ReadyPlanet.com
dot
dot
dot
bulletMy History | ประวัติส้มไดอารี่
bulletGuestbook | ทักทายส้ม
dot
dot
bullet☼ Samui ☼ เดินทางไปสมุย
bullet☼ Samui ☼ ล่องเรือชมเกาะ
bulletครั้งหนึ่งที่ ธรรมกาญจนา
dot
dot
bulletJapan Trip 1 ตอน เดินทางวันแรก
bulletJapan Trip 2 มาทำความรู้จัก “ดินแดนอาทิตย์อุทัย” กันค่ะ
bulletJapan Trip 3 ตอน เที่ยวเกียวโต (1/2)
dot
dot
bulletScotland ตอน เริ่มเดินทาง
bulletStonehaven ปราสาทงามริมเล
bulletซื้อของเข้าบ้านที่ IKEA
dot
dot
bulletศิริวรรณ หอยทอด ม๊ะ? จัดไป!
dot
dot
bulletยังขี้เกียจอยู่


Somdiary Online Fan Page
Follow my instagram ja :)
Somdiary Online Channel


►อีกด้านหนึ่งของอังกฤษ....โดย คนไกลบ้าน article

DATE: 12 JULY 2005


หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็น ผ่านประสบการณ์การใช้ชีวิตในประเทศอังกฤษเป็นเวลา 2 ปี ไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงในทางวิชาการหรืออื่นใด

ก่อนที่จะอ่านบทความนี้ อยากให้ผู้อ่านที่มีประสบการณ์ในการใช้ชีวิตในประเทศอังกฤษ ลองหลับตาสัก 1 นาที  แล้วลองจินตนาการถึงประเทศอังกฤษ ในอีก 10-20 ปี ข้างหน้า ว่าสภาพสังคมและผู้คนในประเทศนี้จะเป็นอย่างไร

 

หลาย ๆ คนที่มีโอกาสมาเยี่ยมลอนดอน ต่างหาเวลาที่จะมีโอกาสได้เข้าไปเยี่ยม British Museum เพราะอาจจะเคยได้ยินกิตติศัพท์ ความยิ่งใหญ่อลังการของ Museum แห่งนี้ที่รวบรวมสมบัติของชนชาติต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งสะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ของชาติอังกฤษในอดีต ที่ครั้งหนึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นดินแดนที่พระอาทิตย์ไม่เคยตกดิน  ใครยังไม่เคยไปลองหาดูในส้มไดอารี่น่ะครับ จำได้ว่าน้องส้มเคยพาทัวร์แล้ว มีรูปภาพให้ดูเยอะแยะเลย  

 

แต่เมื่อมองอีกด้านหนึ่งว่าความยิ่งใหญ่นั้นมาจากไหน เราจะพบว่าในประวัติศาสตร์ อังกฤษเป็นประเทศนักล่าอาณานิคม เมื่อเข้าไปครอบครองประเทศใดก็จะดูดกลืนสมบัติและทรัพยากร รวมถึงผู้คนของประเทศนั้น ๆ มาไว้ในประเทศของตน และนั่นแหละเป็นอีกคำตอบหนึ่งที่ไม่ต้องใช้ความรู้ทางเศรษฐศาสตร์มาตอบก็ได้ว่าทำไมค่าเงินปอนด์ถึงได้แข็งโป๊กปานนั้น 

 

แต่เมื่อมาถึงวันนี้ บุญเก่าที่ทำไว้กำลังจะหมดไปแล้ว ทุกวันนี้คนทำงานในประเทศอังกฤษต้องจ่ายภาษีในอัตราสูงมาก ยังไม่รวมถึงที่จะต้องจ่ายสวัสดิการสังคม (National Insurance) อีกต่างหาก เพื่อให้รัฐมีรายได้ไปเลี้ยงพวก Asylum Seeker ซึ่งส่วนใหญ่มาจากประเทศในอาณานิคมของตน จากทางแอฟริกา อินเดีย ปากีสถาน บังคลาเทศ รวมไปถึงพวกที่อพยพเข้ามาทั้งที่ถูกและผิดกฎหมายจากประเทศสมาชิกอียูและยุโรปกลาง ล่าสุดในเมืองที่ผู้เขียนอาศัยอยู่ เมื่อสองเดือนที่ผ่านมาพึ่งจะต้อนรับคนพม่าอีก 51 คน ที่อพยพผ่านทาง UN (สหประชาชาติ) เข้ามาเป็นพลเมืองของอังกฤษ ประเทศซึ่งมีค่าครองชีพสูงติดอันดับ Top Three ของโลก ดังนั้นลองจินตนาการดูสิว่า รัฐบาลอังกฤษจะต้องจ่ายมากขนาดไหนจึงจะเพียงพอที่จะเลี้ยงดู ให้การศึกษา และรักษาพยาบาลคนเหล่านี้ เพื่อแบ่งเบาภาระตรงนี้ รัฐบาลอังกฤษจึงต้องยินยอมให้คนกลุ่มนี้ออกไปทำงาน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นงานด้านการทำความสะอาด งานในโรงงาน และงานใน Home care (เป็นงานด้านการดูแลผู้สูงอายุ) ซึ่งเป็นงานที่ผู้เขียนมีประสบการณ์โดยตรง และพบว่า Staff ผิวสี เหล่านี้กระทำหลายอย่างที่มีลักษณะที่เรียกว่า Abuse (หมายถึงการทำร้าย ไม่ว่าจะเป็นทางร่างกายหรือจิตใจ และรวมไปถึงการละเลย (neglect) ผู้สูงอายุ เช่นไม่อำนวยความสะดวก หรือละเลยด้านการดูแลสุขภาพอนามัย (personal care) และด้านโภชนาการ) ผู้เขียนและภรรยาต่างคิดเหมือนกันว่า ครั้งหนึ่งผู้สูงอายุเหล่านี้เคยเอาคนพวกนี้เข้ามาเป็นทาส หรือไปเอาทรัพยากรของคนเหล่านี้มา ตอนนี้เขากำลังใช้กรรมกัน เหมือนกับคนไทยเราพูดถึงเรื่องกฎแห่งกรรมนั่นเอง แบบนี้หรือเปล่า ที่เขาเรียกว่ากรรมติดจรวด 

 

ครั้งหนึ่งผู้เขียนเคยใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเลสเตอร์  ประมาณ 1 เดือน วันหนึ่งได้เคยลองสังเกตรถยนต์ที่จอดรอสัญญาณไฟ ใน City Centre พบว่า รถยนต์  7 คัน ใน 10 คัน ขับโดยคนเชื้อสายแขก  พวกอินเดีย ปากีสถาน หรือคนทางตะวันออกกลาง เคยคุยเรื่องนี้กับเพื่อนที่เคยอาศัยอยู่ในเมืองเลสเตอร์ ต่างก็คิดคล้าย ๆ กัน จนมาตั้งคำถามกันเล่น ๆ ว่าคนอังกฤษแท้ไปอยู่ที่ไหนกัน ผู้เขียนได้เคยคุยเรื่องนี้กับเพื่อนคนไทย ที่แต่งงานกับหนุ่มอังกฤษ เธอเล่าว่าเวลานั่งรถเข้าไปในเมือง สามีมักจะชี้ให้เธอดูสถานที่ต่าง ๆ แล้วก็เล่าให้ฟังอย่างเศร้า ๆ ว่าสมัยที่ยังเป็นเด็ก และวัยรุ่น สถานที่ตรงนี้เคยเป็นอะไรมาก่อน เขามีความผูกพันกับสถานที่แต่ละแห่งอย่างไร แต่ตอนนี้ได้ถูกยึดครองโดยคนแขกหรือคนจีนไปแล้ว ส่วนคนอังกฤษแท้ต้องอพยพไปอยู่แถบนอกเมืองแทน ซึ่งลักษณะแบบนี้สามารถพบได้ตามเมืองใหญ่ ๆ เช่น เบอร์มิงแฮม คาร์ดิฟ ฯลฯ มักจะถูกยึดครองโดยคนต่างชาติเหล่านั้น เนื่องเพราะเมืองใหญ่มีแหล่งงานให้คนกลุ่มนี้มาก  ส่วนคนอังกฤษแท้ต้องอพยพไปอยู่ แถบชานเมือง หรือเมืองเล็ก ๆ แทน สังเกตดูธุรกิจ ใน City Centre กลายเป็นของคนแขกไปหมดแล้ว บ่อยครั้งที่เราเรียกร้านแขก กันจนชิน

อีกประการหนึ่งที่ผู้เขียนคิดว่ามีความสำคัญต่ออนาคตของคนอังกฤษ ก็คือ เรื่องการศึกษาในระดับ Higher Education ตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในประเทศอังกฤษ เคยสังเกตพบว่า นักเรียนในระดับ Post Grad มองหานักศึกษาที่เป็นคนอังกฤษแท้ ๆ น้อยมาก ใน PhD Student Office ของผู้เขียน อยู่กัน 1/ คน เป็นคนไทย 2 คน จีน 2 คน อินโดนีเซีย 3 คน กรีก 1 คน ตะวันออกกลาง 2 คน เกาหลี 1 คน สวิสเซอร์แลนด์ 1 คน ผู้เขียนเคยถาม Supervisor เกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาตอบว่าการศึกษาในระดับปริญญาโทและเอกต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงมากคนอังกฤษจึงไม่ค่อยเรียนกัน แล้วอย่างนี้ท่านคิดว่าอีก 10-20 ปีข้างหน้า ประเทศนี้จะเป็นอย่างไรดีล่ะ (ทั้งที่คนอังกฤษ จ่ายค่าเรียนในระดับปริญญาเอกถูกกว่าพวกเรามาก หลักสูตรที่ผู้เขียนเรียนคนอังกฤษจ่ายปีละประมาณ 1,500 – 1,800 ปอนด์  ถ้าผู้เรียนมาจากอียู หรือประเทศในเครือจักรภพ จ่ายประมาณ 3,000 ปอนด์ ส่วนผู้เขียน เนื่องจากประเทศไทยของเราไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใคร (555555) จึงต้องจ่ายถึง 7,200 ปอนด์ต่อปี น่าภูมใจไหม 

อีกภาพหนึ่งที่พบเห็นจนชินตา คือเวลาเข้าไปเดินในเมือง หรือสวนสาธารณะ มักจะพบเด็กผู้หญิงวัยรุ่นอังกฤษ อายุน่าจะอยู่ระหว่าง 15-18 ปี เดินเข็น pram (รถเข็นเด็ก) กันเป็นกลุ่ม ๆ แรก ๆ ที่มาอยู่ที่นี่ก็คิดว่าเด็กผู้หญิงที่นี่ขยันน่ะ รับงานเป็นพี่เลี้ยงเด็ก หรือ nannies พอเข้าไปคุยด้วย อ้าวที่ไหนได้กลายเป็นแม่เด็ก  พออยู่ไปนาน ๆ พอจะสรุปได้ว่าเด็กวัยรุ่นอังกฤษที่นี่มีลูกเร็วมาก และมีลูกหลายคนด้วย จนมาได้คำตอบเมื่อ 2-3 เดือนที่แล้ว ที่หนังสือพิมพ์หลาย ๆ ฉบับ โจมตี Pension Policy ของรัฐบาลอังกฤษ  มีคอลัมน์หนึ่งพูดถึงค่าเลี้ยงดูที่ให้กับแม่และเด็กทารก ปีหนึ่งสูงถึง 30,000 กว่าปอนด์ ยิ่งมีลูกมากก็ยิ่งเคลม Pension ได้มาก ไม่ต้องออกไปทำงานก็ได้ ให้ลูกเคลมเงินรัฐบาลมาเลี้ยงดูทั้งครอบครัว

 

 

 

 

ถึงตรงนี้ พอจะจินตนาการได้หรือยังครับว่าสภาพสังคมของคนอังกฤษในอนาคตจะเป็นอย่างไร (อนึ่งสภาพที่ผู้เขียนกล่าวถึง อาจจะไม่ชัดเจนนักในมหานครลอนดอน  แต่คิดว่านอกเมืองลอนดอนแล้วคงไม่แตกต่างกันนัก) ใครมีความคิดเห็นอื่นใดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็ลองเขียนเข้ามาคุยกันน่ะครับ

 

 

 

 

วันที่ส่งเรื่อง: 12 ก.ค. 2548

 

By: คนไกลบ้าน




Friend's Stories

►เรียนปริญญาโทในอังกฤษ ต่างกับเยอรมนีอย่างไร โดย The Last Winter article
►อยากไปทำงานที่ UK มีกี่วิธีที่จะไปได้ และต้องทำอย่างไรบ้าง article
►ทำงานใน Home Care ที่ Sheffield ประสบการณ์ตรงโดย คนไกลบ้าน article
►เคยได้ยินบางคนบอกว่า “เป็นนักเรียนทำงานไม่ต้องเสียภาษี” ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรลองมาดูกัน article
►ไปตรวจร่างกายที่ IOM โดย หนูอัยย์ article
►ขั้นตอนการขอวีซ่าแบบใหม่ โดย knottotay article
►ขอวีซ่านักเรียน+ระบุว่าแฟนอยู่อังกฤษ( by Me Myself & I) article
►ตอน..การยื่นขอวีซ่า ((ในทัศนะของหนูอัยย์เจ้าค่ะ)) article
►เอกสารขอวีซ่าคนละนามสกุล และสกุลเดียวกัน โดย Knot และ กบ (2003) article
►สิ่งสำคัญสำหรับคนที่จะขอวีซ่านะครับ โดย ตี๋น้อย (UPDATE) article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.