ReadyPlanet.com
dot
dot
dot
bulletMy History | ประวัติส้มไดอารี่
bulletGuestbook | ทักทายส้ม
dot
dot
bullet☼ Samui ☼ เดินทางไปสมุย
bullet☼ Samui ☼ ล่องเรือชมเกาะ
bulletครั้งหนึ่งที่ ธรรมกาญจนา
dot
dot
bulletJapan Trip 1 ตอน เดินทางวันแรก
bulletJapan Trip 2 มาทำความรู้จัก “ดินแดนอาทิตย์อุทัย” กันค่ะ
bulletJapan Trip 3 ตอน เที่ยวเกียวโต (1/2)
dot
dot
bulletScotland ตอน เริ่มเดินทาง
bulletStonehaven ปราสาทงามริมเล
bulletซื้อของเข้าบ้านที่ IKEA
dot
dot
bulletศิริวรรณ หอยทอด ม๊ะ? จัดไป!
dot
dot
bulletComing soon


Somdiary Online Fan Page
Follow my instagram ja :)
Somdiary Online Channel


หาบ้านในลอนดอน......ซื้อของเข้าบ้านที่ IKEA….6 ตุลาคม 48 article

 

ส้มหาบ้านได้แล้วค่ะ อยู่บ้านหลังใหม่มาประมาณ 2 อาทิตย์แล้วล่ะค่ะ กฎของการหาบ้านที่นี่ค่อนข้างที่จะมากมายซะเหลือเกิน กว่าส้มจะได้บ้านใหม่ที่แชร์กับเพื่อนๆอยู่กันได้หลายคนก็เหนื่อยมากมายพอดู เพราะว่าเราจะต้องจัดการตั้งแต่การเริ่มต้นจาก 0 คือการที่เราต้องหาทางหนังสือพิมพ์ ทางเวปไซด์ หรือแม้แต่กับเอเจนซี่ ซึ่งบอกได้เลยว่า พวกเอเจนซี่นี่ก็ยากพอดูเลยล่ะ เพื่อนส้มที่เป็นแกนนำในการหาบ้านก็จะไปซื้อหนังสือพิมพ์เช่น Loot หรือหนังสือ Evening Standard และก็หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นที่มีแจกฟรีกัน เพื่อดูว่ามีที่ไหนที่มีบ้านให้เช่าที่น่าสนใจ ในราคาที่โอเคบ้าง และอยากจะบอกว่าสิ่งสำคัญมากมายเลยนะคะ ในการหาบ้านก็คือ เจ้าตัวควรจะได้ไปดูด้วยตัวเอง ใครก็ตามที่ตกลงจะแชร์กับใครก็ต้องติดสอยห้อยตามกันไป เพราะพวก landlord, landlady หรือ agency พวกนี้ เขาเป็นคน deal เรื่องบ้านพวกนี้กับตัวคนเช่าเท่านั้น ไม่ใช่ตัวแทน เพราะคนที่จะเช่า จะไม่รู้เรื่องเลย ถ้าหากไม่ได้มาดูบ้าน มาวัดระยะ มาตรวจตรา มาสอบถาม เพราะ ณ เวลาที่เขาพาเราดูบ้านน่ะ ก็คือช่วงเวลาที่เขานำพาเราไปสู่กระบวนการทำมาหากินของเขาเอง ซึ่งกระบวนการของเขาก็คือ กระบวนการสัญญา และไอ้ตัวสัญญานี่แหละคือสิ่งสำคัญ และเป็นตามตัวบทกฎหมายของประเทศนั้นๆที่เราไปเช่าอยู่ อย่างที่นี่ถ้าเราเป็นนักเรียน เขาก็ต้องการ guarantor กาแรนทอร์ หรือ คนค้ำประกัน ในรายจ่ายของเรา หรือคนที่สนับสนุนเรานั่นแหละ โดยให้เขาเขียนจดหมาย และพร้อมกับ bank reference เพื่อดูว่าเขาเป็นคน support เราได้เต็มที่มากน้อยแค่ไหนน่ะแหละ  

 

 

ถ้าเกิดว่าเราดูตามหนังสือพิมพ์หรือเวปไซด์ต่างๆที่เป็นแหล่งรวมหาบ้านแล้วละก็ อาจจะได้รับการติดต่อกับเจ้าของหรือ landlord โดยตรง ไม่จำเป็นต้องผ่านนายหน้า แต่ถ้าหากบางแห่งแฝงตัวมาอยู่ในหนังสือพิมพ์ ไม่ได้บอกว่าชื่อตัวเองคืออะไร บอกแต่เบอร์โทรศัพท์ที่แสดงลักษณะของเบอร์บ้านอย่างเดียว หรือไม่ก็ทิ้งอีเมล์ไว้ยาวๆ ชื่อแนวๆบริษัทละก็ นั่นแหละ  agency แฝงตัวมาขายค่ะ และพวกนี้ จะต้องการค่านายหน้าจากเรา บางแห่ง เขาให้เราจ่ายเงินก่อนดูบ้านด้วยซ้ำ บางแห่งก็พาไปดูบ้านและก็ให้เราจ่ายเงินเลยถ้าเกิดเราต้องการบ้านหลังนั้น (มันอยู่ที่โอกาสค่ะ)

 

 

ทำไมถึงการได้คุยกับเจ้าของบ้านโดยตรงถึงได้เรียกว่าดีน่ะหรอ ก็อยากจะบอกว่า เราก็คุยกับเขาได้เลยว่าเราต้องการอะไร และเขาจะให้อะไรเราบ้าง ถามเขาเรื่องว่าค่าน้ำ ค่าไฟ บิลต่างๆจะเก็บอย่างไร ในนามอะไร และต้องมีสิ่งสำคัญในการดูแลรักษาบ้านอย่างไร กฎต่างๆที่เขาได้ตั้งไว้ให้เราทำตาม และก็อีกมากมายก่ายกองที่เราจะได้พูดคุยกับ landlord โดยตรง หรือแม้แต่การที่เราจะได้ต่อรองราคาให้ถูกลงด้วยตัวเราเองก็เช่นกันนะ คือเราอาจจะต้องแสดงความประสงค์ที่อยากจะเช่าบ้านของเขาจริงๆ นำเงินมัดจำมาให้เขา เอกสารที่สำคัญต่างๆ (เดี๋ยวส้มจะบอกในตอนล่างค่ะ)

 

 

 

ก่อนหน้านั้น เพื่อนเขาหากันเอง โดยที่ส้มไม่อยู่ ก็ได้เจอบ้านที่ถูกใจเหมือนกันนะ แต่ก็ชวดไป เพราะว่ามัวแต่รอกันและกัน และก็ใช้เวลาในการตัดสินใจนานเกินไป นั่นแหละคือสิ่งที่น่าเสียดาย เพราะบ้านที่ชวดไปก็ค่อนข้างดูดี และก็ได้คุยกับเจ้าของบ้านโดยตรงด้วย หลังใหญ่เบ้อเร่อ และก็ดูมีเนื้อที่มาก และก็สะอาดเอี่ยม ใหม่ ห้องน้ำมีหลายห้อง นี่แหละคือสิ่งที่ส้มชอบ แต่แล้วเราก็ชวดไปอย่างน่าเสียดาย

 

หลังจากชวดบ้านหลังนั้นแล้ว ส้มกับเพื่อนแทบจะร้องไห้ เพราะหลังจากการตรากตรำหาบ้านมานาน และเราหยุดหาบ้านไปพักนึงเพราะคิดว่าจะเอาบ้านหลังที่ชวดนั่นแหละ ติดต่อเขาเพื่อเอาเอกสารไปให้ แต่แล้วในที่สุด เขาก็นัดเราไปบอกเลิกว่า บ้านนั้นเขาขายให้คนจีนไปซะแล้วววว 

 

 


เขาว่ากันว่า ถ้าของมันจะเป็นของเรา เดี๋ยวมันก็จะมาเอง หลังจากส้มกลับมาถึงลอนดอนแล้ว ส้มก็ start วันใหม่ด้วยการเดินทางไปหาบ้าน หาหนังสือพิมพ์ และเพื่อนก็จะเป็นคนโทรประสานงาน เพื่อกันความสับสน โทรแล้วโทรอีก โทรแล้วโทรเล่า ก็ไปเจอะกับคนเดิมๆ เพราะหนังสือพิมพ์มัน update แต่เนื้อหาข้างในบางอย่างก็ยังอยู่ ของวันก่อนที่ขายไม่ได้ก็ยังอยู่ อันใหม่มาแทนก็ไม่มาก พวกเราก็โทรซ้ำไปกับบ้านที่พวกเราไปดูกันมาแล้ว หมดทั้งค่าโทร หมดไปทั้งแรงกาย และแรงใจ เพราะไม่รู้ว่าจะเอาที่ไหนดี

 

และจะให้ตัดสินใจเลยว่า โช๊ะ ฉันจะต้องเอาบ้านหลังใดหลังนึงแล้วนะ ภายในสองวันนี้ ไม่งั้นเราก็จะไม่มีที่อยู่กัน ส้มละตกอกตกใจใหญ่ ไม่อยากให้เพื่อนหมดหวังนะ เพราะพอหลังจากสองวันนั้น เราก็ยังตัดสินใจกันไม่ได้ซะที เพราะว่ามันเหนื่อยใจกันหมดทุกคน เพื่อนส้มก็ถอดใจกันไปบ้างแล้ว เริ่มเบื่อการหาบ้าน เพราะมันไม่ได้หากันง่ายๆนะ พวกเราใช้เวลาหาบ้านกันทั้งหมดนะ 1 เดือนกว่า

 

และแล้วส้มก็แนะนำให้เพื่อนๆลองคุยกับเอเจนซี่ดู เผื่อว่ามันจะโอเค จริงๆเพื่อนส้มไม่ชอบคุยผ่านเอเย่นต์หรอก เนื่องจากมันขอเอกสารเยอะแยะ เช่น ผู้ค้ำประกันที่อยู่ในอังกฤษ หนึ่งคนต่อหนึ่งหน่วย ว่ากันว่า ถ้าผู้ค้ำประกันมีเงินเดือนเดือนนึง ที่สามารถ cover กับค่าบ้านของเราได้พอดีสำหรับหนึ่งคนก็จะเป็นผู้ค้ำให้ได้แค่คนเดียวเท่านั้น จะเป็นให้คนอื่นอีกไม่ได้ ฉะนั้น คนแต่ละคนก็ต้องหาผู้ค้ำกันเอง จะคนไทย คนต่างชาติก็ได้ แต่ต้องเป็นคน based in the UK เท่านั้นเป็นพ่อแม่ในต่างประเทศไม่ได้ เพราะเขาต้องทำการประสานงานกับแบงก์ในประเทศอังกฤษ และอื่นๆก็เป็นพวกจดหมายรับรองของเราจากมหาลัย เอกสารต่างๆที่เราใช้ในการขอวีซ่า ก็มีประโยชน์กับการติดต่อบ้านกับพวกเอเย่นต์นี่มากมายเหมือนกัน ที่วุ่นวายแบบนี้ก็เพราะเราเป็นนักเรียนน่ะค่ะ แต่ถ้าเราทำงานด้วย เราก็เอาจดหมายจากนายจ้างมายืนยันก็ได้อย่างเดียวพอ จะง่ายกว่ามากๆค่ะ เพราะเอเจนซี่ที่นี่ก็โดนนักเรียนพวกตัวแสบโกงมาเยอะ พวกเขาเลยต้องตั้งกฎมากมายเพื่อป้องกันโดนโกงไปจากนักเรียนอีกรอบนั่นแหละ มันเลยส่งผลมาถึงนักเรียนต่อๆไปนี่แหละค่ะเฮ้อ

 

เพื่อนส้มก็คงจะล้ากันแล้ว เลยบอกให้ส้มลองดู ส้มก็ลองตัดสินใจที่จะเข้าไปคุยกับเขาดู และภายในวันนั้นเอง พวกเราก็ได้คุยกับเขา ทั้งๆที่ความเป็นไปได้มันน้อยซะเหลือเกิน เนื่องจากตัวคนที่ส้มคุยด้วยค่อนข้างจะยุ่ง แต่ดีที่ส้มได้นามบัตรเขามาจากเพื่อนเขา (พอดีคุณ Os เขาไม่อยู่ office พาลูกค้าไปดูบ้านน่ะ) ส้มก็เลยติดต่อกันดู ในที่สุด เขาก็เลยตัดสินใจพาเราไปดูบ้านหลังนึง ไม่ใกล้ไม่ไกลจากแถวๆบ้านที่ส้มเคยอยู่

 

และนั้นแหละ พวกเราก็ค่อนข้างจะพอใจกับสิ่งที่พวกเราเลือกนะ และส้มก็ได้บ้านอยู่จนทุกวันนี้ และที่ส้มไปติดต่อ เขาค่อนข้างจะโอเค ไม่เรื่องมากเรื่องผู้ค้ำประกัน ส้มกับผองเพื่อนใช้พ่อแม่เป็นคนค้ำประกันกันอย่างเดียว แต่จริงๆเขาก็ต้องการคนค้ำประกันใน UK แหละ ถ้าเรามีมันก็ดี แต่เขาไม่ได้ใส่ใจตรงนั้นมากไง

 

หลังจากย้ายเข้ามาอยู่ พวกเราก็ต้องเช่ารถในการขนของค่ะ พร้อมๆกับซื้อของเข้าบ้าน ไม่ว่าจะเป็นพวก extra furnitures ต่างๆ อาทิเช่นกระจก โต๊ะคอม หมอน ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม ผ้าคลุมเตียง ตู้หนังสือ เพราะทางเจ้าของเขาให้ของเราน้อยมากเหมือนกันนะ แต่ก็ดีกว่าไม่ให้ เขาก็ให้พวก เตียง ตู้เสื้อผ้า ห้องครัว เตา เครื่องซักผ้า โต๊ะทานข้าว ตู้เย็น อะไรทำนองนั้นน่ะ

 

 

 

 

 

 

 

และการไปซื้ของ IKEA นี่ก็แปลกดีนะคะ ส้มไม่เคยไป เคยแต่ได้ยินชื่อ IKEA เป็นชื่อบริษัทขาย furniture ตกแต่งบ้านของประเทศสวีเดนค่ะ มีไม่กี่สาขาเองในลอนดอน และก็จะตั้งอยู่ไกลออกไป จะเป็นเหมือนห้างร้านที่ใหญ่ๆ การซื้อของก็แปลกดีเหมือนกัน

 

 

 

 

 

 

ทางเข้า เขาจะมีสายวัด ตระกร้า สมุดจดรหัสสินค้า และก็ดินสอเล็กๆ สัษลักษณ์ของ IKEA น่ารักดี

 

 

 

 

 

 

 

และเราก็เดินเข้าไปข้างในห้างนะ เขาจะเป็นแบบ โชว์สินค้าเอาไว้เลยล่ะค่ะ เขาต่อโต๊ะ ต่อเตียง ตู้ แถมตกแต่งไว้ให้เราดูเรียบร้อยแล้วด้วย พร้อมกับ price tag หรือใบปิดราคา พร้อมกับรหัสสินค้าต่าง และเราค่อยไปเลือกเอาที่โกดังด้านล่างตรง check out point เราก็อาจจะต้องใช้รถเข็นใหญ่หน่อย เพื่อใส่หรือแบกสินค้าด้วยตัวเอง แต่ขอบอกไว้ก่อนว่า การไปช้อปที่นั่น ต้องอาศัยเวลาที่ยาวนานในการเดินหน่อยนะคะ เพราะของเยอะมากๆๆๆๆ ค่ะ มีตั้งแต่หัวจรดเท้า สิ่งสำคัญสำหรับบ้านทุกซอกทุกมุมเลยล่ะ

 

หลังจากพวกเราเหน็ดเหนื่อยกับการซื้อของแล้ว พวกเราก็ต้องรีบไปหาอะไรทาน กลับบ้านมาต่อตู้ ต่อโต๊ะ เสร็จแล้วก็จัดห้อง และนอนหลับได้อย่างเต็มอิ่ม กับชีวิตใหม่ ในบ้างหลังใหม่ ที่มีอิสระมากกว่าเดิม .................... ตกแต่งกันได้เต็มที่เล้ยยย

 

 

ส้มจ๊ะ

 

+++House Hunter ภาพโดย Aunnie จ๊ะ +++

 






Somdiary in the UK (old stories)

Diary Repost: มาเรียนที่อังกฤษ ได้อย่างไรเนี่ยะ ตอน 2 article
Diary Repost: มาเรียนที่อังกฤษ ได้อย่างไรเนี่ยะ? ตอน 1 article
Trip to Scoltand ตอน เจอะวัวไฮแลนด์ และ fish & chips ที่ Tyndrum article
Trip to Scoltand ตอน เมือถึง Inverness และ Loch Ness article
Trip to Scotland ตอน จาก Aberdeen ไป Inverness ค่ะ (29-06-06) article
Trip to Scotland ตอน เดินทางมา Aberdeen article
Trip to Scotland ตอน ตะลุยผ่าน Stonehaven.....ปราสาท Dunnottar article
Trip to Scotland ตอน แวะเมือง Dundee เมืองอุตสหกรรม ที่นักท่องเที่ยวน้อย (27-06-06) article
Trip to Scotland ตอน ท่อง ST. Andrews สก๊อตแลนด์ เมืองแห่งกอล์ฟ 26-06-06 article
Trip to Scotland ตอน เริ่มเดินทาง ( 25 - 26.06.2006) article
วันรับปริญญา ในปี 2549 article
Thames Valley University เปลี่ยนชื่อแล้วค่ะ
LONDON IMAGES Volumn2 @ Oxford Street and Knightbridge
LONDON IMAGES Volumn1 @ Oxford Street and Knightbridge
21 November 2006 ผ่านอุปสรรคที่ต้องฝ่าฟัน....เพื่อกระดาษใบเดียว....ใบปริญญา article
ภาพจาก Kew Garden8 มิถุนายน 2549 article
ท่องตลาด Spitalfields article
14 March 2006 : เข้าเฝ้าสมเด็จพระเทพฯ ทรงดนตรีที่มหาวิทยาลัย SOAS article
In you heart article
อินคา !!! เสาร์ที่ 10 มิถุนายน 2549 article
Saranrom สราญรมย์ ร้านอาหารไทย ตอนที่ ๒ article
Saranrom สราญรมย์ ร้านอาหารไทย ตอนที่ ๑ article
ทบทวนสักนิด ก่อนคิดที่จะไปสัมภาษณ์ (สำหรับขอวีซ่า) article
ย้อนรอย หนังสือ ส้ม’s Diary article
ประกาศ การเลือกตั้งในสหราชอาณาจักร....ค่ะ article
ส้มไดอารี่กับโรงเรียนสอนภาษาในลอนดอน ตอนที่ 2 (06-02-06) article
Invitation Letter (Edited Version) article
ส้มไดอารี่ กับ โรงเรียนภาษาในลอนดอน (04-02-06) article
ช่วงเวลาแห่งความอดทน 19-01-2006 article
The Lion King Musical 06-12-05 article
มู๋ย่างเกาหลี ที่ Regent Street (14-11-05) article
มาเรียนอังกฤษ มาอย่างไร ให้พร้อม ?? .......(18-11-05) article
วัน Halloween ที่ผ่านมา ............... (7 Nov 05) article
ลอนดอนไม่ได้หรูหราอย่างที่คิดหรอกนะ........17 OCT 2005 article
ปีสุดท้าย...ของการศึกษา.....12 OCT'05 article
ตอน พายายเที่ยวกรุงเทพฯจ๊า article
การบินไทย.......รักคุ๊ณเท่าฟ้าฟ้าาาาาาาาาาา........Trickดีๆสำหรับคนต้องการปรับเวลา article
Thai Square Putney Bridge .........Part 1 article
Thai Square Putney Bridge .........Part 2 article
The Lion King Diary's Gallery ....Part 1 article
The Lion King Diary's Gallery ... Part 2 article
วันลอยกระทง วัดพุทธประทีป พาตัวไปใกล้วัด 13 Nov 05 article
รวม Link เกี่ยวกับประเทศอังกฤษค่ะ article
My Pie article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.