม ชุมชน หรือ ตลาด ก็จะลุกยืนกันเพื่อทำความเคารพ เป็นอะไรที่น่ารักมาก นอกจากจะได้อัพเดทข่าวสารบ้านเมืองแล้ว ยังได้มีกิจกรรมร่วมกันกับคนแถวๆนั้นด้วยค่ะ

  

ส้มเดินเล่นถ่ายรูป ไป มา เพียงแค่ไม่กี่นาที น่าจะราวๆ 4 นาทีได้ ก็ถึงตลาดสดเทศบาลยามเช้าค่ะ ตลาดสดที่นี่มีอีกชื่อว่า ตลาดชุมชนไก่แก้วค่ะ เข้าได้จากถนนหลัก ชื่อซอยเทศบาล หรือจะเข้าจากซอย เจริญราษฎร์ 14 ทะลุมา ซอย 12 แล้วก็แยกมาตลาดอีกทีก็ได้ค่ะ ตลาดสดเทศบาลเป็นตลาดเก่าแก่ของที่นี่ค่ะ แต่ส้มไม่ค่อยทราบประวัติ รู้แต่ว่าตลาดติดกับสำนักงานเทศบาลเมืองลำพูน และวัดสันป่ายางหลวง (วัดที่ส้มแนะนำให้มาอย่างแรง)

ที่ตลาดนี่ก็จะมีของสด พืช ผัก ผลไม้ อาหารสด อาหารแห้ง ตามประสาตลาดสดทั่วไป ที่นี่ตลาดไม่ใหญ่นะคะ ใครคาดหวังจะไปเจอตลาดสดใหญ่ๆ มีของขายเยอะๆ คงจะผิดหวังค่ะ แต่ถ้าใครสนใจจะมาเดินดูวิถีชาวบ้าน มันก็ถือว่าได้ประสบการณ์ที่ดีมากๆค่ะ อาหารพื้นเมืองก็มีขายเยอะแยะ ใครชอบน้ำพริกพื้นเมือง อาหารพื้นเมือง ที่นี่ก็ถือว่ามีในระดับหนึ่งเลยค่ะ

เราอยากทานโจ้กนะคะ แต่วันนั้นโจ้กดันไม่มีที่ส้มอยากทาน เพราะส้มไม่ทานหมูค่ะ แม่ค้าบอกสายแล้ว ผสมหมูกับข้าวไปแล้ว T_T อดเลย เสียใจจุง ส้มกับเพื่อนเลยเดินต่อไปยังเทศบาล ผ่านวัดสันป่ายางหลวงค่ะ แล้วส้มก็นั่งทานอะไรกินหน้าวัด สิ่งที่ทานก็คือ....ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟร้อนๆแทน ใครมาแถววัดสันป่ายางหลวง หน้าวัดก็มีร้านส้มตำ ก๋วยเตี๋ยว กล้วยทอด และผลไม้ขายนะคะ เผื่อใครอยากได้ทางเลือกอื่นนอกจากของที่ขายในตลาดชุมชนไก่แก้ว ค่ะ

 

ระหว่างทานก็นั่งคุยกับเพื่อน ด้วยความที่มาเที่ยวแบบไม่ได้วางแผนค่ะ ก็เลยคิดว่าจะมาตายเอาดาบหน้า เลยนั่งดูข้อมูลกันว่า มีที่ไหนน่าเที่ยวบ้าง บอกตามตรงคนพื้นที่หลายๆคนก็ไม่ค่อยทราบ เราถามคนแถวนั้น ส่วนมากจะบอกว่า ลำพูนมีแต่วัดนะ ส่วนที่อื่นๆเค้าไม่เคยไป พวกป่า เขา อุทยานอะไรก็ตามไกลจากในเมือง เราเลยต้องพึ่งตัวเองค่ะ เจอลิ้งรีวิว ผาแดงหลวงจาก pantip เลยทำให้เราสองคนรู้สึกอยากไป แต่พอโทรไปสอบถามเจ้าหน้าที่อุทยานแล้วก็พบว่า มันต้องไปค้างด้วยน่ะสิ แล้วค่ารถเข้าไปจนถึงผาแดงหลวงจากทางเข้าอุทยานก็ค่อนข้างจะแพงมาก คิดต่อคนด้วย เราเลยต้องเอาไว้ทริปหน้า ค่อยวางแผนมาอีกทีค่ะ ใครสนใจอ่านข้อมูลเรื่องผาแดงหลวง ลองดูที่ลิ้งค์ข้างล่างสุดนะคะ สรุปค่ะ เราเจอข้อมูลเกี่ยวกับ ดอยขุนตาลเส้นแบ่ง 2 จังหวัดลำพูน ลำปาง

จากข้อมูล เราค้นเจอว่า อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ถึงสองจังหวัดค่ะ คืออยู่ใน จังหวัดลำพูน และ จังหวัดลำปาง ก่อนถึงอุทยานก็จะมีอุโมงค์รถไฟขุนตานที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ลักษณะเป็นอุโมงค์แบบฝรั่ง สร้างด้วยปูนด้วยอิฐ ส้มไปหาข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า อุโมงค์นี้สร้างด้วยวิศวกรชาวเยอรมัน ในสมัยรัชกาลที่ 5 ในปี พ.ศ. 2450 และใช้เวลากว่า 10 ปีค่ะ ถึงจะแล้วเสร็จ และเปิดใช้ในปี พ.ศ. 2461

โอเคค่ะ ประวัติพอสังเขปพอเนอะ ส้มกับเพื่อนเตรียมตัวกลับมาที่พัก อาบน้ำอาบท่า แล้วก็ขับรถไปที่ดอยขุนตาลทันที คิดว่าวันนี้น่าจะได้รูปภาพพอสมควร แม้ฟ้าฝนจะไม่เป็นใจก็ตามทีเหอะนะคะ แต่จากสภาพอากาศที่หนาวเหน็บราวๆ 17 องศาในแต่ละวันนั้นก็ทำให้ต้องหาเสื้อผ้าหนาๆใส่ไปก่อน สายๆอากาศก็จะกลับมาร้อนอีก และพอตกเย็นอุณหภูมิก็จะลดลงอีก จนต้องจับเสื้อหนาๆมาใส่ ยังไงก็ขอเอาให้อุ่นใจไปก่อนนะคะ ธันวาปี 2560 นี้ อากาศเรียกว่าหนาวดีค่ะ ในจังหวัดลำพูน ยิ่งบวกกับฝนก็ทำใจเลย เย็นสะใจดี

รถเคลื่อนตัวออกจากที่พักแล้ว เราก็วิ่งรถมายังอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาลทันที ตาม Google Map ค่ะ เส้นถนนซุปเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปางคือเส้นถนนหลักที่เราใช้ในการเดินทาง ก่อนจะขึ้นไปที่ดอย เราจะผ่านสะพานขาวทาชมภู (The White Bridge) อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ของคนที่รักการถ่ายรูป ตั้งอยู่ในอำเภอแม่ทา ของจังหวัดลำพูนค่ะ

 

สะพานขาวทาชมภู (The White Bridge Railway)

 

เค้าว่ากันว่าสะพานนี้ถูกขนานนามว่าเป็นสะพานแห่งรัก ประจำจังหวัดลำพูนค่ะ มีสถาปัตยกรรมแบบล้านนาผสมกับตะวันตก สร้างพาดข้ามลำน้ำทา เริ่มก่อสร้างหลังจากอุโมงค์รถไฟขุนตานเสร็จในปี 2461 ค่ะ แล้วเสร็จในปี 2463 โดยเส้นทางรถไฟนี้ก็ยังเป็นสายหลักของรถไฟที่เข้ามาจากเชียงใหม่เข้าสู่สถานีลำพูน ก่อนจะผ่านมาสถานี ขุนตาน โดยการลอดอุโมงค์เข้ามาแล้วก็ไปต่อที่สถานีลำปาง เป็นต้นไปค่ะ


 

บริเวณนี้ก็จะมีสนามกอล์ฟอยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำทาที่ส้มไปถึง ชื่อกัซซัน ขุนตาน กอล์ฟ และ รีสอร์ท ค่ะ (Gassan Khuntan Golf & Resort) เป็นสนามกอล์ฟที่ใหญ่มากๆ ข้างในนอกจากจะมีสนามกอล์ฟแล้ว ก็ยังมีรีสอร์ท และ สระว่ายน้ำค่ะ โดยแบรนด์กัซซันถือว่าเป็นแบรนด์สนามกอล์ฟที่ใหญ่มากของทางภาคเหนือเลยก็ว่าได้ เห็นว่ามีหลายสาขา ใครสนใจ ลองดูข้อมูลอ้างอิงจากด้านล่างสุดนะคะ

  

 

เริ่มหิวข้าวเที่ยงแล้วค่ะ อาหารเมื่อเช้าก็ไม่ได้ทานไปเยอะมาก บวกกับอากาศหนาวจัดตอนเช้าๆก็เลยทำให้ทานอะไรได้ไม่ค่อยเยอะ ตกเที่ยงขอกองทัพเดินด้วยท้องก่อนนะคะ อากาศก็เริ่มอุ่นขึ้น จนส้มแทบอยากจะถอดเสื้อหนาวออกเลย แต่ติดที่ว่า ใส่มาตัวเดียว เลยต้องทนร้อนใส่ไปก่อน ร้านอาหารบริเวณสะพานขาวทาชมภู มีอยู่สองสามร้านค่ะ มีให้เลือกไม่มากในวันที่ส้มไปถึง แต่ทุกร้านก็มีคนนั่งทาน ส้มเลือกทานอาหารตามสั่งเนื่องจากส้มทานมังสวิรัติ และเพื่อนก็ทานเนื้อสัตว์ เราต่างคนต่างสั่งที่ตัวเองชอบดีกว่าเนอะ

 

 

ระหว่างรอก็มีการถ่ายรูปเล่นไปเรื่อย กะว่าทานเสร็จ เติมพลังเข้าเต็มท้อง จะต้องสำรวจที่นี่สักพักใหญ่แน่ๆ ต่างคนต่างมีกล้องคนละตัวสองตัว ทั้งกล้องจริงและกล้องมือถือ แชะกันให้เต็มที่ค่ะ เพราะอยากบอกว่า บรรยากาศที่นี่ สวยจริงๆ วิว ทิวทัศน์ นี่เลิศมากๆ ส้มไม่รู้คนส่วนใหญ่จะรู้สึกเหมือนส้มไหมว่า ส้มชอบเมืองทางเหนือตรงที่ เสน่ห์ในความน่าค้นหา คือเมืองทุกเมือง มันมีประวัติค่ะ มันมีเรื่องราว ทำให้รู้สึกลักลับจนอยากทำความรู้จัก บวกกับความที่ชอบเรียนประวัติศาสตร์สมัยเด็กๆ กับชอบดูละครโบราณๆ อาจจะทำให้ส้มอินก็เป็นได้ แถมช่วงนี้อากาศเข้าหน้าหนาวแล้ว ทำให้ยิ่งรู้สึกการเดินทางมันเป็นอะไรค่อนข้างจะเพลิดเพลิน และไม่มีอุปสรรค พร้อมรถเช่าคู่ใจด้วยค่ะ 

 

หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ก็เดินไปเจอว่าด้านหลังร้านเป็นสวยลำไยขนาดใหญ่เลยก็ว่าได้ ตื่นเต้นดีใจกันมาก ระริกระรี้ แทบยกกล้องขึ้นมาไม่ทัน ส้มตื่นเต้นเพราะไม่เคยเจอสวนลำไยเป็นๆ เนื่องจากลำพูนขึ้นชื่อเรื่องลำไยแล้ว มาเจอต้นตอผลไม้ประจำจังหวัดแบบทั้งสวนนี้ ส้มก็อดใจไม่ไหวละค่ะ ส้มกับเพื่อนกระโดดเข้าไปถ่ายกันหลายช๊อตมาก เนื่องจากต้นมันเล็ก และมันก็ไม่สูงมาก ทำให้มองเห็นวิวด้านหลังสุดของสวนลำไยว่าเป็นภูเขา ต้นลำไยถูกปลูกเรียงยาวไปจนถึงตีนเขาเลยค่ะ

  

หลังจากถ่ายรูปเสร็จ เราก็มาที่ริมแม่น้ำทา บรรยากาศนี่สุดๆ เรียกได้ว่าบรรยายไม่ถูก เนื่องจากแม่น้ำทาช่วงที่เราไป เป็นช่วงหน้าหนาว และมันก็ไม่ขุ่นแต่ใสและนิ่งค่ะ มีแรงลมกระทบน้ำเป็นระยะเพราะช่วงหน้าหนาว ลมก็จะมีมาเยอะหน่อย ด้านหน้าก็เป็นสนามกอล์ฟ ขวามือเราก็คือสะพานสีขาว ซ้ายมือก็เป็นแม่น้ำทากับป่า เขา สวยงามจริงๆ อากาศดี บริสุทธิ์มากๆ บอกได้เลยว่า เสียเวลากับการสลับกันถ่ายอยู่พอสมควร แต่สนุกสุดๆ ไม่น่าเบื่อเลย 

 

 

ถ่ายเสร็จจุดนี้ก็ย้ายมาจุดที่เขาเรียกว่า สะพานแห่งรักค่ะ

 

 

 

ส้มกับเพื่อนเก็บบรรยากาศ ช่วงเดินเล่นบริเวณนี้ และขึ้นไปถ่ายบนรางรถไฟ แต่อยากบอกว่า ต้องระวังตัวกันด้วยนะคะ คือรางรถไฟนี้ ยังมีรถไฟวิ่งปกติค่ะ ไม่มีไม้กั้น ใครเดินไปเล่นบนราง ต้องระมัดระวังให้ดีค่ะ เพราะว่าตอนรถไฟวิ่งผ่านส้มไป ส้มยืนอยู่นอกรางแล้ว ยังตัวจะปลิว แอบเสียวกลัวถูกดูดเข้าไป อันนี้ส้มไม่ได้ระมัดระวังเองค่ะ แต่รถไฟเค้าก็จะให้สัญญาณเตือนเราปกติแหละค่ะ ถ้าหากเราอยู่ในจุดไม่ปลอดภัย

 

ออกจากสะพานขาวทาชมภู ก็รีบมุ่งหน้าไปอุทยานฯค่ะ แต่เอ๊ะ....ตะกี้ชาวบ้านบอกว่า จะผ่านอุโมงค์ขุนตานก่อน ก็เอาไงดีนะ จะไปเที่ยวอุทยานก่อนดี หรือจะไปอุโมงค์ก่อนดี....สรุปเราจะรีบทำเวลาที่อุโมงค์ค่ะ เพราะอยากยิงยาวจากอุทยานฯ กลับมาตัวเมืองลำพูนเลย

 

อุโมงค์ขุนตาน (Khuntan Tunnel)

 

ที่นี่คืออุโมงค์ที่ส้มเกริ่นถึงในตอนแรกค่ะ อุโมงค์ขุนตานเป็นอุโมงค์ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยค่ะ มีความยาวถึง 1,352.15 เมตร อุโมงค์แห่งนี้สร้างขึ้นโดยการรถไฟหลวงแห่งกรุงสยาม ซึ่งมีพลเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยาการ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน และมีนายช่างชาวเยอรมันชื่อ เอมิล ไอเซนโฮเฟอร์ เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้างทั้งหมด ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 และใช้ระยะเวลาในการสร้างยาวนานถึง 11 ปีค่ะ

  

ทำให้การเดินทางจากกรุงเทพฯ ขึ้นมาเชียงใหม่ หรือจากเชียงใหม่ไปยังจังหวัดอื่นๆ สั้นลง และสะดวกสบายขึ้น ไม่ใช้เวลานานเป็นวัน วัน เหมือนแต่ก่อน นับเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่สำคัญเลยทีเดียวค่ะ ปัจจุบันนี้ก็ยังเป็นทางสัญจรจากเชียงใหม่ ลงกรุงเทพฯปกติค่ะ แล้วก็นับว่าทางสถานีขุนตานก็ได้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้คนแวะเวียนมาทำความรู้จัก มาถ่ายรูปกับตัวอุโมงค์ และสถานีขุนตานอีกด้วยค่ะ ส้มขอบอกว่าเป็นสถานีที่น่ารักมากๆเลยสถานีหนึ่งของทางภาคเหนือนะคะ

 

ช่วงถ่ายภาพ ส้มก็ได้แวะไปที่ศาลาตรงสถานีขุนตาน เจอฝรั่งสองสามีภรรยาชาวอังกฤษคู่หนึ่ง ทักทายกันสักพักก็ได้ใจความว่า แวะมานั่งเล่น แต่เค้าพักที่ลำปางค่ะ และกำลังรอรถไฟกลับ และก็แยกย้ายกันค่ะ ชาวต่างชาติหลายคนมักจะชอบไปพักที่ลำปาง ส้มก็แนะนำให้ลองมาเที่ยวลำพูนดู เพราะส้มว่าเมืองเล็กๆอย่างลำพูน ยังมีความเป็นธรรมชาติ ยังไม่มีการปรุงแต่งอะไรเยอะมากนะคะ

 

ออกจากสถานีขุนตาน และอุโมงค์ขุนตานแล้ว รีบมุ่งหน้าไปยัง อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาลกันเลยค่ะ

 

อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล (Doi Khun Tan National Park)

 

ขับรถมาถึงที่หมายซะที แวะระหว่างทางซะตั้งนาน กว่าจะมาถึงก็มีเวลาอยู่ในนี้อีกไม่กี่ชั่วโมง แต่ก็ถือว่าเรารีบเก็บเกี่ยวช่วงเวลาที่ดีๆกันดีกว่า ได้แค่ไหนแค่นั้นแหละนะ

ส้มเดินทางเข้าไปสอบถามเจ้าหน้าที่ในอุทยานเกี่ยวกับการขึ้นไปเดินในอุทยาน เจ้าหน้าที่น่ารักมาก แนะนำการท่องเที่ยว พร้อมถึงรายละเอียดการเข้าพัก และก็อธิบายคร่าวๆเกี่ยวกับอุทยานฯให้เราฟังด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม และเป็นกันเองสุดๆ แถมยังมาถ่ายภาพสวยๆ ที่เป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่าง ลำปาง และ ลำพูน ให้ด้วยค่ะ

อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล มีเนื้อที่ประมาณ 159,556.25 ไร่ หรือ 255.29 ตารางกิโลเมตร และก็มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ถึงสองจังหวัดค่ะ คืออยู่ในอำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน และ อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง สภาพผืนป่าก็ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ค่ะ

แถมยังเป็นป่าไม้แบบผสมผสานระหว่างป่าดงดิบ และป่าสน บนอุทยานมีที่พักด้วยนะคะ เห็นเป็นบ้านเป็นหลังๆ ดอยขุนตาลไม่ได้มีอะไรหวือหวามากนักนอกจากวิวภูเขาที่สวยงาม และ บรรยากาศที่เงียบสงบ และที่สำคัญก็มีจุดชมวิวมองเห็นภูเขาหลายๆลูกอีกด้วยค่ะ

   
   

หลังจากถ่ายรูปเสร็จแล้ว เราก็เตรียมตัวเดินทางกลับ ขากลับจะมีภาพบรรยากาศข้างทาง และ พระอาทิตย์ตกดินเป็นสีชมพูให้ชมค่ะ สวย งาม และ น่าประทับใจมากๆ

 

 

แล้วเจอกันตอนหน้า ตอน3 ใส่บาตร เข้าวัด เที่ยวแจ่มฟ้า  

 

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก

 




in Thailand

ส้มอินดี้....ขอรีวิว...DARK ROOM at Grand Swiss Hotel Bangkok
ทริปปีใหม่ ตอนที่ 1 ออกเดินทางมาลำพูน อาณาจักรหริภุญชัย article
ทริป ☼ Samui ☼ ตอนที่ 4 กลับบ้านค่ะ
ทริป ☼ Samui ☼ ตอนที่ 3 กิน ลม ชม วิว รอบเกาะสมุย
ทริป ☼ Samui ☼ ตอนที่ 2 ออกล่องเรือ ชมเกาะ
ทริป ☼ Samui ☼ ตอนที่ 1 ออกเดินทางจ้า article
คุณลอง “วิปัสสนา” รึยัง? article
พระราขวังดุสิต กับ มิวเซียมสยาม 2 article
พระราขวังดุสิต กับ มิวเซียมสยาม 1
18 ก.ค. 51 18 ก.ค. 51 ท่องเที่ยวตลาดสามชุก และ หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย จ.สุพรรณบุรี
Trip to LAOs ตอน ออกเดินทาง
พระราชประวัติ และ พระกรณียกิจ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ
เมื่อสัตว์จร อยากดัง.......เยือนสมาคมพิทักษ์สัตว์แห่งประเทศไทย (October 2006) article
Hamster จ๋า.......(21 Oct 2006) article
Trip to LAO ตอน วันแรกที่ เวียงจันท์
Trip to LAO หลวงพระบาง ช่างไกลยิ่งนัก
อย่ามองข้ามของใกล้ตัว อุปกรณ์ป้องกันโจรชั้นดี



Opinion
Opinion *
By  *
E-Mail 
Don't Display E-mail


Copyright © 2010 All Rights Reserved.