ReadyPlanet.com
dot
dot
dot
bulletMy History | ประวัติส้มไดอารี่
bulletGuestbook | ทักทายส้ม
dot
dot
bullet☼ Samui ☼ เดินทางไปสมุย
bullet☼ Samui ☼ ล่องเรือชมเกาะ
bulletครั้งหนึ่งที่ ธรรมกาญจนา
dot
dot
bulletJapan Trip 1 ตอน เดินทางวันแรก
bulletJapan Trip 2 มาทำความรู้จัก “ดินแดนอาทิตย์อุทัย” กันค่ะ
bulletJapan Trip 3 ตอน เที่ยวเกียวโต (1/2)
dot
dot
bulletScotland ตอน เริ่มเดินทาง
bulletStonehaven ปราสาทงามริมเล
bulletซื้อของเข้าบ้านที่ IKEA
dot
dot
bulletศิริวรรณ หอยทอด ม๊ะ? จัดไป!
dot
dot
bulletยังขี้เกียจอยู่


Somdiary Online Fan Page
Follow my instagram ja :)
Somdiary Online Channel


►ทำงานใน Home Care ที่ Sheffield ประสบการณ์ตรงโดย คนไกลบ้าน article

 งาน Part time กับนักเรียนไทยในต่างประเทศ มักจะเป็นของคู่กัน บางคนอาจจะทำงาน เพราะต้องการฝึกภาษา หาประสบการณ์ หรือหาค่าขนมเพื่อแบ่งเบาภาระทางบ้าน หรือบางคนอาจจะทำงานเพราะต้องการ relax หลังจากหมกมุ่นอยู่กับกองตำรับตำรา และคงมีไม่มากนักสำหรับบางคนที่ต้องการทำงานเพื่อเก็บเงินเป็นกอบเป็นกำ เพราะอย่างที่รู้กันดีว่า นักเรียนมีข้อจำกัดในการทำงาน สำหรับนักเรียนไทยส่วนใหญ่ในประเทศอังกฤษนิยมที่จะทำงานในร้านอาหารไทย ซึ่งมีอยู่แทบทุกเมือง โดยเฉพาะในลอนดอน

 

 

 ข้อดีของการทำงานในร้านอาหารไทย คือไม่ต้องเสียภาษี และNational Insurance รวมไปถึงได้มีโอกาสได้ทานอาหารไทย แต่อย่างไรก็ตามงานในร้านอาหารไทยก็ยังมีข้อจำกัดอยู่หลาย ๆ ประการโดยเฉพาะเมืองเล็ก ๆ ซึ่งอาจจะมีร้านอาหารไทยเพียง 2-3 ร้าน ซึ่งแทบทุกร้านก็มีพนักงาน Full time อยู่แล้ว ทำให้ปริมาณงานไม่เพียงพอกับจำนวนนักเรียนที่ต้องการทำงาน นอกจากงานในร้านอาหารไทยแล้ว นักเรียนไทยบางคนอาจไปทำงานในร้าน Fast Food ต่าง ๆ เช่น Mc Donald, Burger King, ฯลฯ

 

 

 

 

 

 

หรือไปทำงานทำความสะอาด (Cleaner) หรือที่เรียกว่า Domestic แต่ในบทความนี้ ขออนุญาตแนะนำงานอีกงานหนึ่งซึ่งคงจะมีนักเรียนไทยน้อยคนที่มีโอกาสได้เข้าไปทำงานนี้ นั่นคืองานใน Home Care  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สำหรับ Home Care ในประเทศอังกฤษก็คงไม่ต่างกับสถานสงเคราะห์คนชราในประเทศไทยนั่นเอง เพียงแต่ว่าคุณภาพการให้บริการ เจ้าหน้าที่ที่ให้บริการ เครื่องไม้เครื่องมือดีกว่ากันมาก กำเนิดของ Home Care ในประเทศอังกฤษ สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมของคนอังกฤษนั่นเอง ความสัมพันธ์ ความผูกพันในครอบครัวมีน้อย

 

เด็กอังกฤษส่วนใหญ่หลังจากจบHigh School แล้วก็จะแยกจากครอบครัวพวกที่เรียนต่อก็จะกู้เงินจากรัฐบาลไปเรียนต่อ พร้อมทั้งทำงาน part time ไปด้วย บางคนก็อาจเข้าไปในตลาดแรงงาน แยกไปสร้างครอบครัวใหม่เลย ปีหนึ่งก็จะกลับมาพบกันพร้อมหน้าพร้อมตา ในวันคริสต์มาสสักครั้งหนึ่ง ส่วนพ่อแม่ก็จะอยู่กันตามลำพัง เมื่อแก่ตัวมาก็ใช้เงินจาก Pension ที่สะสมเอาไว้ระหว่างทำงาน พอถึงจุดหนึ่งเมื่อเริ่มจะช่วยตัวเองไม่ได้ก็จะย้ายไปอยู่ตาม Care Home ต่าง ๆ เงินที่ใช้จ่ายใน Care Home ส่วนหนึ่งก็มาจาก Pension ที่ได้นั่นเอง นอกนั้นก็อาจจะมาจากลูกหลานช่วย support ผู้สูงอายุที่นี่จึงดูค่อนข้างน่าสงสาร เหงา วัน ๆ ก็ตั้งหน้าตั้งตา รอลูกหลานมาเยี่ยม 

 

 

Home Care ในประเทศอังกฤษ มีทั้งที่ดำเนินการโดยรัฐ หรือ Council, NSH บางแห่งดำเนินการโดยมูลนิธิที่ไม่แสวงหากำไร (Trust) หรือดำเนินการโดยเอกชน ซึ่งมีทั้งประเภทที่เป็น Franchise และ Stand Alone แต่ละเมืองจะมี Home Care เป็นร้อย ๆ แห่ง และทุกแห่งต้องการคนทำงานในตำแหน่ง Nurse และ Carer ตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้นจึงต้องการกำลังคนทำงานมาก นอกจากนั้น เรายังสามารถเลือก Shift ทำงานตามความเหมาะสมของเราได้ ว่าจะทำเช้า บ่าย หรือกลางคืน (AM Shift ทำงานระหว่าง 07.30-14.30, PM Shift ทำงานระหว่าง 14.30-22.00 และ Night Shift ทำงานระหว่าง 22.00-07.30)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Home Care ในประเทศอังกฤษ พอจะแบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ

 

 

 

 

 

 

 

1.    Residential Home เป็น Home care สำหรับผู้สูงอายุ ที่พอจะช่วยตัวเองได้แต่ไม่มีลูกหลานหรือคนดูแลที่บ้าน

2.    Nursing Home เป็น Home care สำหรับผู้สูงอายุที่ส่วนใหญ่ช่วยตัวเอง   ไม่ได้ บางคนป่วยเป็นอัมพฤกษ์หรืออัมพาตต้องการพยาบาลดูแลใกล้ชิด

3.    Convalescence Home เป็น Home care สำหรับผู้สูงอายุใช้พักฟื้น ภายหลังออกจากโรงพยาบาล ก่อนกลับบ้านหรือกลับไป Home care อีก 2 ประเถทข้างต้น

นอกจากนั้นแต่ละประเภท ยังแบ่งเป็น Home care สำหรับผู้สูงอายุทั่วไป, ผู้สูงอายุที่พิการ (Disability) หรือ  EMI (ผู้สูงอายุที่ป่วยทางจิต หรือประสาท)    

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตำแหน่งงานใน Home Care

 

 

1.    Nurse (บางแห่งเรียกพยาบาลว่า Sister) งานในตำแหน่งนี้มีเฉพาะใน Nursing Home และ Convalescence Home

2.    Care Assistant (Carer)งานในตำแหน่งนี้ดูแลด้าน Personal Care แก่ผู้สูงอายุ ตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอน ทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นการแต่งกาย เสริฟอาหาร การดูแลด้านการอนามัย รวมถึงออกไปเป็นเพื่อนเพื่อ Shopping หรือท่องเที่ยวนอกสถานที่

3.    Domestic งานในตำแหน่งนี้ดูแลด้านความสะอาดในสถานที่

4.    Laundry ดูแลด้านงานซักรีด

5.    Kitchen Assistant ดูแลงานด้านการเตรียมอาหารในครัว

 

 

 

 

 

 

 

ทำงานใน Home Care มีข้อดีคือ เราสามารถฝึกภาษา โดยเฉพาะสำเนียงและภาษาของแต่ละท้องถิ่น ได้เรียนรู้วัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นชีวิตความเป็นอยู่ อาหาร กิจกรรมในแต่ละเทศกาล  นอกจากนั้นเราสามารถเลือกช่วงเวลาทำงานที่เหมาะสมกับเรา และยังได้สวัสดิการอื่น ๆ ด้วย เช่น holiday (โดยเฉลี่ยปีละประมาณ 4 สัปดาห์ ระหว่าง holiday จ่ายเงินให้เราตามปกติด้วย), บางแห่งอาจจะมี bonus และ บริการด้านการรักษาพยาบาล ในกรณีที่เจ็บป่วยจากการทำงาน และสำหรับคนที่ทำงานกะกลางคืน จะมีเวลาเหลือเฟือสำหรับอ่านหนังสือ (บทความนี้เขียนขณะผู้เขียนทำงานกะกลางคืน) และที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้เขียนซึ่งเป็นชาวพุทธ ก็คือ ได้บุญ จากการที่เราได้มีโอกาสดูแลผู้สูงอายุที่นี่ ก็หวังว่าผลบุญที่ได้รับจะไปตกแก่พ่อ แม่ ของผู้เขียนซึ่งอยู่ที่เมืองไทย ถึงเวลาที่พ่อ แม่ของเราต้องการคนดูแล ก็หวังว่าจะมีคนช่วยดูแลท่านเป็นอย่างดี ให้เหมือนกับที่เราดูแลผู้สูงอายุที่นี่ แต่ข้อเสียก็มีเหมือนกันคือเราต้องจ่าย ภาษีและNational Insurance (ไม่มาก กรณีที่ทำงานไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) ล่าสุดเมื่อเดือนตุลามีการปรับค่าแรงขั้นต่ำ เพิ่มขึ้นอีก งานที่ผู้เขียนทำ(Broomgrove Trust Convalescence Home) ได้ค่าจ้าง  เฉลี่ย 6.21 ปอนด์ต่อชั่วโมง  แต่โดยมาก Home care ในเมืองที่ผู้เขียนพักอาศัยอยู่ จะจ่ายตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ

 

 

 

 

  วิธีการสมัครเข้าไปทำงาน

 

 

 

อย่างแรกเลยต้องรู้ก่อนว่ามี Home Care อยู่ที่ไหนบ้าง วิธีการหาข้อมูลก็คือ เข้าไปติดต่อที่ Council ในแต่ละเมือง ถามหาลิสต์รายชื่อและที่อยู่ของ nursing home และ residential home แล้วเช็คดูรายชื่อและที่อยู่ที่อยู่ใกล้ที่พักเรา แล้ว walk in เข้าไปได้เลย 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อีกวิธีคือ เข้าไปเช็คใน Job Centre (มีอยู่ทุกเมือง) บอกตำแหน่งงานที่เราต้องการจะทำ เช่น Care Assistant, Domestic, Laundry หรือ Kitchen Assistant เจ้าหน้าที่จะถาม Post Code ที่เราพัก แล้วเขาจะ search ให้เราในรัศมีรอบ ๆ ที่พัก อาจจะเริ่มจากรัศมี 3 ไมล์ รอบที่พักเรา ว่ามี Home ไหนต้องการ Care บ้าง เมื่อได้รายชื่อของ Home Care ที่ต้องการแล้ว Job Centre จะทำหนังสือนำให้เราถือไปสมัคร

 

 

 

 

 

 

 

นอกจากนั้นแล้ว สำหรับคนที่มีประสบการณ์ในงาน Care มากกว่า 6 เดือน หรือ 1 ปีแล้ว สามารถสมัครงานโดยผ่านบริษัท Agencies เมื่อได้บรรจุเป็น staff ของบริษัทแล้ว บริษัทจะส่งเราไปทำงานใน Home Care ทั้ง 3 ประเภทที่กล่าวมาข้างต้นในกรณีที่ Staff ประจำขาดหรืออยู่ในช่วง Holiday

 

 

 

 

 

 

 

 

อ่านข้อมูลข้างต้นแล้วน่าสนใจไหมครับ กรณีไม่มีประสบการณ์ไม่ต้องห่วง เพราะเขาจะเทรนเราเอง เพียงแต่ว่าผู้ที่จะทำงานในสายนี้ควรจะมีใจรัก และไม่รังเกียจงานที่จะต้องทำความสะอาดร่างกายของผู้สูงอายุ

 

 

 

 

 

 *******************************




Friend's Stories

►อีกด้านหนึ่งของอังกฤษ....โดย คนไกลบ้าน article
►เรียนปริญญาโทในอังกฤษ ต่างกับเยอรมนีอย่างไร โดย The Last Winter article
►อยากไปทำงานที่ UK มีกี่วิธีที่จะไปได้ และต้องทำอย่างไรบ้าง article
►เคยได้ยินบางคนบอกว่า “เป็นนักเรียนทำงานไม่ต้องเสียภาษี” ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรลองมาดูกัน article
►ไปตรวจร่างกายที่ IOM โดย หนูอัยย์ article
►ขั้นตอนการขอวีซ่าแบบใหม่ โดย knottotay article
►ขอวีซ่านักเรียน+ระบุว่าแฟนอยู่อังกฤษ( by Me Myself & I) article
►ตอน..การยื่นขอวีซ่า ((ในทัศนะของหนูอัยย์เจ้าค่ะ)) article
►เอกสารขอวีซ่าคนละนามสกุล และสกุลเดียวกัน โดย Knot และ กบ (2003) article
►สิ่งสำคัญสำหรับคนที่จะขอวีซ่านะครับ โดย ตี๋น้อย (UPDATE) article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.